โทษประหารยังมีอยู่!! ทนายเกิดผลเผยโทษประหารชีวิตจะหายไปจากไทยตลอดกาล??หากไม่มีการประหารนักโทษคดีฆ่าชิงทรัพย์ รายเเรกรอบ9ปี(รายละเอียด)

โทษประหารยังมีอยู่!! "ทนายเกิดผล"เผย"โทษประหารชีวิต"จะหายไปจากไทยตลอดกาล??หากไม่มีการประหาร"นักโทษ"คดีฆ่าชิงทรัพย์ รายเเรกรอบ9ปี(รายละเอียด)

Publish 2018-06-18 23:09:20


    วันที่ 18 มิถุนายน 2561  พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลด้วยการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชาย "ธีรศักดิ์ หลงจิ"  อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยนักโทษเด็ดขาดดังกล่าวได้ทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน คือ โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าสตางค์ รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้น พิพากษาประหารชีวิตศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาพิพากษายืนเป็นผลให้คดีถึงที่สุด

.




สำหรับการบังคับโทษประหารชีวิตดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ประกอบมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประหารชีวิตนักโทษ พ.ศ.2546 ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการด้วยวิธีการฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย นับเป็นผู้ต้องขังรายที่ 7 นับแต่มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2546 ซึ่งเปลี่ยนวิธีการบังคับโทษประหารชีวิตจากการยิงเสียให้ตายเป็นการฉีดสารพิษ

.

.

 




และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 จนถึงปัจจุบัน มีการบังคับโทษประหารชีวิตมาแล้ว จำนวน 325 ราย โดยแบ่งเป็น การใช้อาวุธปืนยิงจำนวน 319 ราย (ยิงรายสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2546) การฉีดยาสารพิษ จำนวน 6 ราย (ฉีดสารพิษครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2546 และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2552) ดังนั้นนักโทษรายนี้จึงถือเป็นนักโทษเด็ดขาดรายแรกในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา

.

 

.

 

ทั้งนี้ การประหารชีวิต ถือเป็นบทลงโทษทางอาญาที่หนักที่สุดตามกฎหมายไทย ซึ่งมีโทษ 5 อย่าง คือ ปรับ ริบทรัพย์สิน กักขัง จำคุก และประหารชีวิต แม้หลายประเทศได้ยกเลิกโทษประหาชีวิตไปแล้วก็ตาม แต่ก็มีอีหลายประเทศที่ยังคงมีโทษประหารชีวิตอยู่เช่นเดียวกับประเทศไทย อาทิเช่น สหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งเน้นการปกป้องสังคมและพลเมืองส่วนใหญ่ให้พ้นจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมมากกว่าเน้นสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคลที่กระทำผิดกฎหมาย กรมราชทัณฑ์ หวังว่าการประหารชีวิตในครั้งนี้ จะเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่คิดจะก่ออาชญากรรมร้ายแรงหรือกระทำผิดกฎหมายได้ยั้งคิดถึงบทลงโทษนี้

.

 

.


  เเละจากการประหารชีวิตนักโทษ คนเเรกของประเทศไทย ในรอบ 9ปี   ทาง ทนาย เกิดผล แก้วเกิด ได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจ ในประเด็นดังกล่าว ดังต่อไปนี้!!

.
.
 จากการที่รัฐบาลไทย ได้ลงนามในปฎิญญาสากล ว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยปริยาย หากไม่มีการประหารนักโทษภายใน 10 ปี นับแต่การประหารชีวิตครั้งสุดท้าย

.

นับตั้งแต่แต่เดือน ส.ค.2552 ไทยไม่มีการลงโทษประหารชีวิต ซึ่ง หากไม่มีการประหารชีวิต จนถึง สิงหาคม 2562 ครบ 10 ปี หากไม่มีการลงโทษประหารชีวิต ก็ถือว่า ไทยยกเลิกโทษประหารชีวิตไปโดยปริยาย และ จะตลอดไป

.

แต่ปรากฎว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ได้มีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดชายคนหนึ่ง ไป

.

ทำให้ข้อตกลงในปฎิญญาสากล ที่ให้ยกเลิกโทษประหาร หากไม่มีการประหารภายใน 10 ปี (นับตั้งแต่ สิงหาคม 52 - สิงหาคม 62) ตกไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายความ ไทยยังคงมีการบังคับใช้โทษประหาร ตลอดไป จนกว่าจะมีการแห้ไขกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นไปโดยอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติของไทยเอง

.

.

ไม่ได้ยินกับความตายของนักโทษประหาร แต่ยินดีที่การบังคับใช้กฎหมายตามคำพิพากษา ว่ายังคงศักดิ์สิทธิ์ และ บังคับใช้โทษประหาร ยังคงมีไว้เช่นเดิม

.

 

 

 

 

 

.

.

 

 

ขอบคุณ

เกิดผล แก้วเกิด

 

 

.

.

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร

ติดตามข่าวอื่นๆ