นพดลคนยกหูขอเปรมชัยเข้าป่าทุ่งใหญ่นเรศวรล่าสัตว์ยันมาพบตำรวจแน่ภายใน 16 ก.พ.นี้

"นพดล"คนยกหูขอ"เปรมชัย"เข้าป่าทุ่งใหญ่นเรศวรล่าสัตว์ยันมาพบตำรวจแน่ภายใน 16 ก.พ.นี้

Publish 2018-02-12 09:31:23

ความคืบหน้าคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกถูกจับพร้อมของเป็นอาวุธพร้อมปืนไรเฟิล และซากสัตว์ป่า ขณะลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร สืบเนื่องจาก น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ชี้แจงว่านายนพดล พฤษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานฯ และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาบริษัทอิตาเลียนไทยฯ เป็นผู้ที่โทรศัพท์ประสานขอให้เปรมชัยและคณะเดินเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร  



 ต่อมาพ.ต.อ.ทัศนภูมิ จารุปรัช รองผู้บังคับการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รอง ผบก.ปทส.)สั่งการให้พนักงานสอบสวน ติดต่อไปยังนายนพดล เพื่อเรียกมาสอบคำ ในประเด็นว่า มีเจตนาเข้าไปล่าสัตว์หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกนายนพดลแล้ว โดยให้มาพบตำรวจในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้

ล่าสุด วันนี้( 12 ก.พ.) พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รอง ผบก.ปทส.  ยืนยันว่า นายนพดล พฤกษะวัน  รับปากว่า จะเข้าให้ปากคำตามหมายเรียกตำรวจภูธรทองผาภูมิ ในช่วงวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์นี้ แต่ถ้านายนพดล ไม่มาตามหมายเรียกครั้งแรก จำเป็นต้องออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ถ้ายังไม่มาตามนัดอีก ต้องขอศาลออกหมายจับต่อไป ส่วนกรณีจะโอนคดีให้ตำรวจปราบปรามความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดูแลทั้งหมดเลยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ


  ทั้งนี้  พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ได้ตั้งข้อหานายเปรมชัย กับพวก รวม 9 ข้อหาด้วยกัน คือ

​          1. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

          ​2. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

          ​3. ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา  47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
       
        4. ฐานร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา  53 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

​          5. ฐานร่วมกัน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากของสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิดตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

​          6. ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใด ๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  ตามข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2538) ออกตามความตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

          ​7. ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

​          8. ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

          9. สำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490

 

 

 

 

ขอบคุณ "SpringNews"


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน