รายการดัง ทำภาพจำลอง การขยับร่างกายของ ฤาษีตาไฟ ข่มขืนเด็ก17 ศอกกับเอวยังแข็งแรง(คลิป)

รายการดัง ทำภาพจำลอง การขยับร่างกายของ ฤาษีตาไฟ ข่มขืนเด็ก17 ศอกกับเอวยังแข็งแรง(คลิป)

Publish 2018-09-06 09:55:11

จากเหตุการณ์นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ หรือ ร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ถูกอ้างว่าเป็นคนข่มขืนสาววัย 17 ปีในวันที่ 26-27 ส.ค. 61 นายทวีอาสาขับรถมารับนายสุรสิทธิ์ และสาววัย 17 ปี จากนั้นก็พาทั้งหมดไปที่ จ.ศรีสะเกษ เปิดรีสอร์ตเพื่อทำพิธี ซึ่งเปิดห้องให้ตัวเองและลูก 1 ห้อง และให้ร่างทรงฤาษีกับสาววัย 17 ปีอีกห้อง เป็นเหตุให้ร่างทรงฤาษี ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนสาววัย 17 ปี หลังจากนั้นก็เป็นผู้พาทั้งนายสุรสิทธิ์และสาววัย 17 ปี กลับไปส่งที่บ้าน

ต่อมาวันที่ 28 ส.ค. 61 ครอบครัวของสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ พร้อมแจ้งว่าลูกถูกนายสุรสิทธิ์ข่มขืน ต่อมา 31 ส.ค. 61 นายสุรสิทธิ์ได้เข้ามอบตัวต่อสู้คดี และปฏิเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุข่มขืน

 

 

 

 

ต่อมา ในรายการทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ ได้ไปสัมภาษณ์ นายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ หรือ ร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ 26 ส.ค. 61 นายทวีกับสาววัย 17 ปี คุยกันในรถ ตนก็นั่งอยู่ จากนั้นเมื่อขับรถไปถึงรีสอร์ต นายทวีก็จัดการเรื่องห้องให้ โดยให้ตนอยู่ห้องเดียวกับสาว 17 ปี เพียงลำพัง ส่วนนายสุรสิทธิ์อยู่อีกห้อง กับลูกสาวที่พาไปด้วย

นายสุรสิทธิ์ บอกต่อว่า ในห้องตนนอนกับสาวอายุ 17 ปีจริง ส่วนเรื่องข่มขืนนั้น ตนพยายามบอกแล้วว่าอย่าทำ แต่ว่าหญิงสาวไม่ฟัง ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กันถึง 4 ครั้ง แต่ทุกครั้งตนพยายามห้าม ส่วนนายทวีก็ไม่ได้มีการจับเนื้อต้องตัวสาววัย 17 ปี หลังจากนั้น เช้าวันที่ 27 ส.ค. 61 นายทวีก็พาตนกลับมาส่งที่บ้าน

 

 



ต่อจากกรณีดังกล่าวนั้น ดราม่าของ “ฤาษีตาไฟ” ยิ่งทวีคูณความเดือดขึ้นไปอีกเมื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ) พี่สาวน้อขณะเกิดเหตุ นายสุรสิทธิ์ขู่เรื่องไสยศาสตร์ว่า “หากออกไปจากห้อง ครอบครัวจะอยู่ไม่สุข จะต้องตายทั้งครอบครัว” ซึ่งน้องสาวเป็นเด็ก ก็กลัว จึงไม่กล้าหนี อีกทั้งนายสุรสิทธิ์ขู่ว่า “ถ้าไปบอกใคร ก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะตัวเองพิการ” ทั้งนี้ ทางครอบครัวก้พยามติดต่อ โดยแม่โทรศัพท์หาน้องตอนดึก แต่ไม่มีคนรับสาย กระทั่งเกือบเช้า 04.00 น. ของวันที่ 27 ส.ค. 61 น้องก็ยังไม่รับสาย

ส่วนประเด็นที่นายสุรสิทธิ์อ้างว่า น้องตนเป็นคนขึ้นคร่อม แต่เจ้าตัวพยายามห้ามแล้ว น.ส.เอ ระบุว่า น้องสาวตนเล่าว่า นายสุรสิทธิ์เป็นคนขึ้นคร่อมเอง โดยใช้เข่า และเอว ด้วยความที่น้องโดนขู่ จึงไม่กล้าขัดขืนหรือหนี อีกทั้ง นายทวีที่อยู่อีกห้อง ก็ไม่ได้
เข้ามาช่วยเหลือ เพราะนายสุรสิทธิ์สั่งห้ามไว้ว่าไม่ให้เข้า

น.ส.เอ เล่าต่อว่า ความจริงนายสุรสิทธิ์ไม่ได้พิการมาก ตามที่เห็นในสื่อโทรทัศน์ เพราะตนและครอบครัวได้ไปร่วมพิธี เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 61 ก่อนวันเกิดเหตุ โดยมีนายทวีมารับที่บ้านตอนเช้า ตนเห็นนายสุรสิทธิ์นั่งทำพิธีได้ ตั้งแต่ 17.00 น. – 23.00 น. นั่งโดยไม่ล้ม ด้วยการใช้มือยันพื้นไว้ อีกทั้งยังใช้เข่าเดินจากจุดหนึ่ง ไปยังอีดจุดหนึ่งได้ด้วยตัวเอง ซึ่งขณะทำพิธีก็มีเพียงแค่การสวดมนต์เท่านั้นง 17 ปี ผู้เสียหาย ได้ออกมาเปิดใจในรายการต่างคนต่างคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวได้เล่าว่า 

 

 

ล่าสุดมีการไปตรวจสอบโพสต์ในเฟซบุ๊ก พ่อปู่ ฤาษีตาไฟ โพสต์ข้อความว่า ใจสอาด ใจสว่าง ใจสงบ ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสส เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา  เปรมปรีดา คืนวัน สุขสันติจริง

 

 

 

 

 

 


ล่าสุด อัมรินทร์ทีวียังคงติดตามประเด็นที่เกิดขึ้น และยังคงสอบถามกับหลากหลายประเด็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มจาก นางวนิดา พละศักดิ์ แม่ของนายสุรสิทธิ์ กล่าวถึงประเด็นที่พี่สาวของน้อง 17 ปี อ้างว่านายสุรสิทธิ์เล่นไลน์ และเฟซบุ๊กเพื่อแชทลวงเด็ก 17 ปีว่า ตนไม่ได้เล่นไลน์ และเฟซบุ๊ก ซึ่งเฟซบุ๊กที่เห็นเป็นลูกศิษย์สร้างให้ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครสร้างให้ เพราะลูกศิษย์ไม่ได้มีคนเดียว เวลามีข่าวหรือพิธีต่าง ๆ ลูกศิษย์ก็จะเป็นคนอัปเดตเฟซบุ๊ก แต่ครอบครัวไม่มีใครเล่นเฟซบุ๊กดังกล่าว  ทั้งนี้ครอบครัวบอกว่าไม่อยากคุยเรื่องนี้อีกแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ถ้าทุกอย่างออกมาชัดเจน ถ้าผิดครอบครัวก็จะยอมรับผิด ถ้าถูกก็คือถูก เพราะครอบครัวเคารพในการตัดสินของเจ้าหน้าที่ ด้านนายสุรสิทธิ์ยืนยันว่า ตัวเองไม่สามารถใช้มือพิมพ์เองได้ อีกทั้งคนที่กล่าวหาตนก็พูดโกหก

ด้าน นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล หรือ หมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม เปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคโปลิโอจะสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองจากที่สูงไปที่ต่ำ ก็สามารถทำได้ สามารถเดินได้ แต่จะเดินได้ไม่สมดุล เพราะจะมีขาข้างที่แข็งแรงกว่าอีกข้าง และสามารถที่จะเห็นกล้ามเนื้อของข้างที่ใช้แรงได้อย่างชัดเจนว่าจะใหญ่กว่าอีกข้าง ส่วนการที่คนที่เป็นโปลิโอสามารถทำอย่างอื่นได้ ต้องดูตอนที่บุคคลนั้นผ่อนคลายว่าร่างกายเป็นเช่นไร เนื่องจากบุคคลที่เป็นโรคโปลิโอ ปลายมือและปลายเท้าจะไม่มีการหงิกงอ ยกเว้นเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคเกี่ยวกับกระดูกเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม หมอกอล์ฟ ทิ้งท้ายว่า กล้ามเนื้อที่เล็กและลีบนั้น ถ้าหากผู้ป่วยได้ฝึกและใช้เป็นประจำ ก็สามารถมีแรงที่จะทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ หากไม่ได้มีภาวะที่เครียดอยู่ พร้อมเชื่อว่าหากบุคคลนั้นสามารถขยับตัวหรือลุกนั่งได้ ก็สามารถมีกิจกรรมทางเพศได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ครอบครัวของเด็กสาว อายุ 17 ปี ให้ข้อมูลที่มีพิรุธเกี่ยวกับนายสุรสิทธิ์ ว่าร่างกายพิการของเจ้าตัวไม่ได้เป็นอย่างที่ออกสื่อโทรทัศน์ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่า และพูดจาเป็นประโยคได้เข้าใจ รวมถึงมีการเล่นโซเชียลทั้งเฟซบุ๊ก และไลน์ด้วย

ขณะเดียวกัน ครอบครัวของนายสุรสิทธิ์ได้ตั้งประเด็นสงสัยฝ่ายเด็กสาว อายุ 17 ปี ว่าเป็นฝ่ายเปิดห้องและไปหาที่รีสอร์ต โดยมีคนกลางชือนายทวีเป็นคนพาไปส่ง อีกทั้งนายสุรสิทธิ์อ้างว่า เด็กสาวเป็นฝ่ายที่กระทำก่อน และถ้าหากถูกข่มขืนจริง เหตุใดจึงไม่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

ขณะที่ นายทวีเปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายสุรสิทธิ์ ตอนที่ตนเป็นคนขับรถสิบล้อให้กับบริษัท แล้วหัวหน้าบริษัทได้เชิญนายสุรสิทธิ์มาทำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากทำพิธีเสร็จ นายสุรสิทธิ์ก็ทักตนเรื่องดวงชะตา ซึ่งตนก็เชื่อและนับถือมาตลอด โดยรู้จักกันมาตั้งแต่กลางปี 2559ในวันที่ 23 ส.ค. 61 ตนได้ไปรับนายสุรสิทธิ์มาที่บ้าน จากนั้นมีพี่สาวของน้องอายุ 17 ปี นำขนมมาให้ โดยนายสุรสิทธิ์ได้ทักพี่สาวของน้อง 17 ปีว่าเคยแท้งลูกมาใช่ไหม ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทำให้พี่สาวของน้อง 17 ปี เชื่อถือนายสุรสิทธิ์ และต่อมาวันที่ 24 ส.ค. พี่สาวของน้อง 17 ปี ก็กลับมาที่บ้านของตนอีกครั้ง ขณะนั้นมีนายสุรสิทธิ์ก็ยังอยู่ด้วย เพราะนอนค้างที่บ้านของตน เมื่อพี่สาวของน้อง 17 ปี มาถึงก็ได้เข้าไปคุยกับนายสุรสิทธิ์ เพื่อจะออกไปหาของมาทำพิธี หลังจากคุยเสร็จ จนถึงเวลา 18.00 น. พี่สาวของน้อง 17 ปี ก็กลับเข้ามาที่บ้านของตน พร้อมกับแม่และน้องสาวอายุ 17 ปี ผู้เสียหาย จากนั้นนายสุรสิทธิ์ก็บอกทั้ง 3 คนว่า ต้องไปทำพิธีรับเป็นลูกศิษย์แบบทางการที่บ้านของเจ้าตัว ซึ่งครอบครัวของน้อง 17 ปี และครอบครัวของตน จึงตกลงนัดกันในวันถัดไป

กระทั่งวันที่ 25 ส.ค. 61 เวลาประมาณ 10.00 น. ไปถึงบ้านของนายสุรสิทธิ์ โดย 2 ครอบครัวได้ทำการรับศีล รับพร จากนั้นก็ทำพิธีครอบครู ใช้เวลาทำพิธี ตั้งแต่ 10.00 น. – 17.00 น. หลังจากนั้นนายสุรสิทธิ์ บอกว่าวันถัดไปจะเรียกกลับมาอีกครั้งเพื่อลงคาถา นายสุรสิทธิ์จึงได้แนะนำรีสอร์ตที่จะไปทำพิธี ซึ่งบอกว่าเป็นสถานที่ที่เคยใช้ประกอบพิธีอยู่เป็นประจำ โดยครอบครัวของน้องอายุ 17 ปี ติดธุระ จึงมีแค่น้องอายุ 17 ปี ไปทำพิธีพร้อมกับตนและลูกสาวตนเท่านั้น

ต่อมา วันที่ 26 ส.ค. 61 เวลาประมาณ 08.00 น. ตนออกจากบ้านพร้อมลูกสาวไปรับน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี แล้วก็เดินทางไปรับนายสุรสิทธิ์ที่บ้าน จากนั้นพาไปที่รีสอร์ต ใน จ.ศรีสะเกษ ไปถึงรีสอร์ตเวลาประมาณ 14.20 น. โดยนายสุรสิทธิ์เป็นคนสั่งให้เปิด 2 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องพักสำหรับคนที่ยังไม่ได้ทำพิธี อีกห้องเป็นห้องที่นายสุรสิทธิ์อยู่กับคนทำพิธีเท่านั้น คนไม่ได้ทำพิธีห้ามเข้า คนแรกที่นายสุรสิทธิ์ให้เข้าไป คือเด็กสาวอายุ 17 ปี โดยทำพิธีตั้งแต่เวลา 14.30 น. – 17.00 น. จากนั้นก็มาเปลี่ยนเป็นลูกสาวของตนให้เข้าไปทำพิธี ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเท่านั้น เหตุที่ใช้เวลาน้อยกว่า เพราะนายสุรสิทธิ์อ้างว่าเคราะห์ไม่หนักเท่ากัน จากนั้นก็ให้เด็กสาววัย 17 ปี เข้าไปอีกรอบ จนถึงเวลาประมาณ 24.00 น. นายสุรสิทธิ์ก็ได้เปลี่ยนให้ลูกสาวของตนเข้าไปอีกครั้ง ซึ่งรอบนี้ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเหมือนเดิม แล้วก็เปลี่ยนให้เด็กสาวเข้าไปอีกรอบและอยู่จนถึงเช้าของวันที่ 27 ส.ค.

จนกระทั่งเช้าวันที่ 27 ส.ค. นายสุรสิทธิ์ทำพิธีช่วงเช้า เวลาประมาณ 07.14 น. โดยอ้างว่าเพื่อให้ขลังขึ้น หลังจากทำพิธีเสร็จ ตนไปส่งเด็กสาวที่บ้านถึงเวลาประมาณ 15.00 น. ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. ครอบครัวของเด็กสาวก็เดินทางมาที่บ้านตน แล้วต่อว่านายสุรสิทธิ์ว่าข่มขืนเด็กสาว แต่นายสุรสิทธิ์ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ จนทางครอบครัวต้องเดินทางไปแจ้งความ โดยนายทวียืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็อยากช่วยครอบครัวเด็กสาวทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนวางแผน และพร้อมที่จะให้ปากคำกับตำรวจ

 

 

นอกจากนี้ นายทวี ทราบข้อมูจากลูกสาวว่า ระหว่างทำพิธีที่รีสอร์ต นายสุรสิทธิ์ได้ใช้นิ้วก้อยฝั่งซ้ายจับปากกาเขียนยันต์ลงบนหลังให้ และตนก็เคยเห็นนายสุรสิทธิ์ใช้มือจับดาบเหล็ก ที่เป็นดาบในการทำพิธี ฟันไปที่กลางหลังของคนที่มาเข้าพิธีอย่างแรง จนมีเสียงดัง นอกจากนี้ นายสุรสิธิ์ยังสามารถจับที่พรมน้ำมนต์เองได้ ยืนยันว่า นายสุรสิทธิ์ยังสามารถจับอะไรได้บ้างไม่ได้เป็นดังที่ปรากฎภาพผ่านสื่อในขณะนี้ นอกจากนี้ ยืนยันว่านายสุรสิทธิ์เล่นไลน์จริง เพราะเคยเห็นด้วยตาตนเอง ยังสามารถกดโทรไลน์ได้ด้วย ซึ่งนายสุรสิทธิ์ก็เคยโทรไลน์มาหาตนหลายครั้ง ส่วนเรื่องการเดินของนายสุรสิทธิ์ ก็สามารถเดินได้ด้วยหัวเข่า และเดินได้เร็วด้วย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ครอบครัวของเด็กสาวอายุ 17 ปี ที่เคยเปิดเผยกับอมรินทร์ว่า แขน ขาและช่วงสะเอวของนายสุรสิทธิ์ยังคงมีแรง และยังสามารถใช้ข้อศอกพยุงตัวเองเคลื่อนไหวร่างกายได้

 

 

ขอบคุณ อัมรินทร์ทีวี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย