อาฆาตรัก! เสี่ยอ้วน กลั่นความในใจ คบ น้องสปาย ได้สามปี แต่ไร้ความสัมพันธ์ลึกซึ้ง?

อาฆาตรัก! "เสี่ยอ้วน" กลั่นความในใจ คบ "น้องสปาย" ได้สามปี แต่ไร้ความสัมพันธ์ลึกซึ้ง?

Publish 2018-08-23 21:18:38

จากคดีที่ ทางนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน พร้อมพวก เป็นผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 20 ปี ที่เขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี  ซึ่งหลังจากที่ ทางการไทยได้ดำเนินการ ประสานงานกับประเทศกัมพูชา เพื่อขอตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้ กลับมาดำเนินคดีในไทย ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา   โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 21 สิงหาคม เสี่ยอ้วน ได้มาถึงกรุงเทพฯเเล้ว    โดยมี ความคืบหน้าการนำตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาที่บงการและลงมือสังหาร น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือน้องฟอส ไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดต่างๆ

 

 



 

จากนั้นได้คุมตัวเดินทางกลับที่ สภ.นาจอมเทียน โดยคุมตัวเข้าห้องสืบสวนประมาณ 30 นาที ก่อนควบคุมตัวเข้าห้องขัง โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอย่างแน่นหนา โดยจะนำตัวเสี่ยอ้วนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยาในวันที่ 22 ส.ค.61

 

 

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาฆ่าน.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย หรือ ฟอส จริตรัมย์ อายุ 20 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

 

 


ล่าสุดในวันนี้ (23 ส.ค.61) พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วยชุดสืบสวน นำสำนวน พร้อมนำตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ออกจากห้องขัง เพื่อเดินทางไปยังศาลจังหวัดพัทยา เพื่อฝากขังเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ,พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุ้มกันหนาแน่น ทั้งรถตำรวจนำขบวนและรถเจ้าหน้าที่ปิดท้ายรถขนผู้ต้องหา

ขณะที่นำตัวเสี่ยอ้วน เดินลงมาจากห้องขังเพื่อจะขึ้นรถขนผู้ต้องหาที่จอดรออยู่หน้าโรงพัก เสี่ยอ้วนได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวว่า “เสียใจครับ เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เงิน 7 ล้านมีการโอนจริงครับ ให้พ่อแม่น้องสปาย โดยหลักฐานเป็นสลิปการโอนได้ส่งมอบให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แล้ว รวมทั้งจะมีการดำเนินการฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สิน โดยมอบให้ญาติเป็นผู้จัดการ

"ผมเชื่อแล้วในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ และได้กราบขอขมาแล้ว วันที่ยิงน้องสปาย-น้องฟอส กระสุน 3 นัดไม่ออก แต่ทุกอย่างต้องจัดการต่อ ส่วนเงินที่โอนให้ครอบครัวน้องสปาย ทีแรกเมื่อรู้ว่าผิดคำพูดกันแล้ว กะว่าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายคืน แต่ด้วยไม่เคยถูกหยาม ไม่อยากเสียศักดิ์ศรี จึงมอบความตายให้" เสี่ยอ้วน กล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวขึ้นรถขนผู้ต้องหาออกไปทันที


โดยนอกจากนี้ "เสี่ยอ้วน" ได้เปิดเล่าเรื่องระหว่างตนกับสปายให้ ชุดจับกุมถึงความคับแค้นที่มีจนต้องวางแผนอฆ่าว่า ตั้งแต่แอบชอบและได้คบหากับน้องสปายมานานกว่า 3 ปี ได้มีการพาไปฮันนีมูนที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปลายปี 60 และบินกลับไทยในต้นปี 61 โดยมีการวางแผนการแต่งงานมาโดยตลอด กระทั่งมีการตกลงกับน้องสปายว่าจะแต่งงานกัน จึงมีการโอนเงินจำนวน 5 ล้านบาท ให้ไว้เป็นค่าใช้จ่ายซื้อบ้านซื้อรถ และไถ่ถอนที่ดิน และโอนให้น้องสปายอีก 2 ล้าน ไปทำศัลยกรรม

ชุดจับกุมระบุอีกว่า "เสี่ยอ้วน" ยืนยันว่าตลอดการคบหาน้องสปาย ไม่เคยมีอะไรกันลึกซึ้ง ซึ่งก็แปลกใจและสงสัยว่าน้องสปายน่าจะคบหาคนอื่นอยู่หรือไม่

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี