ประเทศไทยมีความแปรปรวน!! กรมอุตุฯ เตือนช่วง 21-26 ต.ค.นี้ สภาพอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ก่อนอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศา

Publish 2017-10-20 06:51:46

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2560
"สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 21-26 ต.ค. 2560) " 


ในช่วงวันที่ 21-26 ต.ค. 60 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนชื้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยในช่วง 1-3 วันแรกจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ผลกระทบมีดังนี้

- ในช่วงวันที่ 21-22 ต.ค. 2560, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์

- ในช่วงวันที่ 22-23 ต.ค. 2560

        ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย และกำแพงเพชร

        ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท อุทัยธานี

        สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 

        ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี

- ในช่วงวันที่ 24-26 ต.ค. 2560 ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อยลง ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น 

จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ประกาศ ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.

       
(ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย

(นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย) 

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

 




กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2560 เวลา 05.00 น. โดยได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยมีฝนน้อยในระยะนี้ แต่ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย 


บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง เริ่มมีกำลังอ่อนลงลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย สำหรับร่องมรสุมกำลังอ่อนพาดผ่านภาคใต้ตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อยในระยะนี้


ภาคเหนือ    

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน 
เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร และสุโขทัย 
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ 
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
 


ภาคกลาง    

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ 
บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ 
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


ภาคตะวันออก    

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ 
บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด 
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร


ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)    

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร


ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)    

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา 
อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ 
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย