รู้ชื่อแล้ว! แก๊งปลัดอำเภอ ลอบเข้าอุทยาน ล่าสัตว์ป่า #ชีวิตหมีขอต้องไม่สูญเปล่า?

รู้ชื่อแล้ว! "แก๊งปลัดอำเภอ" ลอบเข้าอุทยาน ล่าสัตว์ป่า #ชีวิตหมีขอต้องไม่สูญเปล่า?

Publish 2018-10-07 19:59:34

จากกรณี เพจทีมพญาเสือ ได้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า #ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ด่วนเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) พบกลุ่มรถออฟโรสจำนวน 6 คัน 

 



โดยจากการตรวจสอบโดยระเอียดนั้น คันที่ 5 พบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง

2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน

3.ซากสัตว์ป่า (หมีขอ)

กลุ่มออฟโรดดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอ..และ อส. แห่งหนึ่ง

จนท.ไทรโยค นำตัวกลุ่มออฟโรสดังกล่าวไปทำบันทึกจับกุมที่ที่ทำการ อช.ไทรโยค

 

 

 

 


โดยทางด้าน นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค รักษาการหัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ ได้รับแจ้งเมื่อเย็นวันที่ 6 ตุลาคม 2561 ว่ามีคณะรถออฟโรด ประมาณ 5-6 คันเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคใกล้เคียงหนองเต่าดำเขาปลาน้อย มีพฤติกรรมล่าสัตว์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ นำกำลัง จำนวน 17 นาย เร่งเดินทางเข้าตรวจสอบ ในเช้าวันที่ 7 ตุลาคม เมื่อเดินทางถึง ใกล้เคียงหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาพลู พบรถออฟโรดจำนวน 5 คันขับสวนออกมา จึงได้แสดงตนและเรียกตรวจค้น พบ ซากสัตว์ป่าสงวน เป็นเท้ามีขอทั้งสี่เท้า น้ำหนักรวม 9.8 ขีด ปืนยาว .22 CZ พร้อมเครื่องกระสุน จำนวน 30 นัด ปืนสั้นขนาด 9 มม จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 40 นัด และเครื่องกระสุนขนาด 5.56(เครื่องกระสุนใช้กับ เอ็ม 16 ในสงคราม) จำนวน 20 นัด มีดอีโต้ 2 มีดครัว 3 พร้อมเขียง 

ตรวจสอบบุคคลพบ เป็นชาย 10 คน หญิง 2 คน เด็ก 3 คน หนึ่งในนั้นเป็นปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย และ อส.ทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึก และนำส่งของกลางให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ ร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

ต่อมาทาง ผู้ว่าฯกาญจนบุรี ยืนยัน 1 ในทีมล่าสัตว์ป่า เป็นนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย ทั้งนี้หากเรื่องดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจริง ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบการกระทำผิดวินัยร้ายแรง และหากพบว่าบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจริงก็จะมีโทษสูงสุดคือการไล่ออกจากราชการ

 

 

 

ขอบคุณภาพจาก ทีมพญาเสือ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน