จุกอกหนักมาก!!! ทำไมมันช่างแตกต่าง ปีใหม่บุญทรงและพวกติดคุกยาวไป ส่วนทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ลั้ลลามีความสุข ช้อปปิ้ง เล่นสกี กับครอบครัว

Publish 2018-01-01 12:33:32

เข้าสู่ปีพุทธศักราชใหม่2561แล้ว ช่วงเทศกาลความสุขแบบนี้แต่ละคนจะมีกิจกรรมเฉลิมฉลองกับครอบครัว  และหากจะส่องดูภาพของครอบครัว
"ชินวัตร" คือทั้งนาย ทักษิณ  และ น.ส ยิ่งลักษณ์ ที่ต่างหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศด้วยกันทั้งคู่ 
น.ส ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีคำพิพากษาในคดีละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ และ
ไม่ระงับยับยั้งการทุจริตที่เกิดขึ้นในโครงการรับจำนำข้าว มีโทษจำคุก5ปี จากคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ปรากฎเป็นข่าวออกมา หลังเก็บตัวเงียบ ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆอยู่นานกว่า3เดือน  แต่เมื่อวันที่29ธค.ที่ผ่านมา ก็มีภาพที่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซด์ Newtv18 และในเพจ กูต้องได้100ล้านจากทักษิณแน่ๆ  เผยภาพน.ส ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังเดินชอปปิ้ง ที่ภาพหนึ่งยังมีภาพลูกชาย น้องไปค์ ศุภเสกข์ อมรฉัตรร่วมอยู่ในเฟรมด้วย ซึ่งถือเป็นการปรากฎตัวในช่วงเทศกาลคริสต์มาส  ปีใหม่แบบพอดิบพอดีที่กลางกรุงลอนดอน และเมือง ออกซ์ฟอร์ด ประเทศ อังกฤษ



ขณะที่นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ก็ใช้ชีวิตระหว่างช่วงเทศกาลวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ไปกับการเฉลิมฉลองกับลูกสาว 2คน คือ เอม พิณทองทา  คุณากรวงศ์ และอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร  รวมถึงหลานชาย และหลานสาวฝาแฝดอย่างสนุกสนานที่สกีรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในฮอกไกโด ประเทศ ญี่ปุ่น  โดยมีการไลฟ์สดโชว์ชีวิตที่มีความสุขกับครอบครัวให้ทุกคนได้เห็นในทุกอิริยาบทที่เกิดขึ้น แม้ขณะนี้ในไทยจะเริ่มขยับกระบวนการพิจารณาคดีลับหลังตามกฎหมายอาญานักการเมืองที่มีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม โดยคดีที่อยู่ในข่ายที่นาย ทักษิณจะต้องถูกพิจารณามี ทั้งสิ้น 4คดีคือ 1.คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงค์ ให้รัฐบาลพม่าเป็นเงิน 4พันล้านบาท  2.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย2ตัว3ตัว หรือ หวยบนดิน  3.คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต และ4.คดีทุจริตกรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทกฤษดามหานคร  แต่จากคดีทั้งหมด ดูจะไม่ส่งผลต่อชีวิตของนาย ทักษิณให้ต้องเปลี่ยนแปลง  กล่าวคือเคยใช้ชีวิตไปไหนมาไหนอย่างไร ก็คงสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ตามปกติ เหมือนเดิม  เรียกว่าไม่แตกต่างไปจากชีวิตของน.ส ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่มีชีวิตอย่างปกติสุขดีในต่างประเทศ คือ สามารถท่องเที่ยว สามารถอยู่กับครอบครัว  และสามารถไปไหนมาไหนได้ยังประเทศต่างๆ
 ผิดกับชีวิตของนาย บุญทรง  เตริยาภิรมย์  อดีตรมว.พาณิชย์ และพวก ชนิดหนังคนละม้วนที่ทั้งหมดต่างเจอโทษจำคุกกันอ่วมในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวโดยถ้วนหน้า และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้ขณะนี้ทุกคนถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ โดยที่นาย บุญทรง ถูกจำคุกสูงถึง 42ปีที่เรือนจำกลางคลองเปรม และยังจะต้องชดใช้ค่าเสียหายในคดีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีอีกเป็นเงิน 1หมื่น6พันล้านบาท ทำให้นึกย้อนไปถึงคำพูดนาย บุญทรง ที่เคยกล่าวกับทนายความ นาย นรินทร์ สมนึก เมื่อครั้งติดคุกแรกๆว่า "มาหาผมบ่อยๆนะ อย่าทิ้งผม" และสำหรับช่วงชีวิตของทุกคนในเทศกาลปีใหม่นี้ในเรือนจำ คงไม่ต้องเอ่ยถึงว่าพวกเค้าจะมีชีวิตอย่างไร
และนี่คือความจริงที่ปรากฎอยู่ ณ.เวลานี้ กับชีวิตที่แตกต่างกันคนละขั้วระหว่างลูกน้องกับ บิ๊กบอส  ที่คงไม่จำเป็นจะต้องสรุปอะไรอีกแล้ว!!!????


ขอบคุณ:ภาพ จากเพจ กูต้องได้100ล้านจากทักษิณแน่ๆ  ,ยิ่งลักษณ์รายวันโดย ดร.ดำเนิน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญระดม จิตรดอน

ติดตามข่าวอื่นๆ