ได้ทีผยอง!! เพื่อนโจ๋ 17 จี้ลงโทษเพิ่ม ลุงวิศวะ ลั่น! แค่นี้มันยังน้อยไป? (คลิป)

ได้ทีผยอง!! "เพื่อนโจ๋ 17" จี้ลงโทษเพิ่ม "ลุงวิศวะ" ลั่น! แค่นี้มันยังน้อยไป? (คลิป)

Publish 2018-09-28 10:26:50


จากกรณี นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ หรือ ลุงวิศวะที่ก่อเหตุคว้าปืนยิงใส่รถตู้ของกลุ่มวัยรุ่น บริเวณอ่างศิลา ถนนสายอ่างศิลา-สุขุมวิท ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เดินทางมาศาลจังหวัดชลบุรี เพื่อฟังคำพิพากษา ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2941/2560 ที่พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี และนางสาวมณีพร ผึ่งพาย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับอนุญาต

 



โดย กรณีที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายนวพล ผึ่งผาย หรือ ปอนด์ ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานพกพาอาวุธปืน ส่วนความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาจำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าจำเลยพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับอนุญาต แล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง ส่วนปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า เหตุคดีนี้สืบเนื่องมาจากพวกของผู้ตายซึ่งเป็นคนขับรถตู้ และรถยนต์ จอดรถที่หน้าร้านขายของฝากกีดขวางทางออกของจำเลย ทำให้มีปากเสียงกันแต่เหตุวิวาทจบลงไปภายหลังจากที่พวกของผู้ตายขับรถตู้ และรถยนต์ ออกไปโดยมิได้ท้าทายจำเลยอีก

หากจำเลยมีสติรู้จักยับยั้งชั่งใจจอดรถรอสักพักหนึ่ง เพื่อให้โทสะคลายลงแล้วค่อยขับรถออกไปเหตุคดีนี้คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่จำเลยกลับขับรถตามรถทั้ง 2 คันไปในทันทีพร้อมขับแซงรถตู้บีบแตรยาวใส่แล้วขับไปอยู่ด้านหน้าชะลอความเร็วลงจนเกือบจะหยุดรถเพื่อให้ชนท้ายทั้งภรรยาจำเลย ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ถ่ายภาพรถยนต์ของพวกผู้ตายไว้อีก เช่นนี้ย่อมเป็นการท้าทายผู้ตายกับพวกให้เกิดโทสะและเข้ามาวิวาทกับจำเลย เหตุที่จำเลยมีความฮึกเหิมกล้าท้าทาย ก็เนื่องจากจำเลยพกพาอาวุธซึ่งบรรจุลูกกระสุนปืนไว้แล้วติดตัวไปด้วย และเตรียมอาวุธปืนไว้ตั้งแต่ที่หน้าร้านขายของฝาก บ่งชี้ถึงเจตนาของจำเลยว่าพร้อมที่จะสมัครใจวิวาท เมื่อพวกของผู้ตายขับรถยนต์ มาถึงที่เกิดเหตุ จำเลยได้หักหัวรถอย่างกระทันหันในลักษณะปาดหน้าและขัดขวางมิให้รถยนต์ของพวกผู้ตายขับต่อไปได้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาวิวาทกับผู้ตายและพวกมาตลอดทาง



จนกระทั่งถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนที่จะยิงกัน จำเลยก็ยังมีเจตนาวิวาทอยู่ เมื่อจำเลยเห็นว่าผู้ตายกับพวกมากันหลายคนก็เริ่มเกิดความขลาดกลัว แต่ยังคงพูดกับตายด้วยน้ำเสียงและคำพูดในลักษณะไว้ท่าที ว่าจะเอาเรื่องไม่ใช่คำพูดในทำนองขอโทษการกระทำของตนหรือแสดงให้เห็นว่าไม่อยากมีเรื่องหรือให้เลิกแล้วกันไป ประกอบกับ จำเลย เตรียมอาวุธปืนไว้พร้อมยิงต่อสู้ฝ่ายผู้ตายจึงต้องฟังว่าต่างฝ่ายต่างสมัครใจวิวาท แม้ผู้ตายกับพวกทำร้ายร่างกายจำเลยก่อน จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยงกันมาไม่ขาดตอนนับระยะเวลาตั้งแต่ต้นจนจบเพียง 5 นาทีเศษ และตามพฤติการณ์เป็นกรณีที่ต่างฝ่ายต่างสมัครใจวิวาทกัน จำเลยจะอ้างว่ายิงผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิ์ของตนไม่ได้ ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ตายกับพวกทำร้ายมารดา ภรรยา และหลาน ที่มากับจำเลยจึงอ้างไม่ได้ว่า จำเลย ยิงตายเพื่อป้องกันสิทธิ์ของผู้อื่นให้พ้นภยันอันตรายที่ใกล้จะมาถึง

จำเลยจึงมีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนและฆ่าผู้อื่นตามฟ้องแต่เนื่องจากจำเลยมิได้มีจิตใจโหดเหี้ยมเยี่ยงโจรผู้ร้าย เพียงแต่ขาดสติยับยั้งชั่งใจในการควบคุม จำเลยจึงยิงปืนไปเพียงหนึ่งนัด หลังเกิดเหตุมิได้หลบหนีและยอมรับกับตำรวจในทันที ว่า เป็นคนยิงผู้ตายประกอบกับผู้ตายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเห็นสมควรลงโทษจำเลยในสถานเบาฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาจำคุก 15 ปี ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 10 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนปรับ 4,000 บาทลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 2,000 บาทรวมจำคุก 10 ปีและปรับ 2,000 บาท

พร้อมยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของนางสาวมณีพร ผึ่งผาย มารดาผู้ตาย และให้ถือว่า นางสาวมณีพร อยู่ในฐานะผู้ร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น พร้อมสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 340,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องขอ

 

สืบเนื่องจากคำสั่งศาลออมานั้น ทางรายการทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ ได้ไปสัมภาษณ์ นายไปร์ (นามสมมติ) รุ่นน้อง ที่อยู่ในเหตุการณ์ วันที่ลุงวิศวะยิงนายนวพล ผึ่งผาย หรือ ปอนด์ เสียชีวิต เปิดเผยว่า แม้เวลาผ่านไป ตนก็ยังรู้สึกเศร้า เสียความรู้สึกและสะเทือนใจที่น้องปอนด์คนเสียชีวิตไป ยอมรับว่าน้องปอนด์เป็นคนดี แต่ต้องมาเสียชีวิตโดยช่วงแค่เวลาสั้น ๆ

ส่วนที่ศาลมีคำสั่งจำคุกลุงวิศวะ ในชั้นของศาลชั้น ตนมองว่า จำคุกน้อยเกินไป การฆ่าคนตายควรจำคุกมากกว่านี้ และต้องมากกว่า 10 ปี หลังจากนี้ตนก็ห่วงว่ากระบวนการต่อสู้ของลุงวิศวะในศาลชั้นศาลจะทำให้โทษลดลง แต่ถึงแม้ว่าศาลจะมีคำสั่งจำคุกลุงวิศวะแล้ว แต่ยังมีความกังวลว่าจะหลุดคดี

 

ขอบคุณคลิปจากทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี