3 ชีวิตไร้ไฟฟ้าหลังคารั่ว กินข้าวเคล้าน้ำฝน หญิงชรา หูตาฝ้าฟางอาศัยกระท่อมไม้ผุพัง ซ้ำลูกสาว-ลูกเขยมือเท้าหงิกงอ ขอแค่มีข้าวกินไปวันๆ (คลิป)

Publish 2017-09-12 20:12:30

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.60 ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ สนุ๊ก สะพานบุญ ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมระบุเรื่องราวของ 3 ชีวิตที่มีความเป็นอยู่ยากลำบากโดยมีหญิงชราอายุ 87 ปี  อาศัยอยู่ในบ้านไม้ผุพัง พร้อมลูกเขยและลูกสาวที่พิการทั้งคู่ ซึ่งผู้โพสต์ได้ระบุว่า...

#3 ชีวิตไร้ไฟฟ้า #หลังคารั่วต้องกินข้าวเคล้าน้ำฝน คุณยายวัย 87 ผิวหนังเหี่ยวแห้ง ดวงตาฝ้าฟาง... หูแทบไม่ได้ยินจะนั่งจะเดิน... ก็แทบไม่ไหว ปวดเมื่อยไปทั้งตัว อาศัยในบ้านไม้ผุพัง ไม่มีไฟฟ้า อยู่กับลูกสาวและลูกเขยพิการทั้งคู่

สนุ๊ก : คุณยายอยากได้อะไรไหมคะ??
คุณยาย : อายุขนาดนี้ละ ขอแค่มีข้าวกินไปวันๆ ก็พอจะตายวันไหนก็ไม่รู้ ถ้าวันไหนฝนตก ต้องจุดตะเกียงกินข้าว หลังคาก็รั่ว นั่งเปียกกันหมด ขอให้หนูรวยๆนะ จะได้มาหายายบ่อยๆ ไม่ต้องเอาอะไรมาหรอก
#หนูอยากให้คุณยายมีไฟฟ้าและหลังคาใหม่จัง คุณยายบุญเรือง อยู่กับลูกสาวและลูกเขย มือเท้าหงิกงอ พูดแทบไม่รู้เรื่อง เดินเป๋ไปมา แต่ลูกเขยสู้ชีวิตโดยรับจ้างรายวันมีงานบ้างไม่มีบ้าง นุ๊กจะลงพื้นที่สำรวจอีกครั้ง อยากประสานหน่วยงานเรื่องไฟฟ้า ต้องทำยังไงนะ?? และอยากดูเรื่องหลังคาให้ยายด้วยอะ เพราะมันไม่ไหวจิงๆ สงสาร 3 ชีวิตนี้จัง การได้ไฟฟ้ากับหลังคาบ้านคงเป็นการเปลี่ยนชีวิตเค้าได้ไม่น้อย #ที่อยู่ : 328 หมู่5 ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี #เบอร์โทร : 095-184-0214 (คุณเปา จิตอาสาพื้นที่)



อย่างไรก็ตามหากใครพบเจอคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่ หรือเข้าข่ายตามข้อต่อไปนี้สามารถแจ้งไปได้ที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยทางกระทรวงฯ ได้ดูแลช่วยเหลือคนขอทาน คนเร่ร่อนไร้ที่พึ่ง และคนวิกลจริตตามระเบียบและกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนที่เป็นความรับผิดชอบโดยตรงและการประสานหน่วยงานรับผิดชอบหลัก หากประชาชนพบเห็นคนขอทาน คนเร่ร่อนไร้ที่พึ่ง และคนวิกลจริต รวมทั้งผู้ประสบปัญหาทางสังคม ขอให้แจ้งมาที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC โทร. ๑๓๐๐ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง 

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ให้การอุปการะผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พุทธศักราช 2484 และบุคคลไร้ที่พึ่ง อายุระหว่าง 18 – 60 ปี ที่ประสบปัญหาเดือดร้อน ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีผู้อุปการะเลี้ยงดู โดยมีการดำเนินงาน ดังนี้

1. การสงเคราะห์ในสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง จำนวน 11 แห่ง ทั่วประเทศ โดยรับอุปการะคนไร้ที่พึ่ง 3 ประเภท คือ คนเร่ร่อน ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง คนไร้ที่พึ่ง ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม และคนขอทาน ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำส่งเนื่องจากกระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พุทธศักราช 2484 โดยจัดบริการด้านปัจจัย 4 สังคมสงเคราะห์ นันทนาการ กิจกรรมบำบัด การอบรมด้านศีลธรรม ฌาปนกิจสงเคราะห์ และฝึกอาชีพ เป็นต้น สำหรับการฝึกอาชีพในสถานสงเคราะห์ เป็นการฝึกระเบียบวินัยสร้างทักษะการทำงานให้ผู้รับฯ สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ ดังนี้
-    การจัดหางานให้ผู้รับการสงเคราะห์ทำภายนอก เพื่อให้ผู้รับการสงเคราะห์ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมภายนอกเหมือนเช่นบุคคลทั่วไป และฝึกทักษะในการประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง เช่น คัดแยกขยะในส่วนประกอบการ , ลูกจ้างขายของ , ขายอาหาร
- การรับงานภายนอกให้ผู้รับการสงเคราะห์ทำภายในสงเคราะห์เป็นการฝึกงานอาชีพบำบัด ช่วยให้ผู้รับการสงเคราะห์เพลิดเพลิน มีเพื่อน ใช้เวลาว่างที่เป็นประโยชน์ และมีรายได้ของตนเอง เช่น แก้ไขเสื้อผ้า เป็นต้น

2. การดำเนินการกับคนเร่ร่อน โดยจัดส่งนักสังคมสงเคราะห์ออกเยี่ยมเยียน สอบข้อเท็จจริงบุคคลเร่ร่อนจรจัด ตามแหล่งสาธารณะต่าง ๆ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม โดยจัดให้มีบริการ ได้แก่ ให้คำแนะนำปรึกษาแหล่งบริการของรัฐ ช่วยเหลือในรูปเงิน ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HlV ส่งเสริมการฝึกอาชีพเพื่อให้มีความรู้ ทักษะ สามารถออกมาประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ และรับเข้าสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง กรณีที่คนเร่ร่อนนั้นไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ นอกจากนี้ยังมีบริการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น ส่งกลับภูมิลำเนา จัดที่พักคนเดินทางในเขตกรุงเทพ ฯประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับความช่วยเหลือ เช่น โรงพยาบาล จัดหางาน เป็นต้น 

3. การสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและครอบครัว เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุขตามความจำเป็นขั้นพื้นฐาน โดยให้การสงเคราะห์ครอบครัวไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 2,000 บาท 


4. การสงเคราะห์คนไทยตกทุกข์ได้ยากในประเทศส่งกลับภูมิสำเนาเดิม เพื่อประชาชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนที่ไม่ได้อยู่ภูมิลำเนาของตนสามารถเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาของตน เพื่อใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวตามปกติสุข โดยการช่วยเหลือเป็นค่าพาหนะและค่าอาหารว่าง 

5. การจัดบริการด้านที่พักอาศัยชั่วคราว โดยดำเนินงานโครงการบ้านพักฉุกเฉินเพื่อที่อยู่อาศัยคนจนเมือง ในลักษณะการช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ไร้ที่อยู่อาศัยอันเนื่องด้วยสาเหตุจากอัคคีภัย สาธารณภัย ศาลมีคำพิพากษาให้ขับไล่ ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง โดยการสร้างบ้านพักฉุกเฉินไว้รองรับประชาชนกลุ่มดังกล่าวรวม 4 แห่ง นอกจากนี้ ได้จัดบริการในรูปที่พักสำหรับผู้เดินทาง เพื่อให้บริการที่พักอาศัยชั่วคราวแก่ผู้มีรายได้น้อยผู้ป่วยที่รอเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ผู้ตกทุกข์ได้ยากที่เดินทางมาจากภูมิภาค หรือผู้ที่หน่วยงานราชการอื่นส่งมาขอพักอาศัยชั่วคราว โดยไม่เสียค่าบริการ รวมถึงให้บริการที่พักแก่คณะนักเรียน นักศึกษา คณะบุคคลที่เดินทางมาจากภูมิภาค เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหรือทัศนศึกษาในกรุงเทพมหานคร โดยคิดค่าบริการในราคาถูก 

6. การให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีหลังภัยสงบ และผู้ตกทุกข์ได้ยาก ทั้งในและนอกประเทศ โดยให้การช่วยเหลือและฟื้นฟู ดังนี้ สงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจนที่ประสบภัยเป็นเงิน หรือสิ่งของ สงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยที่ประสบภัย โดยสนับสนุนการรวมกลุ่มประกอบอาชีพสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและเพิ่มรายได้ โดยให้การฝึกอาชีพแก่สตรีที่ประสบภัย หรือสนับสนุนเงินทุนประกอบอาชีพ ส่งกลับภูมิลำเนาสำหรับผู้ตกทุกข์ได้ยากทั้งในและต่างประเทศ

ขอบคุณ : สนุ๊ก สะพานบุญ 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน