เรื่องกระจ่าง รู้ตัวคนทำไฮโซวัย 72 ซี่โครงหัก คดีร้อยไหมดับคาคลินิก

เรื่องกระจ่าง รู้ตัวคนทำไฮโซวัย 72 ซี่โครงหัก คดีร้อยไหมดับคาคลินิก

Publish 2018-10-13 15:31:27

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีไฮโซวัย 72 เสียชีวิตขณะไปร้อยไหมที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านทาวน์อินทาวน์ ล่าสุดวันที่13 ต.ค. 2561 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมชั้น 2 สน.วังทองหลาง ทาง พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์  ผกก.สน.วังทองหลาง ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในคดี สาวใหญ่วัย 72 เสียชีวิต ขณะใช้บริการเสริมความงาม ย่านทาวน์อินทาวน์  เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประชุมนาน กว่า 2 ชั่วโมง

 



โดย พ.ต.อ.สิทธิ์ชัย ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า วันนี้ได้เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน หลังจากที่พนักงานสอบสวนและ กองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจสอบ คลินิกที่เกิดเหตุ และตรวจยึดเตียงผู้ป่วยที่เสียชีวิต ตัวอย่างยาที่ใช้ฉีดรักษาผู้ป่วย และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นของกลาง 

 

 

โดยจากการตรวจสอบเมื่อคืนที่ผ่านมาพบว่าคลินิกดังกล่าวไม่ได้ขอใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาล กองกฎหมายได้แจ้งความร้องทุกข์ และ ได้เรียกแพทย์เจ้าของคลินิกมารับทราบข้อกล่าวหา ประกอบสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งแพทย์ผู้รักษาได้เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนแล้ว จึงแจ้งข้อหาเปิดสถานประกอบการโดยไม่มีใบอนุญาต 

 

 

 

เบื้องต้นแพทย์ให้ปฏิเสธข้อหา หลังจากนี้จะนำคำให้การของแพทย์คนดังกล่าวไปประกอบกับพยานอื่นๆ และจะสอบพยานที่เกี่ยวข้องเช่น พยาบาล ผู้ช่วย และผู้ที่เกี่ยวข้องในคลินิกตามภาพจากกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ จากนั้นจะนำผลการค้นสำนวนคดี ส่งให้แพทยสภาพิจารณาว่าการการรักษา เป็นไปตามขั้นตอนของแพทย์หรือไม่ เพื่อจะแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หากแพทย์สภาสรุปแล้วว่าแพทย์คนดังกล่าวทำไม่ถูกขั้นตอนการรักษา  

 


 

ส่วนกรณีที่แพทย์สภาตรวจสอบใบประกอบโรคศิลป์ไม่พบชื่อแพทย์คนดังกล่าว พบเพียงนามสกุลตรงกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องสอบสวนในกรณีนี้ หากตรวจพบว่าไม่เป็นชื่อไม่มีชื่อในใบประกอบโรคศิลป์ ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองจากทางแพทย์สภา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินคดีอาญาได้เลย

 

 

 

นอกจากนี้ ในส่วนที่การชันสูตรศพ พบว่าผู้ตายซี่โครงหักและตับแตก พนักงานสอบสวนต้องสอบหมอนิติเวชและรอผลตรวจทางเคมีจากนั้นก็รวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดว่า แพทย์ที่ทำการรักษาผู้ตายในขณะเกิดเหตุได้ช่วยทำการปั๊มหัวใจ เพื่อช่วยเหลือคนไข้ แต่คนไข้เสียชีวิต

 

 

การดำเนินคดีอาญานั้นพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานวัตถุพยานบุคคลสืบสวนพฤติการณ์ขณะเกิดเหตุ จัดส่งให้แพทย์สภาเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด เนื่องจาก ตามกฎหมาย มีข้อตกลงระหว่างกระทรวงยุติธรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติและแพทย์สภา กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นแพทย์ ต้องกระทำตาม กฎหมายที่ระบุไว้ โดยให้ทางแพทย์สภาชี้ขาดว่าแพทย์คนดังกล่าวปฏิบัติตามขั้นตอนการแพทย์ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเร่งรัดทำคดีอย่างตรงไปตรงมาให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถ้าจะคาดว่าจะใช้เวลามากกว่า 30 วันจึงสามารถแจ้งข้อกล่าวหากระทำการโคยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล