บิ๊กตู่ แจงแล้ว เหตุเด้ง บิ๊กป้อม พ้นที่ปรึกษาประธานคตช. !!

"บิ๊กตู่" แจงแล้ว เหตุเด้ง "บิ๊กป้อม" พ้นที่ปรึกษาประธานคตช. !!

Publish 2018-08-16 15:28:06


วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๑ ผู้สื่อข่าวรายงานพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แจงสาเหตุย้ายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณพ้นตำแหน่งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ

 



จากกรณีเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ โดยระบุว่า ตามที่ได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๑ เรื่อง การปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ลงวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๑

 

 

เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินการในเรื่องการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบเกิดผลเป็นรูปธรรม อย่างต่อเนื่องนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๒ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังนี้


ข้อ ๑ แต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ประกอบด้วย

๑) หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ

๒) พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองประธานกรรมการ

๓) หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กรรมการ

๔) พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท กรรมการ

๕) พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ กรรมการ

๖) พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง กรรมการ

๗) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการ

๘) นำยประมนต์ สุธีวงศ์ กรรมการ

๙) นำยถวิล เปลี่ยนศรี กรรมการ

๑๐) รองศาสตราจารย์ จุรี วิจิตรวาทการ กรรมการ

๑๑) รองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค กรรมการ

๑๒) นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ กรรมการ

๑๓) นายวิชัย อัศรัสกร กรรมการ

๑๔) นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการ

๑๕) นายประยงค์ ปรียาจิตต์ กรรมการ

๑๖) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรรมการ/เลขานุการ

๑๗) เสนาธิการทหารบก/ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชำติ กรรมการ/ผู้ช่วยเลขานุการ 

 

 

ข้อ ๒ ให้คณะกรรมการตามข้อ ๑ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๑) จัดทำแนวทางและมาตรการในการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างและประสานความร่วมมือในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องและเสนอให้คณะรัฐมนตรีทราบเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

๒) ประสาน เร่งรัด ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และอยู่ภายใต้กรอบธรรมาภิบาล

๓) ติดตาม ประสานงาน และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินการเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในส่วนของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ คณะกรรมการตามกฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนในการต่อต้าน ป้องกัน และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ

๔) จัดทำผลการดำเนินการและเสนอแนะความเห็นหรือกลไกในการดำเนินการที่จำเป็นในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน

๕) ในกรณีที่เห็นสมควรอาจเสนอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อขอให้มีการประชุมร่วมกันของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี เพื่อปรึกษาหารือหรือพิจารณาแนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องของการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานตามความจำเป็น

๗) เชิญเจ้าหน้าที่ บุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะความเห็นหรือคำแนะนำทางวิชาการ ตลอดจนขอให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น

๘) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่งณ วันที่ ๑๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 



 

ล่าสุดวันนี้ เวลา 11.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีออกคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2561 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ซึ่งมีการปรับรายชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาประธานกรรมการ ว่า ไม่มีอะไร แค่แบ่งงานท่านออกมาบ้าง ไม่เกี่ยว

 

 

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวที่ออกมา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ที่มีชื่อเป็นรองประธานยังไม่ได้รับผิดชอบ จึงแบ่งงานของพล.อ.ประวิตร ออกมาเท่านั้นเอง ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น อย่าไปคิดให้เป็นอย่างอื่นสิ ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละ 

 

 

เมื่อถามว่า เหตุผลที่ปรับชื่อพล.อ.ประวิตรออก ไม่ใช่เพราะเหตุผลเรื่องนาฬิกาหรูใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่เกี่ยว ผมไม่สนใจ เรื่องไหนใครตรวจสอบก็รับไปสิ เขาตรวจสอบว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น ผมไปเกี่ยวอะไรเล่า ไม่เกี่ยว แล้วทำไมเธอไม่ถามล่ะ คุณต่อตระกูล ทำไม่ยังอยู่ ผมเอาออกหรือเปล่า ก็ว่าโน้นว่านี่อยู่บ่อยๆ ก็ยังอยู่เหมือนเดิมในคณะ ผมไม่ได้ตั้งแบบนี้"

 

 

เมื่อถามย้ำถึงเหตุผลของการปรับโครงสร้างในคตช.ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการปรับให้พล.อ.ฉัตรชัยมารับผิดชอบ เพราะคณะต่างๆ ต้องแบ่งงานของพล.อ.ประวิตร ออกมาบ้าง ซึ่งมีตั้ง 50 คณะ คตช.จะได้ประชุมบ่อยครั้งขึ้น ไม่เช่นนั้น พล.อ.ประวิตร จะติดประชุมเยอะหลายคณะ 

เมื่อถามว่า เหตุผลที่ปรับนั้นเพื่อภาพลักษณ์รัฐบาลด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธตอบคำถามก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันทีพร้อมส่ายหัวเล็กน้อย

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายต่อตระกูล ยมมนาค หนึ่งในคณะกรรมการคตช. เคยออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการที่ล่าช้าในการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของพล.อ.ประมิตร และเคยทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคตช. โดยเนื้อหาในหนังสือดังกล่าว แสดงความกังวลต่อบทบาทของพล.อ.ประวิตร ที่กำลังถูกตรวจสอบเรื่องที่มาของนาฬิกาหรู
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล