รุมกรี๊ดสนั่นรับ"ตูน"ควงครอบครัว-ทีมงานชุดใหญ่บุกทำเนียบฯ “บิ๊กตู่-มีชัย-บิ๊กป้อม”ควักตังค์สมทบทุน นายกฯปลื้มปริ่มเป็นวาสนาได้เจอ

Publish 2017-12-04 12:10:47

วันนี้(4 ธ.ค.) เวลา 08.40 น. “ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ นักร้องชื่อดัง ในฐานะประธานโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” พร้อมด้วยครอบครัว และ“ก้อย - รัชวิน วงศ์วิริยะ” แฟนสาว รวมถึงทีมงาน “ก้าวคนละก้าว”  เดินทางมายังตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  โดยเมื่อตูนมาถึง เหล่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลที่มารอต้อนรับตูนและทีมงาน ต่างส่งเสียงเฮพร้อมกับกรูเข้ารุมล้อมร่วมวงช่างภาพจากสำนักข่าวต่างๆที่รุมเบียดเสียดถ่ายภาพของตูน 




ทั้งนี้ ตูนได้พบกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ซึ่งยืนรออยู่หน้าตึกฯ ก่อนเข้าร่วมประชุมคสช.ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายมีชัยมอบซองเงินบริจาคให้กับมือของตูน พร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณจริงๆนะ ขอบคุณที่ตูนทำให้คนไทยทุกคนมีรอยยิ้ม”  

จากนั้น ตูนและคณะ พบกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่ห้องรับรอง 1 ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณตูน ครอบครัว และทีมงานที่เสียสละตั้งใจทำความดีครั้งนี้ รวมถึงทำให้คนไทยมีความสุข ตนรู้สึกดีใจและถือเป็นวาสนาที่ได้พบกัน ตนได้ติดตามมาตลอดตั้งแต่ตูนเริ่มวิ่ง และเคยได้บริจาคเงินด้วยเมื่อครั้งตูนวิ่งที่อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์  ส่วนครั้งนี้ระยะทางวิ่งไกลกว่าเดิม ดังนั้น หากไม่มีจิตมุ่งมั่นตั้งใจ คงไม่มีใครวิ่งได้ขนาดนี้ ขอขอบคุณตูนและทุกคนที่ประสานกับทุกฝ่าย ทั้งกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยายาลทั้ง 11 แห่งว่าจะทำอะไร ล่วงหน้าอย่างไร มีการตรวจสอบเส้นทาง ซึ่งคณะทำงานถือเป็นสิ่งที่ร่วมมือกันทำทั้งประเทศของเรา สิ่งที่ตูนทำวันนี้ ถือว่าไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงของตัวเองตั้งแต่แรก แต่ปรากฎว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนจำนวนมาก ถือว่าสอดคล้องกับแนวนโยบายรัฐบาลในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องมีหลายภาคส่วนช่วยกันทำงาน และถือได้ว่าตูนเป็นพลเมืองที่มีความมุ่งมั่น ทำเพื่อประโยชน์ชาติและประชาชน เพื่อการสาธารณสุข

“ตูนเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศไปแล้ว การเป็นก็ว่ายากแล้ว แต่การจะรักษาต่อไปนั้น มันยากกว่า ยากเหมือนกัน เหมือนกับการได้แชมป์มาแล้ว การรักษาแชมป์จะยากกว่า แต่จากพื้นฐานของตูน ผมมีความเชื่อมั่น ทั้งจากการเรียนหนังสือที่จบคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับเกียรตินิยมด้วย และมีความสามารถพิเศษในด้านดนตรี เป็นขวัญใจของคนรุ่นใหม่ ถือเป็นคนในศตวรรษใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคน 4.0 คิดแบบ 4.0 แต่ไม่ได้หมายความว่าตูนจะต้องไปปฎิรูป 4.0 ด้านเศรษฐกิจ มันเป็นคนละเรื่องกัน สิ่งที่ผมชื่นใจแทนตูน คือสามารถได้ร่วมกับคนไทยทั้ง 70 ล้านคนทำงาน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องของจิตอาสาที่ทำงานเพื่อสังคมซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยอยู่ได้ คือสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หน้าที่ของพวกเราทุกคนคือประชาชน ขณะที่รัฐบาลพยายามใช้กลไกในการขับเคลื่อนทุกอย่างของประเทศในเรื่องกลไกประชารัฐ”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ประเทศมีปัญหามาก ซึ่งตูนได้เข้ามาช่วยลดปัญหาตรงนี้ โดยโรงพยาบาลทั้ง 11 แห่งในโครงการ รัฐบาลก็ดูแลในส่วนหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่างบประมาณส่วนใหญ่ก็ต้องไปดูแล เรื่องประกันสุขภาพก็มีปัญหามากพอสมควร เพราะเรายังมีรายได้ไม่มาก  ถ้าให้มากไปทั้งหมดก็จะมีผลกระทบกับการพัฒนา แต่กระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินการในส่วนต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าในช่วงรัฐบาลนี้อนุมัติงบประมาณไปยังโรงพยาบาลต่างๆ จำนวนหนึ่งแล้ว แต่โรงพยาบาลศูนย์ส่วนใหญ่ก็นำไปปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การจัดหาอุปกรณ์ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ขาดความทันสมัย เพราะมีราคาแพง สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ถ้าเราใช้จ่ายในเรื่องของคนมาก และ ยังไม่สามารถหาเงินได้มากพอรัฐบาลก็จะมีปัญหา ซึ่งวันนี้ตนดีใจที่เห็นตูนวิ่งมาได้เกินครึ่งทาง 1,288 กิโลเมตร ที่ผ่านมาก็มีเป็นห่วงตลอด โดยให้ทหารช่วยดูแลเรื่องเส้นทางและการรักษาความปลอดภัย พร้อมขอทำความเข้าใจกับประชาชนที่อยากเข้ามาใกล้ชิดถ่ายรูปกับตูน แต่จะทำให้จังหวะการวิ่งมีปัญหา และอาจเกิดอันตรายได้ สิ่งที่ทุกคนทำวันนี้ทำด้วยใจอันเป็นกุศล ทำให้คนอื่นมีความสุข แต่เราอาจทุกข์บ้าง เพราะอาจมีคนบ่นว่า ซึ่งถือเป็นความทุกข์ของเรา แต่เรายึดมั่น และทุกอย่างก็จะสำเร็จ เหมือนนายกรัฐมนตรีที่คิดว่าทำงานเพื่อคนอื่นไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็ยอมรับอยู่แล้ว บ่นเสียดายหากอายุน้อยกว่านี้จะไปร่วมวิ่งกับตูนด้วย สมัยก่อนวิ่งอยู่ทุกวัน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้วิ่งแล้ว เพราะอายุย่างเข้า 64 ปีแล้ว

“การตั้งความหวังในการวิ่งรวมทั้งระยะทางต่างๆ ถือเป็นการตั้งเอง หากมีอุปสรรคทางร่างกาย ก็ไม่มีใครว่าอะไร ขออย่าฝืน เพราะหากฝืนอาจทำไม่ได้ต่อไป ผมอ่านข่าวว่ามีการวิ่งข้ามทะเลทราย 250 กม.ว่าจะส่งตูนไปลงแข่งขันด้วย ถือเป็นการวิ่งระดับโลก วันนี้วิ่งได้แล้ว 1,288 กม. คนอื่นน่าจะสู้ตูนไม่ได้ ”นายกฯ กล่าว พร้อมฝากให้น.ส.รัชวิน วงศ์วิริยะ หรือ“ก้อย” แฟนสาวของตูน ที่เดินทางมาด้วย คอยดูแลตูนด้วย และ ขอให้รักกันมากๆ

ขณะที่ตูน กล่าวว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสและให้เกียรติเข้าพบ สำหรับการวิ่งยังล่าช้ากว่ากำหนด 2 วัน เพราะมีอาการบาดเจ็บ และต้องพักตามที่แพทย์แนะนำ ซึ่งการเริ่มต้นโครงการถือเป็นควาตั้งใจที่จะช่วยเหลือแพทย์และพยาบาล อีกทั้งไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมีคนออกมาร่วมกันมากมายเช่นนี้ เราเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่พวกเราทั้งหมดอยากจะทำ โดยจะทำให้เต็มที่มากที่สุด ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และสุดท้ายมันจะเล็กหรือใหญ่ก็ให้เป็นเรื่องธรรมชาติ

“ผมดีใจมากในการวิ่งครั้งนี้ ตลอดเส้นทางเริ่มจาก อ.เบตง วิ่งขึ้นมา มีแต่รอยยิ้มของคนไทยและเห็นความสุขของคนไทย เด็กบางคนนำกระปุกออมสินที่หยอดมาทั้งปีมาช่วย ผมว่ามันสวยงามและยิ่งใหญ่ ขอบคุณที่เห็นผมเป็นแรงบันดานใจ สิ่งที่ได้มามันมากกว่าการช่วยเหลือโรงพยาบาลด้วยซ้ำ เพราะสามารถรวมจิตใจในการให้ของคนไทย ถือเป็นความงดงามที่หาไม่ได้ ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสเข้าพบในครั้งนี้ ผมและทีมงานขอฝากนายกฯกราบขอบคุณคนไทยทุกคนที่ออกมาช่วยกัน ทั้งหมดได้ตั้งเป้าไว้ 700 ล้านบาท เดิมเราตั้งเป้าไว้ว่าเราอยากได้เงินจำนวนน้อยๆ จากคนจำนวนเยอะๆว่ากว่าจะได้เงินจำนวนมากๆ จากคนจำนวนน้อยนิดเดียว ที่จริงจะพักวันนี้เพียงวันเดียว แต่ทีมแพทย์ขอร้องให้ผมพัก 2 วัน”ตูน กล่าว

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจ “หมอเมย์ - พญ.สมิตตา สังขะโพธิ์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระราม 9 หนึ่งในทีมแพทย์และร่วมวิ่งกับตูน โดยนายกฯ ระบุว่า อย่าน้อยใจ การทำอะไรใหม่ๆ ดีๆ ปัญหาจะมีมาก มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่หมอเมย์เป็นคนที่มีความตั้งใจอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อไปคนก็จะรักเราเอง มีคำโบราณกล่าวไว้ว่าทำดีอย่าเด่นจะเป็นภัย วันนี้ทำดีไม่ต้องทำเด่นและจะไม่เป็นภัย ทำแบบตูนและทีมงาน พร้อมกระเซ้าว่า  “ถ้าไม่มีงานทำ จะฝากให้ทำงานที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า”

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้นำเงินส่วนตัวใส่ซองปิดผนึกโดยไม่เปิดเผยจำนวน รวมทั้งเงินบริจาคของทำเนียบรัฐบาลและของที่ระลึกมอบให้ตูน ครอบครัว และทีมงาน ก่อนจะเดินจูงมือออกมาส่งตูนด้วยตนเอง โดยนายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “คนที่ทำเนียบรัฐบาลรอตูนมากว่าผมอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ ก้อยอย่าหึงนะ ผมไม่ได้อิจฉาตูนที่มีคนรักจำนวนมาก ใครอยากจะมา อยากจะรักได้เชิญ ขอเพียงอย่างเดียวว่าอย่าเหยียบเท้าตูน”


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ได้ร่วมบริจาคเงินส่วนตัวให้กับตูนด้วย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.) และสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) ได้จัดทำกล่องรับบริจาคซึ่งระบุข้างกล่องว่า “ร่วมสมทบทุนทำเนียบรัฐบาล” โดยให้รัฐมนตรีแต่ละคนร่วมใส่เงินตามความต้องการ ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้รวบรวมเงินมอบบริจาคให้กับตูนเช่นกัน  
จากนั้น นายอาทิวราห์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ ว่า นายกรัฐมนตรีขอเป็นกำลังใจให้ตนและทีมงานทำต่อไป ซึ่งนายกฯ บอกว่าถ้าเหนื่อยก็ขอให้พักบ้าง และขอให้ทำภารกิจสำเร็จ เมื่อถามว่าการที่ได้มาพบรัฐบาลวันนี้ได้ขอช่วยเหลืออะไรหรือไม่ นายอาทิวราห์ กล่าวว่า นายกฯได้แสดงความห่วงใยมาตลอดและให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้มาตลอดทางอยู่แล้ว

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

พบพร ทิชาธรรม

ติดตามข่าวอื่นๆ