ประมวลภาพ น้ำท่วมหนัก ที่พัทยาบ่ายนี้ จับตาพายุจ่ามีจ่อถล่มซ้ำ!

ประมวลภาพ น้ำท่วมหนัก ที่พัทยาบ่ายนี้ จับตาพายุจ่ามีจ่อถล่มซ้ำ!

Publish 2018-09-23 15:16:34


พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนลดลง ส่วนภาคอื่นๆ มีฝนใกล้เคียงกับเมื่อวาน 
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561 นี้ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 

หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันใกล้ฝั่งไทย ได้เคลื่อนออกไปเข้าใกล้เกาะสุมาตรามากยิ่งขึ้น ในขณะลมตะวันออกยังคงพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนลดลง

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ภาคตะวันออก    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

 



พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 23 กันยายน 2561 - 29 กันยายน 2561 ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อนึ่ง พายุโซนร้อน “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

 

 

ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง



หลังกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศว่ามีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนตกในหลายพื้นที่ โดยในพื้นที่ตัวเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด การสัญจรผ่านไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางจุดการจราจรถูกตัดขาดไม่สามารถผ่านไปได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากการตรวจสอบบริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยายาวไปถึงถนนวอล์คกิ้งสตรีท ย่านพัทยาใต้ พบว่าตลอดสายมีปริมานน้ำท่วมสูง 30-50 ซม. การจราจรติดขัด รถยนต์ รถจักรยานยนต์สัญจรด้วยความยากลำบาก ส่งผลให้รถยนต์เครื่องยนต์ดับกลางน้ำได้รับความเสียหายหลายคัน เจ้าหน้าที่และประชาชนต้องลุยน้ำช่วยเข็นรถกันชุลมุน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพ เพจเรารักพัทยา


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย