ด่วน! รวบคาสนามบิน พี่ชายบูม จิรัชพิสิษฐ์ คดีโกงบิตคอยน์ 797 ล.

ด่วน! รวบคาสนามบิน "พี่ชายบูม จิรัชพิสิษฐ์" คดีโกงบิตคอยน์ 797 ล.

Publish 2018-10-12 10:05:26

วันที่ 12 ต.ค. 2561 มีรายงาน  เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.2 (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. ระบุว่าสามารถควบคุมตัวนายปริญญา จารวิจิตร อายุ 35 ปี ผู้ต้องหารายสำคัญ ตามหมายจับของศาลอาญา ตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม จากนั้นจึงเร่งสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป เดินทางไปประสานงาน และควบคุมตัวไปยังกองปราบปรามตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา



 

โดยผู้ต้องหารายนี้คือนายปริญญา จารวิจิตร อายุ 35 ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาเลขที่ 1693/2561 ลงวันที่ 26 ก.ค. 2561 ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันฉ้อโกง ซึ่งเป็นพี่ชายของนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ "บูม" อายุ 27 ปี ดารานักแสดงชาย ชาว จ.ชลบุรี  ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา   ลงวันที่ 26  ก.ค. 2561 ในข้อหา "ร่วมกันฟอกเงิน" ที่เป็นข่าวโด่งดังไปก่อนหน้านี้

 

 

 

 

เริ่มจากเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กองปราบจับกุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ "บูม" อายุ 27 ปี ดารานักแสดงชาย ชาว จ.ชลบุรี  ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา   ลงวันที่ 26  ก.ค. 2561 ในข้อหา "ร่วมกันฟอกเงิน" 

 

 


ผู้ต้องหาพร้อมกับพวกได้สมคบกันหลอกลวงและร่วมกันวางแผนชักชวนให้ชายชาวต่างชาติ ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจซื้อ-ขาย สกุลเงินดิจิตอล ในชื่อ dragon coin (DRG) ซึ่งได้หลอกลวงให้ซื้อหุ้นของบริษัท ต่างๆ  จนผู้เสียหายหลงเชื่อ  ได้ร่วมลงทุนไปด้วยการโอนเหรียญบิตคอย ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิตอล  จำนวนหนึ่งโอนเข้าไปกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet)  โดยเป็นบัญชีของนายจิรัชพิสิษฐ์ที่เปิดรับรองไว้ส่วนหนึ่ง และบัญชีของผู้ต้องหาอื่น ๆ อีก   คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย เงินบาท  ณ ขณะนั้น จำนวนประมาณ 797,408,454.33 บาท

และเมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมายที่จะได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน   ผู้เสียหาย กลับไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน หรือเงินปัญผล  และไม่เคยได้รับเชิญประชุมผู้ถือหุ้น อีกทั้งยังพบว่าบริษัทที่กลุ่มของผู้ต้องหาได้กล่าวอ้างถึงไม่ได้เข้าไปประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ  dragon coin (DRG) จึงได้สอบถามไปยังตัวผู้ต้องหาแต่กับได้รับการบ่ายเบี่ยง จึงคิดว่าตนถูกหลอกจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์

 

 

พนักงานสอบสวน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาพวกรวม 7 คน ในฐานความผิด"ร่วมกันฟอกเงิน"   และติดตามจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์  ได้จับกุมที่บริเวณชั้น 2 ห้างเมเจอร์รัชโยธิน  ก่อนคุมตัวมาสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหา

 

จากนั้นขยายผลจนทราบว่าคดีนี้มีผู้กระทำความผิดประกอบด้วย นายปริญญา ที่เป็นหัวโจกสำคัญในคดี นายธนสิทธิ์ จารวิจิตร นายจิรพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิตร ดารานักแสดง น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิตร รวม 4 พี่น้อง และนายวิสิทธิ์ จารวิจิตร และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิตร บิดา-มารดา รวมทั้งผู้กว้างขวางในตลาดหลักทรัพย์ และผู้บริหารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

ทว่าพี่ชายของบูมคือนายปริญญา จารวิจิตร ไหวตัวทันจึงเดินทางหนีไปยังต่างประเทศจนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ตามรายงานข่าวข้างต้น

 

 

โดยหลังจากนั้นทางเว็บไซต์สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.174/2561 มีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับข้องกับการกระทำความผิด กรณีนายปริญญา จารวิจิต พี่ชายของนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงชื่อดัง ร่วมกับพวกหลังมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีลักษณะเป็นปกติธุระและฐานความผิดร่วมกันฟอกเงิน วางแผนและสมคบกันหลอกลวงชักชวนให้นายอาร์นี่ โอทาวา ซาริมา ชาวฟินแลนด์ ร่วมลงทุนซื้อหุ้นกับบริษัทลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลในชื่อดราก้อนคอย dragon coin (DRG) และหุ้นของบริษัทดีเอสเอ 2002 จำกัด (มหาชน) โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง ทำให้นายอาร์นี่ หลงเชื่อลงชื่อในสัญญาที่ฝ่ายนายปริญญาจัดทำขึ้น และโอนเหรียญบิตคอยน์ซึ่งเป็นเงินดิจิตอลเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่กลุ่มนายปริญญาเปิดรองรับไว้รวม 19 ครั้ง คิดเป็นเงินไทยมูลค่า 797 ล้านบาท 


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล