โซเชียลเดือดระอุ!!! มาอีกแล้วครับท่าน เปิดคลิปใหม่ครอบครัวหัวร้อน หลังถูกกล่าวหาเป็นเเก๊งตบทรัพย์.. เจอตำรวจแฉกลับปากเก่งแต่ไม่กล้าโผล่หัวมา

โซเชียลเดือดระอุ!!! มาอีกแล้วครับท่าน เปิดคลิปใหม่ครอบครัวหัวร้อน หลังถูกกล่าวหาเป็นเเก๊งตบทรัพย์.. เจอตำรวจแฉกลับปากเก่งแต่ไม่กล้าโผล่หัวมา

Publish 2018-05-16 11:30:32

จากกรณีวันที่ 11 พ.ค. 2561 เพจดัง แหม่มโพธิ์ดำได้แชร์โพสต์ของเพจ ตนหาข่าว จิตอาสา เป็นเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวครอบครัวหนึ่งซึ่งมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง โดยหลังพูดคุยไม่ลงตัวหนึ่งในสมาชิกครอบครัวได้เข้าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ

ครอบครัวนี้จอดรถในที่ห้ามจอดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกใบสั่งให้จึงเกิดความไม่พอใจพากันมารุมต่อว่าเจ้าหน้าที่ด้วยคำหยาบคายและใส่อารมณ์ไม่มียั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่เองพยายามอธิบายอย่างใจเย็นว่าเหตุใดที่ต้องเขียนใบสั่งให้ และยังมีคลิปเหตุการณ์อื่นๆตามออกมามากมาย จนมีกระแสว่าครอบครัวนี้เป็นเเก๊งตบทรัพย์

 



ล่าสุดทางด้าน น.ส.หทัยรัตน์ ต้องการเผยหลักฐานเพื่อเเสดงว่าตนไม่ได้เป็นเเก๊งตบทรัพย์อย่างที่คู่กรณีในเหตุการณ์ที่ จ.ตาก กล่าวหา จึงได้มอบคลิปเหตุการณ์ที่ได้ถ่ายไว้ในวันเกิดเหตุเพื่อนำมาเผยเเพร่ ในรายการทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34


โดยภายในคลิปเผยให้เห็นเหตุการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายต่างโต้เถียงกันไปมา และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนกลาง โดยฝ่ายน.ส.หทัยรัตน์ต้องการคำขอโทษจากคู่กรณีที่ขับรถจนเกือบเหยียบเท้านายพยอมผู้เป็นสามี แต่คู่กรณีจะไม่ยอม เถียงกันไปมาจนสุดท้ายคู่กรณียอมขอโทษ เเต่ น.ส.หทัยรัตน์ ยังไม่พอใจ ต้องการให้เเฟนของคนที่ขับรถขอโทษด้วย เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกหัวเราะเยาะ

ทั้งนี้ เนื้อหาภายในคลิปไม่มีการพูดถึงเรื่องการเรียกเงินที่จะบ่งบอกได้ว่าเป็นการตบทรัพย์ คลิปเหตุการณ์อื่นไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากจะเก็บไว้ใช้ในชั้นศาล


ขณะที่ ด.ต.วุฒิโชค หล้าวงศ์ ผบ.หมู่ (ป.)สภ.เมืองตาก เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ในพื้นที่สภ.เมืองตาก เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 61 ขณะนั้นตนปฏิบัติหน้าที่สายตรวจบริเวณนั้น พบเห็นการทะเลาะเบาแว้งกัน จึงเข้าระงับเหตุบริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยระหว่างนั้นครอบครัวนี้ซึ่งตอนนั้นตนยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้แจ้งกับตนว่าถูกอีกฝ่ายถอยรถเหยียบเท้า ซึ่งข้อเท็จจริงตนก็ยังไม่ทราบได้ว่าเหยียบจริงหรือไม่


ด.ต.วุฒิโชค เผยว่า ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันนานกว่า 10 นาที เมื่อตนเห็นว่าจะไม่มีทีท่าว่าจะสงบ จึงได้เชิญทั้ง 2 ฝ่าย ไปยังโรงพัก สภ.เมืองตาก เพื่อไปเจรจากัน พร้อมจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น จากนั้น น.ส.หทัยรัตน์ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกคลิปถ่ายป้ายชื่อที่ติดกับหน้าอก ซึ่งตนก็ไม่ว่าอะไรอยากถ่ายก็ให้ถ่ายไป เพราะตนก็ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

ภายหลังจากนั้น ตนมาถึง สภ.เมืองตาก กลับพบว่ามีเพียงฝ่ายคู่กรณีที่เดินทางมาตามคำเชิญ แต่ครอบครัวของ น.ส.หทัยรัตน์ กลับไม่ได้เดินทางมา เจ้าหน้าที่จึงได้ให้คู่กรณีลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น และเนื่องจากฝ่ายครอบครัวดังกล่าวไม่มาจึงไม่ทราบชื่อและไม่มีช่องทางที่จะติดต่อสื่อสาร

ชมคลิป!!!!



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์