อาถรรพ์ถ้ำหลวง บังโฟล์ค เจอดีกลางดึก กลับมา 2 อาทิตย์ถูกรังควานจนนอนไม่ได้ มั่นใจมีบางอย่างตามมาด้วย!

อาถรรพ์ถ้ำหลวง "บังโฟล์ค" เจอดีกลางดึก กลับมา 2 อาทิตย์ถูกรังควานจนนอนไม่ได้ มั่นใจมีบางอย่างตามมาด้วย!

Publish 2018-08-03 13:34:06


บังโฟล์ค หนึ่งในทีมปีนผาที่เข้าร่วมภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่า ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ซึ่งเขามักจะโพสต์เล่าเรื่องลี้ลับที่หาคำตอบไม่ได้จากการร่วมภารกิจในครั้งนี้ ซึ่งล่าสุดนี้เอง บังโฟล์ค ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากกลับมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ว่ากลางดึกถูกรบกวนจากบางสิ่งทำให้มั่นใจว่าตนไม่ได้กลับมาเพียงคนเดียวจริงๆ



 

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2561 บังโฟล์ค โพสต์เล่าเหตุการณ์สะดุ้งตื่นกลางดึกและรู้สึกตัวว่าร่างกายของตนเองอยู่นอกเหนือการควบคุม ทำให้มั่นใจว่ามีอะไรบางอย่างติดตามเขากลับมาจริงๆ

 

 

กลับจากเขาหลวงนางนอน ถึงบ้านในวันศุกร์ที่ 13 ผ่านไปกว่า 2 สัปดาห์ ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติ แต่ ..... แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติขึ้นมาในกลางดึกคืนหนึ่ง ไม่ปกติเป็นอย่างมาก มากจนบางอย่างเกือบจะเกินการควบคุม เมื่อรู้สึกว่าภายในร่างกายร้อนจนเดือดเหมือนถูกแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนนึงยังพอรู้สึกตัวว่าคือตัวเอง แต่อีกส่วนนึงเหมือนกำลังมีบางอย่างยืมไปใช้ เมื่อหันไป พบว่ามือข้างหนึ่งเคลื่อนไหวเองได้ลักษณะผิดธรรมชาติ ร่างกายพยายามลุกขึ้นไปเดินทั้งที่ไม่ได้สั่งการใดๆ

จนแม่บ้านเห็นว่าครั้งนี้หนักกว่าครั้งใด ต้องทำบางอย่างที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้ จนหลับไป .... จากที่เคยลังเลว่าคงจะกลับมาเพียงคนเดียว ตอนนี้มั่นใจแล้ว ว่ามีอะไรบางอย่าง กลับมาด้วย

 



ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2561 บังโฟล์ค เคยได้โพสต์เล่าเหตุการณ์แปลกๆหลังกลับมาจากภารกิจถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เป็นเวลา 3 คืน ทำให้เริ่มเอะใจว่าอาจมีบางอย่างตามเขากลับมา

หลังจากจบภารกิจที่ถ้ำหลวงนางนอน ...... ในค่ำวันนึงหลังจากที่เดินทางกลับถึงบ้านได้เพียง 3 คืน เป็นวันที่อากาศร้อนอบอ้าวมาก ฝนฟ้ามืดครึ้มทำท่าจะตกในอีกไม่ช้า รู้สึกถึงภายในร่างกายที่เหมือนจะร้อนในมากๆ หิวน้ำตลอดเวลา ดื่มน้ำเย็นเยอะแค่ไหนก็ไม่ทุเลาลงเลย

ระหว่างนั้นก็นึกถึงคำเตือนของผู้ใหญ่บางท่านว่าเมื่อยามที่เราได้เดินทางไปยังสถานที่แปลกๆและลึกลับเช่นถ้ำ ป่า หรือภูเขา ก็ให้ระวังบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะติดตัวกลับมา แต่ด้วยความเคยชินกับสิ่งที่ติดตามมาก่อนหน้านี้ซึ่งมีบ่อยครั้งจากการไปสำรวจถ้ำแห่งอื่นๆ ทำให้รู้สึกเฉยชาไปไม่น้อย ซึ่งสิ่งที่เคยเจอมานั้นมันตามติดมาถึงบ้านบางครั้งเห็นด้วยตัวเอง บางครั้งคนในบ้านพบเห็น

 

 

มีอยู่ครั้งนึงที่ชัดเจนมาก ก่อนหน้านี้ราว 2 ปี วันนั้นกลับมาจากทำงานก็เกือบดึก หิ้วสัมภาระเข้าบ้านเอื้อมมือแวะเปิดไฟระเบียงแล้วเปิดประตูเข้าห้องไปจัดเก็บของ พลางเรียกบอกแม่บ้านว่า " กลับมาแล้วครับ ค่ำนี้กินไรดี " ...... แม่บ้านยังไม่ตอบมา แต่ก็ได้ยินเสียงกุกกักอยู่ในครัว

ด้วยความชุ่มไปด้วยเหงื่อจึงอยากจะอาบน้ำก่อน จึงถอดเสื้อพลางเดินจะไปห้องน้ำ ระหว่างดึงคอเสื้อยืดจะหลุดออกมาได้ก็เดินเซจนเกือบไปชนแม่บ้านที่เดินสวนทางมาพอดี กะว่าจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยลงมาทำมื้อค่ำ ซึ่งก็ไม่ค่ำเท่าไหร่นักเพราะเกือบ 5 ทุ่ม

แต่ก็แอะใจขึ้นมาทันใด แอะใจว่า แม่บ้านเดินสวนทางจะไปไหนกัน ก็หันไปดูในระยะเวลาที่ห่างกันน่าจะเพียงไม่กี่วา .... และมันก็ว่างเปล่า ไม่มีใครเลยนอกจากเรากับแมวที่นั่งตาวาวอยู่บนตู้เย็น

เลยเดินไปตามทิศทางนั้นเข้าไปยังห้องพักผ่อน ลองเรียกชื่อเบาๆ ..... ก็ไม่มีขานรับ แต่ ...... แต่ที่ในครัวห่างออกไปด้านหลัง มีเสียงกุกกักเหมือนใครกำลังทำกับข้าวเมนูอะไรสักอย่างอีกครั้งนึง มีเสียงคล้ายกำลังลับมีดเป็นระยะ เลยหันกลับไปมองช้าๆ ก็พบว่า ไฟในครัวยังไม่เปิด ในนั้นมืดสนิท

ณ ตอนนั้น ไม่อยากรู้ว่าใครอยู่ในครัว แต่อยากรู้ว่า แม่บ้านอยู่ที่ไหนกันแน่

...... จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรหาใครบางคน .......

เสียงปลายสายพูดขึ้นมาว่า ...... " กินไรยัง มีกระเพราไก่อยู่ในตู้เย็นนะ ลืมบอกไปคืนนี้เข้าเวรคงกลับถึงตี 2 นะ คนไข้เยอะ " .......

แม่บ้านไปเข้าเวร แล้วใครกันกำลังเข้าครัว ...... หรือเขากำลังจะอุ่นกระเพราไก่ ให้เรา

 

 

.

.

.

 

ที่สำคัญไม่เพียงแต่ชาวไทยเท่านั้นที่ให้ความสนใจกับเรื่องราวของเขา เพราะก่อนหน้านี้ บังโฟลค์ ได้โพสต์เล่าในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาเช่นเดียวกันว่ามีสื่อต่างประเทศให้ความสนใจและมาสัมภาษณ์เขาเช่นเดียวกัน

 

"ในวันนึงที่ยังพักอยู่ในบ้านหนาวรีสอร์ท ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้มีผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศขอเข้าสัมภาษณ์ถึงภารกิจค้นหาปล่องที่ถ้ำหลวง ซึ่งการให้ข่าวแนวนี้นั้นสำคัญมาก ควรจะให้ข้อมูลของงานตัวเองที่ประสบมาเท่านั้น ส่วนงานของผู้อื่นในด้านอื่นๆนั้นหากมีคำถามต้องบอกว่ายังไม่ทราบรายละเอียด หรือต้องระวังมากๆในการให้ข้อมูล

 

 

ก็คุยสัมภาษณ์กันราวครึ่งชั่วโมง แต่ในการคุยรอบนอกนั้นชาวต่างชาติก็สนใจในเรื่องลี้ลับเช่นกัน คงเพราะได้ข่าวมาบ้างมาจากหลายแหล่งข่าว และส่วนที่พีคสุดที่ทำให้ผู้สื่อข่าวต่างชาติตกใจก็คือ เมื่อได้ตอบคำถามไปว่า ตอนนี้อายุ 41 ..... ทุกคนทำหน้างงๆเหมือนฟังผิดไป เหมือนเราบอกผิด เขานึกว่าเราอายุ 20 กว่า ..... ฮา แอบดีใจ

..... ส่วนเคล็ดลับง่ายๆเบื้องต้นนั้น คือตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยสูบบุหรี่สักมวนเดียว ส่วนภาพข่าวนั้นอยู่ในหนังสือพิมพ์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในภาพกำลังรับสายผู้สื่อข่าวไทยที่กำลังตามหาตัว อยากจะติดตามไปทำข่าวถึงปล่องถ้ำ ซึ่งก็บอกว่าอย่าตามไปเลย เด่วโดนทิ้งกลางป่านะ แถวนั้นผีดุๆอยู่ด้วย "

 

 

 

ขอบคุณ Folk Kamponsak Sassadee


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล