ปอดแหก!!ทนายตั้ม จัดหนักทนายครูปรีชา งัดข้อบังคับสภาฟาดหน้า หลังอ้างมารยาทไม่รับคำท้า!

ปอดแหก!!ทนายตั้ม จัดหนักทนายครูปรีชา งัดข้อบังคับสภาฟาดหน้า หลังอ้างมารยาทไม่รับคำท้า!

Publish 2018-08-23 08:41:58


จากกรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ ร.ต.ท.จรูญ ได้เสนอท้ายให้ทนายฝ่ายครูปรีชา ใคร่ครวญ รับคำท้า หากฝ่ายใดว่าความแล้วแพ้ในคดีนี้ ให้ลาออกจากทนายความนั้น และต่อมานายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความครูปรีชา เปิดเผยว่า ตนเองเคยบอกไปแล้วว่าไม่รับคำท้าย ซึ่งเหตุผลที่ไม่รับไม่ได้เกิดความกลัวแต่อย่างใด แต่กลัวว่าสภาทนายความจะเสียหาย โดยเรื่องนี้อยากขอให้สภาฯ เข้ามาดูแลเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นห่วงทนายความอีก 8 หมื่นคนจะได้รับผมกระทบ อีกทั้งการท้ายกันลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ผิดมรรยาททนายความและกลายเป็นการกระทำผิด เป็นแบบอย่างไม่ได้ เพราะเป็นการพนันขันต่อ




ซึ่งบทบาททนายความมีหน้าที่นำเสนอข้อเท็จจริง เป็นไปตามกฏหมาย ไม่มีหน้าที่ในการพิจารณาชี้ว่าใครผิดหรือถูก เพราะเป็นอำนาจของศาล และคำว่าการท้ากันระหว่างทนายกับทนายก็ไม่เคยมีเกิดขึ้น ตนเองก็ในฐานนะเป็นทนายมา 21 ปี ก็พึ่งเคยเจอ ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจ ทนายวรยุทธบอกว่า ผมไม่ได้กลัว แต่ผมห่วงองค์กร ผมเป็นทนายผมทำผิดมรรยาทไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 



ล่าสุด ในเพจ ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ข้อความระบุว่า ลองมาศึกษามรรยาททนายความกัน การที่ผมท้าทนายวรยุทธ หากฝ่ายใดแพ้คดีให้เลิกเป็นทนายไม่มีข้อกำหนดมรรยาทข้อไหน บอกว่าเป็นการผิดมรรยาท แต่ที่ผิดมรรยาทมีแน่นอน 4 ข้อที่ชัดๆในข้อบังคับสภาทนายความเลยก็คือ

ข้อ 7. หากทนายความนำพยานเท็จ หรือหลักฐานเท็จเข้าสู่กระบวนพิจารณาในศาล

ข้อ 8. เสี้ยมพยานให้เบิกความเท็จ

ข้อ 9. ส่งเสริมให้มีการฟ้องร้องในคดีที่ไม่มีมูล

และข้อ 10(1) . หลอกลวงลูกความว่าคดีจะชนะ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าแพ้แน่นอน

สรุปใครเป็นคนผิดมรรยาท?? แค่เปิดในกูเกิ้ลก็เจอข้อบังคับสภาทนายความง่ายๆแล้ว หัดสืบค้นทำความเข้าใจเรื่องมรรยาทซักนิด หรือรู้แล้วแต่แค่ปอดแหก เลยเบี่ยงประเด็นไม่ทราบ!!

 

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย