ตอกหน้าสาว 17 เพื่อนบ้านฤาษีตาไฟ ย้อนถามกลัวคำสาปมากกว่าเสียตัว? (คลิป)

ตอกหน้าสาว 17 เพื่อนบ้านฤาษีตาไฟ ย้อนถามกลัวคำสาปมากกว่าเสียตัว? (คลิป)

Publish 2018-09-12 10:58:09


จากเหตุการณ์นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ หรือ ร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ถูกอ้างว่าเป็นคนข่มขืนสาววัย 17 ปีในวันที่ 26-27 ส.ค. 61 นายทวีอาสาขับรถมารับนายสุรสิทธิ์ และสาววัย 17 ปี จากนั้นก็พาทั้งหมดไปที่ จ.ศรีสะเกษ เปิดรีสอร์ตเพื่อทำพิธี ซึ่งเปิดห้องให้ตัวเองและลูก 1 ห้อง และให้ร่างทรงฤาษีกับสาววัย 17 ปีอีกห้อง เป็นเหตุให้ร่างทรงฤาษี ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนสาววัย 17 ปี หลังจากนั้นก็เป็นผู้พาทั้งนายสุรสิทธิ์และสาววัย 17 ปี กลับไปส่งที่บ้าน

ต่อมาวันที่ 28 ส.ค. 61 ครอบครัวของสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ พร้อมแจ้งว่าลูกถูกนายสุรสิทธิ์ข่มขืน ต่อมา 31 ส.ค. 61 นายสุรสิทธิ์ได้เข้ามอบตัวต่อสู้คดี และปฏิเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุข่มขืน



ฤาษีตาไฟ

ต่อมา ในรายการทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ ได้ไปสัมภาษณ์ นายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ หรือ ร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ 26 ส.ค. 61 นายทวีกับสาววัย 17 ปี คุยกันในรถ ตนก็นั่งอยู่ จากนั้นเมื่อขับรถไปถึงรีสอร์ต นายทวีก็จัดการเรื่องห้องให้ โดยให้ตนอยู่ห้องเดียวกับสาว 17 ปี เพียงลำพัง ส่วนนายสุรสิทธิ์อยู่อีกห้อง กับลูกสาวที่พาไปด้วย

นายสุรสิทธิ์ บอกต่อว่า ในห้องตนนอนกับสาวอายุ 17 ปีจริง ส่วนเรื่องข่มขืนนั้น ตนพยายามบอกแล้วว่าอย่าทำ แต่ว่าหญิงสาวไม่ฟัง ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กันถึง 4 ครั้ง แต่ทุกครั้งตนพยายามห้าม ส่วนนายทวีก็ไม่ได้มีการจับเนื้อต้องตัวสาววัย 17 ปี หลังจากนั้น เช้าวันที่ 27 ส.ค. 61 นายทวีก็พาตนกลับมาส่งที่บ้าน

ฤาษีตาไฟ



ต่อจากกรณีดังกล่าวนั้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นเริ่มมีทีท่าจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ นายทวี ผู้ที่พานายสุรสิทธิ์และน้อง 17 ปี ไปที่รีสอร์ต โดยนายทวีเปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายสุรสิทธิ์ ตอนที่ตนเป็นคนขับรถสิบล้อให้กับบริษัท แล้วหัวหน้าบริษัทได้เชิญนายสุรสิทธิ์มาทำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากทำพิธีเสร็จ นายสุรสิทธิ์ก็ทักตนเรื่องดวงชะตา ซึ่งตนก็เชื่อและนับถือมาตลอด โดยรู้จักกันมาตั้งแต่กลางปี 2559

สำหรับวันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 61 เวลาประมาณ 08.00 น. ตนออกจากบ้านพร้อมลูกสาวไปรับน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี แล้วก็เดินทางไปรับนายสุรสิทธิ์ที่บ้าน จากนั้นพาไปที่รีสอร์ต ใน จ.ศรีสะเกษ ไปถึงรีสอร์ตเวลาประมาณ 14.20 น. โดยนายสุรสิทธิ์เป็นคนสั่งให้เปิด 2 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องพักสำหรับคนที่ยังไม่ได้ทำพิธี อีกห้องเป็นห้องที่นายสุรสิทธิ์อยู่กับคนทำพิธีเท่านั้น คนไม่ได้ทำพิธีห้ามเข้า คนแรกที่นายสุรสิทธิ์ให้เข้าไป คือเด็กสาวอายุ 17 ปี โดยทำพิธีตั้งแต่เวลา 14.30 น. – 17.00 น. จากนั้นก็มาเปลี่ยนเป็นลูกสาวของตนให้เข้าไปทำพิธี ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเท่านั้น เหตุที่ใช้เวลาน้อยกว่า เพราะนายสุรสิทธิ์อ้างว่าเคราะห์ไม่หนักเท่ากัน จากนั้นก็ให้เด็กสาววัย 17 ปี เข้าไปอีกรอบ จนถึงเวลาประมาณ 24.00 น. นายสุรสิทธิ์ก็ได้เปลี่ยนให้ลูกสาวของตนเข้าไปอีกครั้ง ซึ่งรอบนี้ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเหมือนเดิม แล้วก็เปลี่ยนให้เด็กสาวเข้าไปอีกรอบและอยู่จนถึงเช้าของวันที่ 27 ส.ค.

จนกระทั่งเช้าวันที่ 27 ส.ค. นายสุรสิทธิ์ทำพิธีช่วงเช้า เวลาประมาณ 07.14 น. โดยอ้างว่าเพื่อให้ขลังขึ้น หลังจากทำพิธีเสร็จ ตนไปส่งเด็กสาวที่บ้านถึงเวลาประมาณ 15.00 น. ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. ครอบครัวของเด็กสาวก็เดินทางมาที่บ้านตน แล้วต่อว่านายสุรสิทธิ์ว่าข่มขืนเด็กสาว แต่นายสุรสิทธิ์ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ จนทางครอบครัวต้องเดินทางไปแจ้งความ โดยนายทวียืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็อยากช่วยครอบครัวเด็กสาวทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนวางแผน และพร้อมที่จะให้ปากคำกับตำรวจ

 

 

 

ต่อมานายทวีเปิดปากเล่าอีกถึงความจริงอาการของฤาษีตาไฟนี้ นายทวียืนยันเห็นกับตาว่าสามารถเล่นเฟซบุ๊ก เล่นไลน์ได้และยังส่งสติกเกอร์ไลน์หาตนซ้ำยังจับปากกาเขียนยันต์เองได้ด้วย ส่วนใบหน้านั้นความจริงปากไม่ได้เบี้ยวและสามารถลุกขึ้นนั่งนานๆได้ ยืนยันว่าตัวจริงกับที่เห็นออกสื่อนั้นแตกต่างกันอย่างมาก

และเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมาได้มีการสัมภาษณ์พนักงานทำความสะอาดของรีสอร์ตหลังจากทั้ง 2 ห้องเช็คเอาท์ในช่วงเช้าวันที่ 27 ส.ค. 2561 ตนได้เข้ามาทำความสะอาดห้องดังกล่าวและพบว่ามีปัสสาวะคนนองอยู่เต็มพื้นบริเวณข้างเตียงและปลายเตียง ส่วนที่นอนก็มีร่องรอยเหมือนคนนอนปกติ แต่ตนไม่ได้สังเกตว่ามีร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์กันหรือไม่ ส่วนบริเวณอื่น ๆ ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ ซึ่งห้องน้ำเหมือนเดิม คล้ายไม่ได้เข้าใช้งาน รวมถึงถังขยะที่ไม่มีการทิ้งขยะไว้ และยืนยันว่าในห้องไม่มีร่องรอยการทำพิธีกรรม เช่นรอยจุดธูป หรือเทียน ในตอนแรกตนรู้สึกโมโหที่ลูกค้าปัสสาวะไว้ข้างเตียงไม่ยอมเข้าห้องน้ำ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอบถามจึงรู้ว่าเป็นชายพิการคาดว่าอาจจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ล่าสุดวันที่ 11 ก.ย. 2561 มีการสัมภาษณ์พยานอีกหนึ่งปากนั่นก็คือเพื่อนบ้านของฤาษีตาไฟ โดยเพื่อนบ้านยืนยันว่าไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่าฤาษีตาไฟจะเป็นผู้ขืนใจเด็กจริง ชาวบ้านต่างนับถือร่างทรงฤาษีตาไฟเพราะก่อนหน้านี้เคยทักคนในหมู่บ้านว่าจะมีเคราะห์และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

เพื่อนบ้านรายนี้เล่าว่าตนรู้จักและเคยเห็นร่างทรงฤาษีตาไฟหรือก็คือนายสุรสิทธิ์มาตั้งแต่เด็กๆ เขามีความพิการจริง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลยจะทำอะไรต้องมีแม่คอยช่วย ตอนทำพิธียังต้องให้คนช่วย ตนยังเคยเห็นว่าต้องมีคนจับปากกายัดใส่มือแล้วเขาก็วาดได้เพียงวงกลม ไม่สามารถเขียนเป็นตัวอักษรได้ และไม่สามารเล่นโทรศัพท์ได้อย่างแน่นอน จะนั่งยังต้องเอาหมอนมาวางให้พิง เพราะฉะนั้นเรื่องที่ครอบครัวเด็ก 17 กล่าวอ้างนั้นเขาไม่สามารถทำได้แน่นอน

 

 

ทั้งนี้ตนมองว่าฝ่ายเด็ก17เองก็น่าสงสัยไม่น้อย หากเป็นดังที่เด็ก17กล่าวหาจริงทำไมตอนเกิดเหตุไม่พยายามปกป้องตัวเอง แม้จะถูกขู่แต่ถ้าเป็นตนเองอย่างไรก็ต้องหาทางเอาตัวรอดแล้วค่อยหาทางแก้ปัญหากับครอบครัวทีหลัง ร่างกายของเขาก็พิการถ้าคิดจะขัดขืนแค่ผลักก็ล้มแล้ว กลัวคำสาปมากกว่าความปลอดภัยของตนเองหรือ แต่หากเป็นตนถ้ามีคนมาทำแบบนี้ตนไม่มีทางยอมให้เขาทำอะไรเด็ดขาด และสงสารครอบครัวของนายสุรสิทธิ์ที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย

 

คลิป...

 

 

 

ขอบคุณคลิปจาก ทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล