เหวงเปรียบปรากฎการณ์แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน-นายกคนนอก สนิมกัดกร่อนเหล็ก รอวันเปลี่ยนแปลง

"เหวง"เปรียบปรากฎการณ์"แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน-นายกคนนอก" สนิมกัดกร่อนเหล็ก รอวันเปลี่ยนแปลง

Publish 2018-01-16 16:18:37

นพ.เหวง โตจิราการ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแเดง  โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "เหวง โตจิราการ" แสดงความคิดเห็นกรณีนาฬิการหรู ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม   ปรากฏการณ์ "แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน" เกิดจากผู้กุมอำนาจเองเปรียบเหมือนสนิมเหล็ก ที่กัดเนื้อเหล็กจนกร่อน



สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ ในตน
กินกัดเนื้อเหล็กจน กร่อนขร้ำ
บาปเกิดแต่ตนคน เป็นบาป
บาปย่อมทำโทษซ้ำ ใส่ผู้บาปเอง

ปรากฏการณ์ “แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน”นั้นเกิดขึ้นจากผู้กุมอำนาจเอง แล้วยังหลงลำพองใจว่า “ไม่มีผลกระทบใดๆ”ต่อพวกเขาแน่นอนเพราะองค์กรที่จะจัดการกับพวกเขานั้นเป็นองค์กรที่ตั้งโดยพวกเขา และได้รับการต่ออายุสืบเนื่องก็จากอำนาจของพวกเขาดังนั้น “ไม่เห็นจะต้องไปเดือดเนื้อร้อนใจอะไร”แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะปรากฏต่อหน้าสายตาประชาชนจำนวนมากถึง24เรือนโดยที่ราคาแต่ละเรือนก็กว่าล้านหรือเกือบล้านทั้งสิ้น

การประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจว่า ประเทศไทย ต้องใช้ “ประชาธิปไตยไทยนิยม”ซึ่งเป็นการยืนยันว่า ประเทศไทย ต้องเป็น “ประชาธิปไตยแบบเผด็จการซ่อนรูป”ก็เป็นการมองข้าม อำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชาวไทยไปอย่างไม่เห็นหัวประชาชนเลยแม้แต่น้อย แล้วท่านไม่คิดหรือว่าประชาชนทั้งประเทศที่เคยได้ลองลิ้มชิมรสประชาธิปไตยแท้จริงมาแล้วจะรู้สึกนึกคิดอย่างไร

การยังคงกดหัวพรรคการเมืองนักการเมืองทั้งหมดไม่ให้ดำเนินกิจการทางการเมืองทั้งที่พรป.พรรคการเมืองได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่เดือนตุลาคม60แล้ว ต่อมาแก้เกี้ยวโดยการใช้อำนาจม.44ออกคำสั่งที่53/2560ออกมายิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเพราะเป็นการประกาศวาระซ่อนเร้นที่ต้องการบั่นทอนพรรคการเมืองที่มีฐานทางการเมืองเรือนแสนเรือนล้านให้เสียหายลงไปเพียงเพื่อให้ตนและพรรคพวกได้มีโอกาสงอกเงยทางการเมืองขึ้นมา

การประกาศตนเป็นนักการเมืองพร้อมกับอธิบายว่าการเลือกคนนอกเป็นนายกฯนั้นเป็นการปิดประตูรัฐประหารในอนาคตโดยไม่เฉลียวใจว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ(ปี35)เกิดขึ้นด้วยเรื่อง “ต่อต้านนายกฯคนนอก”แม้รัฐธรรมนูญจะไม่ห้ามก็ตาม
ทั้งนี้เพื่อปูทางให้ตนหรือพวกได้มีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯต่อเนื่องต่อไปเพื่อสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร

ยังเรื่องความไม่ชอบมาพากลจำนวนมากที่พวกของตนได้ดำเนินการไว้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การซื้อเรือลำน้ำ เรื่องอผศ. เรื่องเที่ยวบินเช่าเหมาลำพร้อมอาหารหรูเลิศไข่คาร์เวียร์ ซึ่งล้วนจบไปแบบคาใจ
การอนุญาตให้บริษัทยักษ์ใหญ่ใช้ป่าสงวนอย่างผิดกฏหมายแล้วก็จบดื้อๆเพียงคืนให้ราชการ
เรื่องที่พี่น้องวงศ์วานว่านเครือได้ประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน

การบริหารงานทางเศรษฐกิจที่สร้างความมั่นคั่งร่ำรวยให้กับองค์กรธุรกิจขนาดยักษ์เพียงไม่ถึงสิบองค์กรแต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศกลับยากจนข้นแค้นลง

ทั้งหมดนี้ บ่อนเสาะความแข็งแกร่งของกลุ่มกุมอำนาจลงอย่างทรงพลังรวมทั้งองคาพยพโดยรอบของพวกเขาก็คลอนแคลนลงมาเป็นลำดับ
นี่เป็นบางตัวอย่างของการดำเนินการโดยกลุ่มผู้กุมอำนาจเองทั้งสิ้น

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือ ความอัดอั้นไม่พอใจของประชาชนกลุ่มต่างๆเริ่มขยายตัวและแสดงออกอย่างไม่อาจจะปิดกั้นได้อีกต่อไป แม้ว่าในขณะนี้อำนาจของผู้กุมอำนาจยังกร้าวแกร่งอยู่ก็ตาม

ความผุพังอันเกิดจากจากการกัดกร่อนของสนิมเนื้อในตน ยังทะลุทะลวงไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน

เพราะทางผู้กุมอำนาจ “มีความมั่นใจในตนเอง ว่าสามารถดำเนินการตามประกาศคำสั่งม.44ได้ตามอำเภอใจย่อมไม่อาจจะมีผู้ใดมาระคายเคืองพวกตนได้อีกต่อไป”

แต่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็ได้สอนบทเรียนให้กับพวกคณะรัฐประหารคณะแล้วคณะเล่าแล้วว่า
เมื่อไปถึงจุดที่ประชาชนไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของอำนาจเผด็จการอีกต่อไป
การเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

คสช.ครับ อย่าให้ไปถึงจุดนั้นเลยครับ


 

 

 

 

ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก "เหวง โตจิราการ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์

ติดตามข่าวอื่นๆ