2560 วิบากกรรม ‘ชินวัตร’ อ่วม ยิ่งลักษณ์,ทักษิณ,โอ๊ค โดนหนัก

2560 วิบากกรรม ‘ชินวัตร’ อ่วม ยิ่งลักษณ์,ทักษิณ,โอ๊ค โดนหนัก

Publish 2018-01-03 11:17:51

นับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ดูเหมือนว่าครอบครัวชินวัตรจะประสบกับภัยร้ายแรงเกินกว่าที่คาดคิด เพราะหลังจากรัฐประหารเป็นต้นมา อดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในหลายคดีที่เกี่ยวกับความผิดพลาดในการบริหารประเทศ จนในปี 2560 ที่ผ่านมานี้เอง เป็นปีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ จะต้องประสบพบเจอกับคำพิพากษาติดคุก 5 ปีในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว 

2560 ถือเป็นปีที่นางสาวยิ่งลักษณ์  ต้องเจอวิบากกรรมมากที่สุด เพราะในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวนี้เอง ทำให้เธอเลือกที่จะหนีออกนอกประเทศ ก่อนที่ศาลจะพิพากษาตัดสิน โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ หนีออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่ก่อนวันที่ 25 สิงหาคม 2560 โดยเดินทางผ่านชายแดนไทยกัมพูชา แล้วเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษ ซึ่งเชื่อกันว่าเธอได้ขอสถานะลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ 
 

 

 



นางสาวยิ่งลักษณ์ หนีออกนอกประเทศทั้งที่ก่อนหน้านั้น ได้เดินหน้าสู้คดีอย่างเต็มที่ และพร้อมยืนยันด้วยว่าจะไม่หลบหนี เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ในระหว่างที่นางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางไปขึ้นศาล ได้มีประชาชนที่สนับสนุนมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ เลือกที่จะประสบชะตากรรมเดียวกับพี่ชายนายทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องระหกระเหิร เดินทางออกนอกประเทศ ภายหลังมีรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 

ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร ปี 2560 ก็โดนเล่นงานด้วยการเรียกเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ส่งหนังสือไปถึงกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ให้เรียกเก็บภาษีเงินได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ ก่อนที่จะหมดอายุความในสิ้นเดือนมีนาคม 2561 โดยเรื่องดังกล่าวเป็นที่ถกเถียงกันว่า  จะสามารถเรียกเก็บภาษีได้จริงหรือไม่ เนื่องจากทางกระทรวงการคลังเห็นว่าไม่สามารถเรียกเก็บได้ เพราะถือว่าหมดอายุความไปนานแล้ว ผิดกับ สตง.ที่ยืนยันว่าสามารถเรียกเก็บได้

ดังนั้น รัฐบาลโดยนายวิษณุ เครืองาม จึงได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงข้อกฎหมายจนในที่สุดเห็นว่า สามารถเรียกเก็บได้ จากนั้นกรมสรรพากร นำหนังสือแจ้งประเมินภาษีการขายหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ รวมเป็นเงินกว่า 17,629 ล้านบาท ไปติดไว้บริเวณหน้าบ้านพักของนายทักษิณ เป็นอันว่า นายทักษิณ จะต้องจ่ายภาษีหุ้นดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์สู้คดี

ส่วนลูกชาย นายพานทองแท้ ชินวัตร ก็โดนในคดีทุจริตในการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้แก่กลุ่มกฤษดามหานคร โดยสำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานฟอกเงิน ซึ่งนายพานทองแท้ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2560 และส่งทนายสู้คดีเข้ายื่นแก้ข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม
 

 

 


เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2560 เขา โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เป็นธรรมเนียมที่ทุกปี ผมจะต้องกราบคุณพ่อคุณแม่ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครับ 10 กว่าปีที่ผ่านมา อาจไม่สามารถกราบคุณพ่อได้ตรงวัน แต่ผมก็จะต้องรีบไปกราบท่านทันที ที่มีโอกาสได้เดินทาง

10 ปีผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ผมและทุกคนในครอบครัว ยังยืนยันคำเดิมว่า เราเพียงแต่ต้องการชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา โดยที่ไม่มีคนหนึ่งคนใดในครอบครัว ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย..แม้แต่นิดเดียว
ถ้าเป็นไปได้จริง จะเป็นของขวัญที่มีคุณค่ามากที่สุด สำหรับผมและครอบครัวครับ”

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

แสน มวลมิตร

ติดตามข่าวอื่นๆ