จาตุรนต์ ชี้ คุณสมบัติป.ป.ช.เสี่ยงขัดรธน.ถ้าไม่โละ  คสช.เตรียมพังทั้งระบบ

"จาตุรนต์" ชี้ คุณสมบัติป.ป.ช.เสี่ยงขัดรธน.ถ้าไม่โละ คสช.เตรียมพังทั้งระบบ

Publish 2018-01-15 16:27:57

15 ม.ค.61 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Chaturon Chaisang" ระบุถึงคุณสมบัติ ของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดนี้ที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ  และอาจส่งผลให้สถานะของคสช.พังแน่...



ถ้าปปช.ชุดนี้อยู่ได้ คสช.ก็พังแน่

ทั้งคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการปปช.ถูกกำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด พรป.จะหักล้างหรือขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญไม่ได้

คุณสมบัติของกรรมการปปช.อยู่ในรัฐธรรมนูญในมาตรา 232 ส่วนลักษณะต้องห้ามของผู้ที่เป็นกรรมการปปช.อยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 216

กรรมการปปช.บางคนในชุดนี้สรรหาโดยการที่คสช.ออกคำสั่งกำหนดองค์ประกอบกรรมการสรรหาขึ้นใหม่ให้ประธานสนช.และรองนายกฯร่วมเป็นกรรมการสรรหาด้วย

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่ใช้กับกรรมการปปช.ชุดนี้ เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับปปช.ซึ่งอิงตามรัฐธรรมนูญปี 2550 จึงอ่อนกว่าที่กำหนดในรัฐธรรมนูญปัจจุบันอย่างมาก ที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเป็นประเด็นที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอยู่ในขณะนี้ คือ ถ้าเป็นข้าราชการประจำจะต้องเคยเป็นอธิบดีหรือเทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และถ้าเคยเป็นข้าราชการการเมืองต้องพ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี

กรรมการบางคนขาดคุณสมบัติ บางคนเข้าลักษณะต้องห้าม โดยเฉพาะประธานปปช.ขาดทั้งคุณสมบัติและเข้าลักษณะต้องห้ามด้วย จึงไม่สามารถเป็นกรรมการปปช.ตามรัฐธรรมนูญนี้ได้

บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญกำหนดว่ากรรมการปปช.ชุดที่มีมาก่อนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันใช้บังคับจะอยู่ในตำแหน่งอีกนานเท่าใด ให้กำหนดโดยพรป.

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าสนช.จะใช้พรป.ต่ออายุให้กรรมการปปช.ที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือทั้งสองอย่างได้หรือไม่

ดูจากเจตนาของการร่างรัฐธรรมนูญที่มีการกำหนดคุณสมบัติไว้สูงมาก ที่ต่อมาเรียกกันว่าเป็นคุณสมบัติขั้นเทพ กำหนดลักษณะต้องห้ามไว้เข้มงวดเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือรัฐบาล อย่างที่โอ้อวดกันว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง รัฐธรรมนูญนี้ย่อมมีเจตนาให้ใช้เรื่องเหล่านี้ทันที ไม่ใช่อีก 7-8 ปีข้างหน้า

สนช.จะทำได้อย่างมาก ก็คือ กำหนดใน พรป.ให้กรรมการ ปปช.ชุดนี้พ้นไปทันทีที่พรป.ใช้บังคับ แต่ให้รักษาการต่อไปจนกว่าจะมีกรรมการปปช.ชุดใหม่หรือมากกว่านั้น ก็คือ ให้กรรมการปปช.ชุดนี้ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีกรรมการปปช.ชุดใหม่ทีมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ไม่ใช่ให้ชุดนี้เป็นไปจนครบวาระ ทั้งที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามอย่างที่เป็นอยู่

การออกพรป.นั้น ต้องทำให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ซึ่งกำหนดว่า เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติ และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และต้องมุ่งหมายให้มีการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ

การต่ออายุกรรมการปปช.ชุดนี้ทั้งชุดไปจนกว่าจะหมดวาระเดิมนั้น จึงขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน

หากปปช.ชุดนี้ยังทำหน้าที่ต่อไป ก็เท่ากับเรากำลังมีปปช.ที่ตั้งโดยการแทรกแซงของคสช. จนได้คนของคสช.มาคุมปปช. ในขณะที่คสช.กำลังทำทุกอย่างเพื่อให้พวกตนได้อยู่ในอำนาจต่อไปหลังการเลือกตั้ง

ปัญหา ก็คือ ถ้าคสช.ทำสำเร็จ ตั้งรัฐบาลนายกคนนอกได้ ใครจะตรวจสอบรัฐบาล จะไม่เกิดการทุจริตคอรัปชั่นกันใหญ่หรือ

นี่หรือ คือ รัฐธรรมนูญปราบโกง

นี่หรือ คือ ที่คสช.บอกว่าเข้ามาเพื่อปราบคอรัปชั่น

หากปล่อยให้ปปช.ชุดนี้ทำหน้าที่ต่อไป ไม่แก้พรป.ปปช.เสียให้ถูกต้อง
คสช.เตรียมพังทั้งระบบได้เลย

 


 

 

 

 

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก "Chaturon Chaisang"


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์