ในหลวงร.๑๐ทรงห่วงพสกนิกรประสบอุทกภัย รับสั่งนายกฯ เร่งคลี่คลายปัญหาน้ำท่วม #ทรงพระเจริญ (รายละเอียด)

"ในหลวงร.๑๐"ทรงห่วงพสกนิกรประสบอุทกภัย รับสั่งนายกฯ เร่งคลี่คลายปัญหาน้ำท่วม #ทรงพระเจริญ (รายละเอียด)

Publish 2017-08-02 11:26:56

วันที่ 2 ส.ค.60 เมื่อเวลา 07.30 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมด้วย พลเอกอนุพงศ์  เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและพลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางจากท่าอากาศยานทหารกองบิน 2 ดอนเมือง ไปยังสนามบินค่าย กฤษณ์สีวะรา จังหวัดสกลนคร เพื่อตรวจ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสกลนคร จุดแรกนายกรัฐมนตรีรับฟังบรรยายสรุปปัญหาและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากนายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และสถานการณ์น้ำจากอธิบดีกรมชลประทานที่ค่ายกฤษณ์สีวะรา ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ระยะของการฟื้นฟูสำรวจความเสียหายคาดว่าในวันที่สี่สิงหาคมนี้จะเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยใส่ขมิ้นจะซ่อมแซมแล้วสิทธิ์ในวันที่ 12 สิงหาคม และมีแนวทางที่จะปรับปรุงคันกั้นน้ำให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงแรงกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้น




โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงห่วงใยประชาชนและติดตามสถานการณ์น้ำ ทางสื่อโดยตลอด อีกทั้งให้น้อมนำกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ขอให้รัฐบาลเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว ทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างยั่งยืน  โดยการหาแหล่งกักเก็บน้ำปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เหมาะสม ขุดลอกทางระบายน้ำและน้อมนำแนวทางในหลวงรัชกาลที่ 9มาใช้ ซึ่งรัฐบาลพร้อมน้อมนำกระแสรับสั่งมาปฏิบัติ

นายกรัฐมนตรียังสั่งการขอให้ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนโดยเร็ว ด้วยการเร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหายให้ชัดเจน โดยนำเอาประชาคมมามีส่วนร่วมเพื่อป้องกันปัญหาการใช้งบประมาณและการร้องเรียน ขณะเดียวกันขอให้สำรวจอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ทั่วประเทศ ต้องบูรณะซ่อมแซมพร้อมใช้งาน และขุดลอกไม่ให้ตื่นเขิน ซึ่งรัฐบาลก็จะอนุมัติงบประมาณลงไป ให้ดำเนินการ เพื่อให้แหล่งเก็บน้ำเหล่านี้สามารถใช้แก้ปัญหาน้ำแล้งในช่วงหน้าแล้งด้วย โดยให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปช่วยดูแล และจะให้ทหาร ไปช่วยลงมือทำเพื่อให้เร็วขึ้น

สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ให้เร่งดำเนินการทำสันเขื่อนใหม่เสริมจากเดิมและขอให้ปรับปรุงเพิ่มความจุน้ำให้มากขึ้น   อีกทั้งยังเน้นย้ำในเรื่องของการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ในเรื่องของการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะติดปัญหาจากประชาชน ซึ่งหากไม่ดำเนินการก็จะเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ดังนั้นต่อไปนี้ต้องร่วมมือกันอย่าสร้างความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และขอให้หยุดเรื่องของการเมืองไว้ก่อน เพราะส่วนตัวไม่ได้มาจากการเมือง และพร้อมที่จะทำงานในทุกพื้นที่ให้กับทุกคน ไม่มีการแบ่งแยก


จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางไปยังครัวพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร โดยได้มอบถุงยังชีพ และมอบเงินเยียวยาให้กับครอบครัว ที่เสียชีวิตรายละ 50,000 บาท  พร้อมแสดงความห่วงใย เสียใจกับทุกคน ให้ทุกคนเรียนรู้บทเรียนนี้จากภัยธรรมชาติครั้งนี้ด้วย  ยืนยันมาวันนี้ตั้งใจมา แต่ขอให้ทุกคนร่วมมือไม่มีความขัดแย้ง ทุกอย่างจะผ่านไปได้หากมีกำลังใจที่ดี

คณะนายกฯเดินทางต่อไปยังเทศบาลสกลนคร ต.ธาตุเชิงชุม เพื่อร่วมโครงการ Big Cleaning Day ย้อมบ้านล้างเมือง ก่อนที่จะลงเรือเพื่อเยี่ยมประชานชนที่ประสบอุกทกภัย

จากนั้นเวลาประมาณ 11.50 นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมสะพานแบรี่ ที่เดิมถูกน้ำกัดเซาะ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ต.พังขว้าง ตรวจเยี่ยมสภาพพื้นที่และการซ่อมแซ่ม แก้ไขปรับปรุงอ่างเก็บน้ำที่ชำรุดจากการถูกน้ำกัดเซาะ

ขณะที่ช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินตรวจเยี่ยมพื้นที่ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิตร หรือประตู่ระบายน้ำก่ำ ที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หลังสิ้นเสร็จภารกิจ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับถึง กทม.เวลาประมาณ 16.00 น.

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยล่าสุด ที่ จ.สกลนครที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนเซินกาทั้งสิ้น 18 อำเภอ รวม 58,804 ครัวเรือน เสียชีวิต 3 ราย สูญหาย 1 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 583,908 ไร่ สาธารณูปโภคเสียหาย 24 แห่ง  รวมทั้งเส่นทางคมนาคม ซึ่งการช่วยเหลือเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือและอพยพประชาชนมาอยู่ในที่ปลอดภัย จัดตั้งศุนย์พักพิงผู้ประสบภัย 4 จุด ดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลบริการอาหารและน้ำดื่ม รวมทั้งการรับส่งทางเรือ นอกจากนี้ ทหารได้ระดมเครื่องจักรกู้ภัย และเร่งระบายน้ำ วางแผนพร่องน้ำ และควบคุมการระบายน้ำของเขื่อนน้ำพุง (กฟผ.)

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธิดารัตน์ พูลศิริ