กรมอุทยานฯจ่อฟันเมียเปรมชัยหลังมีชื่อครอบครองงาช้างแอฟริกา

"กรมอุทยานฯ"จ่อฟัน"เมียเปรมชัย"หลังมีชื่อครอบครอง"งาช้างแอฟริกา"

Publish 2018-03-06 14:56:01

6  มี.ค.61พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เปิดเผยถึงการดำเนินคดีภรรยานายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เรื่องการครอบครองงาช้างจากต่างประเทศ ว่า เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพบว่างาช้างที่ภรรยาของนายเปรมชัยครอบครองนั้นเป็นงาช้างแอฟริกา ผู้ที่ครอบครองถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีนั้น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเป็นผู้แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่ครอบครองงาช้าง คือ ภรรยาของนายเปรมชัยภายในสัปดาห์นี้



ส่วนกรณีที่กระแสสังคมเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับนายเปรมชัย ที่กระทำความผิดล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ให้เท่าเทียมกับบุคคลอื่นๆ ที่จะทำผิด พล.อ.สุรศักดิ์ ยืนยันว่าไม่มีอะไรมาเบี่ยงเบนการดำเนินคดีนี้ไปจากวิธีปกติทั่วไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งให้ดำเนินการไปตามปกติอย่างเต็มที่ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำอย่างเต็มที่และมากกว่าปกติ และยังได้ตั้งคณะกรรมการติดตามคดีนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ

ทั้งนี้  ในวันที่ 8 มี.ค.นี้ พลต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จะลงพื้นที่ไปพูดคุยกับพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวทั้งหมด ขณะที่คณะกรรมการติดตามคดีของกระทรวงทรัพยากรจะประชุมหารือในวันที่ 12 มี.ค.นี้ เวลา14.00น. และภายหลังการประชุมคาดว่าจะทราบความคืบหน้าในคดี

 


สำหรับงาช้าแอฟริกา ที่ตรวจยึดได้จากบ้านของนายเปรมชัยนั้น มีจำนวน 4 กิ่ง หรือ 2 คู่  เนื่องจากช้างแอฟริกาถูกบรรจุให้เป็น "สัตว์ป่าคุ้มครอง" ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 ฉบับแก้ไข ปี 2557 ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างประเทศไทย กับคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) เพื่อสกัดกั้นขบวนการค้างาช้างแอฟริกาซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติเกี่ยวกับการค้างาช้าง จึงได้มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และมีโทษสูงสุดจำคุก 4 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน