โหดร้ายกว่าธรรมชาติ ก็การตลาดที่เห็นแก่ตัวของมนุษย์เนี่ยล่ะ!!!ติวเตอร์ชื่อดัง ลั่น 13 หมูป่ากับโชคร้าย 3 ชั้น(รายละเอียด)

โหดร้ายกว่าธรรมชาติ ก็การตลาดที่เห็นแก่ตัวของมนุษย์เนี่ยล่ะ!!!ติวเตอร์ชื่อดัง ลั่น 13 หมูป่ากับโชคร้าย 3 ชั้น(รายละเอียด)

Publish 2018-07-13 15:07:01

วันที่ 12 ก.ค.61 ชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย ติวเตอร์หนุ่มชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chaiyapon Chai Chawanwanitchai ว่า...

ทีมฟุตบอลหมูป่ากับโชคร้าย 3 ชั้น
.
.

โชคร้ายชั้นแรก
เป็น ‘เหยื่อ’ ของภัยธรรมชาติ
.

‘ติดถ้ำเหมือนติดคุก’ ในพื้นที่แคบเท่าแมวดิ้นตาย
ต้องนอนในที่ชื้น พื้นแข็งและเย็น แถมไม่เป็นพื้นราบ
อากาศน้อย ไม่มีห้องส้วม ไม่ได้ทำกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น
ยาวนานกว่า 2 สัปดาห์
.
.

โชคร้ายชั้นสอง
ตกเปน ‘เหยื่อ’ ของการตลาดและ PR ของแบรนด์
และองค์กรต่างๆ 
.

ที่กระโดดเข้ามาประกาศจะให้ ‘รางวัล’ ปลอบขวัญเพื่อเยียวยาปลอบใจ เพื่อเรียกความสนใจจากสื่อและได้ Earned Media ไปฟรีๆ
.

ทั้งๆที่ทีมหมูป่าไม่ได้ร้องขอ (และไม่ได้รู้เรื่องด้วย)
สิ่งทีมหมูป่าร้องขอเท่าที่ทราบจากข่าวคือ
ข้าวกะเพรา หมูกะทะ และขอออกจากถ้ำแค่นั้น
.

โชคร้ายขั้นสาม
ตกเป็น ‘เหยื่อ’ ของสื่อและชาวโซเชียล (cyberbully)
.

ยิ่งมีองค์กรให้ ‘รางวัลปลอบใจ’ เท่าไหร่
น้องๆหมูป่ายิ่งถูกแขวะและวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเท่านั้น
ตั้งแต่ตั๋วดูนัดชิงจากฟีฟ่า จนไปถึงทุนการศึกษาจากม.นเรศวร สร้างประเด็นให้ถูกโจมตีได้ตลอด
.

ตอนนี้น้องหมูป่าทั้ง 13 ยังไม่เห็น
เพราะยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
แต่ออกมามาย้อนอ่านยังไงก็ได้เห็น
ว่าเขาถูก ‘ดึง’ ไปเป็นเหยื่อให้ถูก ‘ด่า’ มากแค่ไหน
ทั้งๆที่เขาไม่รู้ตัว ไม่ได้ร้องขอและไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วยเลย
.

พวกเขาอาจจะรู้สึกกระแสน้ำที่ท่วมถ้ำว่าร้ายแรงแล้ว
แต่เทียบไม่ได้กับกระแสโซเชียลที่กระหน่ำซ้ำเติมเขา 
อย่างที่เขาจะไม่มีทางได้เจอมาก่อนในชีวิตนี้



ทีมหมูป่าไม่ได้ทำผิดอะไรที่ไปเที่ยวถ้ำ
เกิดอุบัติเหตุทางธรรมชาติ
ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สุดวิสัย
.

และทีมหมู่ป่าไม่ได้ทำผิดอะไร
ที่อยู่ๆมีองค์กรต่างๆเสนอ
‘รางวัลปลอบขวัญ’ เพื่อเยียวยาหัวใจ
เพราะเขาไม่ได้ร้องขอและไม่ได้รู้เรื่องเลย
.

แบรนด์หรือองค์กรต่างๆที่เสนอ
ถ้าเสนอให้ด้วยใจ เขาก็ไม่ผิดอะไร
แต่ถ้าเสนอแบบหวังผลทางการตลาด
ตั้งใจโหนกระแส โดยไม่สนผลลัพธ์
หวังแค่ได้ผลเชิง PR ได้ awareness อย่างเดียว
และเผลอๆ รู้ล่วงหน้าว่าน้องๆจะโดนกระแสเล่นงานด้วยซ้ำ!
.

โหดร้ายกว่าธรรมชาติ
ก็การตลาดที่เห็นแก่ตัวของมนุษย์เนี่ยล่ะ
.

ผมเขียนไปแล้วในบทความที่แล้วก่อนหน้าว่า...
“13 หมูป่า = ผู้ประสบภัย
อาสานับพันชีวิต = Hero”
.

ผู้ประสบภัยควรให้คำขอบคุณและได้รับการปลอบขวัญ
Hero ควรได้รับรางวัล
Logic พื้นฐานก็มีพื้นฐานก็มีเท่านี้
.

ถ้ามีคำถามว่าพวกเขาควรได้รางวัลปลอบขวัญไหม?
ส่วนตัวผมมองว่า...
“วันนี้ที่เขาจะได้ออกมาจากถ้ำ”
ออกมาเจอหน้าพ่อแม่ ออกมาเรียนหนังสือ 
ได้แข่งบอล และได้ใช้ชีวิตตามปกติได้ 


มันคือรางวัลปลอบขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาทั้ง 13 แล้ว 
มันคือผลลัพธ์แห่งพลังใจของผู้คนนับล้าน 
มันคือความเสียสละของอาสาสมัครนับพันนับหมื่น
มันคือสิ่งยืนยันความมีน้ำใจของคนไทยที่ไม่เคยทิ้งกัน
.

จากวันที่เกือบตาย ไม่รู้จะมีใครมาเจอไหม
จนถึงวันที่ต้องติดคุกอยู้ในถ้ำอย่างยาวนาน
จนถึงวันที่ได้ออกมา เห็นหน้าพ่อแม่และได้ใช้ชีวิตอีกครั้ง
.

มันคือ ‘รางวัล’ ที่มีค่าสูงสุดและดีที่สุดที่เขาอยากได้แล้ว
รางวัลนี้มาจากแรงใจอันเสียสละที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆของอาสาสมัครนับหมื่นจากหลายสิบชาติ 
ที่ยอมจ่ายทุกราคาทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือให้เขาออกมา
รวมถึงได้รับกำลังใจจากคนไทยทั้งชาติและคนระดับโลกอีกมากมาย
.

มันเป็น ‘รางวัล’ ที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขาแล้ว
โดยอาจไม่จำเป็นต้องได้รับรางวัลปลอบใจอื่นใดอีก เพราะไม่มีรางวัลไหนจะมีค่าเสมอเหมือนเท่านี้อีกแล้ว
.

อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี
อย่าให้น้องหมูป่าที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ที่เจ็บปวดสุดๆในถ้ำมาแล้ว
ต้องมาเจ็บปวดกว่านี้ นอกถ้ำอีกเลย
บทเรียนที่ได้...มันมากเกินพอสำหรับเด็กอายุ 12 แล้วล่ะ

#ครูชัย
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย