ตลอดชีวิตราชการทำเพื่อประชาชน "บิ๊กหมาย" เปิดใจหลังเกษียณ ฝากถึงทุกคน?? จะใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่สนเล่นการเมือง

Publish 2018-09-28 17:06:24


      พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมชุดสืบสวน แถลงผลจับกุม คดียาเสพติดสำคัญ 3 คดี มีผู้ต้องหา 6 คน พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้า กว่า 3.5 ล้านเม็ด กัญชา 161 กิโลกรัม ไอซ์ 5 กิโลกรัม เคตามีน 10 กรัม พร้อมมูลค่าทรัพย์สินรวมยาเสพติดทั้งหมดกว่า 755 ล้านบาท

 

    โดยคดีแรกตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ปส. จับกุม นายทนงชัย แซ่รี อายุ 25 ปี และนายสมชาย แซ่ย่าง อายุ 26 ทั้ง2 เป็นชาวจ.น่าน ได้ที่บริเวณริมถนนสายเอเชีย  ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พร้อมยาบ้า จำนวน 24 กระสอบ รวมเป็นจำนวน 3 ล้าน6แสนเม็ด  ยาไอซ์ 5 กิโลกรัม




      หลังตำรวจรับแจ้งจากสายลับว่ามีชาวม้ง จ.น่านจะลักลอบนำยาเสพติดจากภาคเหนือใส่รถกระบะ เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ในจ.พระนครศรีอยุธยา  จึงตั้งด่านตรวจสอบ พบรถกระบะต้องสงสัยจอดก่อนถึงด่าน จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบของกลางทั้งหมด

 

   สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง2 รับสารภาพว่ารับว่าจ้างจากนายทุนจากภาคเหนือ ก่อนสั่งให้นำไปส่งให้ลูกค้่าในภาคกลาง ด้วยเงินค่าจ้าง 3 แสนบาท อยู่ระหว่างขยายผลติดตามนายจ้าง


    นอกจากนี้ตำรวจปส.4 ร่วมกับทหาร จับกุม นายสมพร หรือนุ่น อุ่นสกุล อายุ 31 ปี พร้อมพวก รวม 3 คน พร้อมยาบ้า กว่า 84,000 เม็ด ยาไอซ์ 108 กรัม ยาเค น้ำหนัก 10.7 กรัม ๆ อาวุธปืน 4 กระบอก และปืนอีก 95 นัด หลังสืบทราบว่านายสมพร พร้อมพวกค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และใกล้เคียง พร้อมนัดส่งมอบยาเสพติดกันบริเวณถนนรังสิต-นครนายก อ.ธัญญบุรี ก่อนจะตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำ ภายในมียาบ้าถูกวางทิ้งไว้ จึงยึดตรวจสอบและขยายผลจนจับกุมนายสมพนและพวกได้ที่ลานจอดรถภายในปั๊มน้ำมัน ใน.อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

.

 


    ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่ารับว่าจ้างจากนายตู่ ให้นำยาไปส่งในพื้นที่ต่าง ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวนายตู่    ขณะที่อีกคดี ตำรวจและทหารร่วมจับกุมนายปิติพงษ์ เพราพริ้ง อายุ 67 ปี พร้อมกัญชาน้ำหนัก 161 กิโลกรัม ได้ที่บริเวณริมถนน4แยก บ้านห้วยเสียด อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี โดยตำรวจพบรถบรรทุกต้องสงสัย โดยในส่วนบรรทุกเป็นตู้ทึบ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่ริมถนน จึงเข้าตรวจสอบ พบนายปิติพงษ์มีพิรุธ ก่อนตรวจค้นพบกัญชาซุกซ่อนอยู่ในตู้ทึบ

 

   ขณะที่ผู้ต้องหารับว่ากัญชาทั้งหมดเป็นตนเอง ก่อนแจ้งข้อหาและนำส่งพนักกงานสอบสวนดำเนินคดี   พลตำรวจโทสมหมาย กล่าวว่า ภูมิใจในการทำหน้าที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา  ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ สิ่งสำคัญคือได้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีร่วมกันปฎิบัติงาน  ไม่ได้ยึดแนวทางการปราบปราม และบำบัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังตัดวงจรการเงินซึ่งถือเป็นต้นทางของเครือข่ายยาเสพติด โดยปฎิบัติการชัยยะสยบไพรี สามารถตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่จำนวน 13 คดี จับกุมผู้ต้องหา 463 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินได้ 1,472 รายการ รวมมูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สิน 2หมื่น7 พันล้านบาท

 

   โดยจะเห็นว่าจะมีการจับยาเสพติดได้จำนวนมากขึ้นในแต่ละครั้ง ที่อาจทำให้หลายคนมองว่ามีการนำยาเสพติดกลับมาวนซ้ำ ในเรื่องนี้ยืนยันว่ายาเสพติดที่จับได้ในแต่ละคดี จะต้องส่งไปยังคลังยาเสพติด องค์การอาหารและยา (อย.) ภายใน 1 สัปดาห์ และเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วก็จะนำไปเผาทำลาย ไม่มีใครสามารถเอาออกมาได้  เช่นเดียวกับการที่องค์การเภสัชกรรม จะขอกัญญาไปวิจัยเพื่อรักษาทางการแพทย์ยังต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบ และส่งมอบอย่างเข้มงวด

 

        พลตำรวจโทสมหมาย ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า กัญชารักษามะเร็ง ขอให้คนไทยยอมรับได้แล้ว เพราะอยากให้ได้รับการรักษาที่ดี ไม่ใช่ให้ต่างประเทศนำสมุนไพรของไทยนำไปวิจัยและใช้ในการรักษา ขณะที่คนไทยนำไปเผาทิ้งโดยไม่เกิดประโยชน์

 

      ด้านชีวิตหลังเกษียณ นั้น  พลตำรวจโทสมหมาย  เผยว่า  จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีหลายอย่างที่อยากจะทำ แต่ไม่สนใจลงสนามการเมืองเนื่องจากไม่เหมาะกับตน และว่าตลอดชีวิตราชการ ภาคภูมิใจที่ได้ทำเพื่อประชาชน และดีใจที่เห็นรอยยิ้มของประชาชน แม้บางครั้งจะรู้ว่าไม่พอใจ แค่พยักหน้ากับสิ่งที่เราทำก็มีความสุขแล้ว ส่วนตัวรู้สึกว่าชีวิตราชการผ่านไปรวดเร็วมาก อยากฝากถึงทุกคนที่มีหน้าที่ให้ทำหน้าที่ของตนให้ดีเพราะ 60 ปีไม่รอใคร หากมัวแต่เฉื่อยชาอาจมานั่งเสียดายภายหลัง   ซึ่งการทลายขบวนการค้ายาเสพติดนายไซซะนะ แก้วพิมทา ชาว สปป.ลาว ถือเป็นสุดยอดผลงานเพราะ ไม่ใช่แค่ผลงานของ บช.ปส. แต่เป็นความสำเร็จของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและความร่วมมือระหว่างประเทศ

 

 

 

 

 


 


     



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี