ไขข้อสงสัย! จริงหรือไม่? น้ำเต้าหู้ ถั่วเหลือง เป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม!

ไขข้อสงสัย! จริงหรือไม่? น้ำเต้าหู้ ถั่วเหลือง เป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม!

Publish 2018-11-05 18:10:43


เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ ถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง ว่ามีผลทำให้มะเร็งต่างๆลุกลามโดยเฉพาะมะเร็งเต้านม เพราะมีสารอาหารที่มีค่าทองแดงสูง วันนี้มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวมาให้อ่านกัน จาก นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
 

 

 

 



  ประเด็นที่ 1. ถามว่าถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเช่นเต้าหู้และนมถั่วเหลือง ทำให้เป็นมะเร็งเต้านมจริงหรือไม่ ตอบว่าเรื่องนี้มีหลักฐานสองระดับ

     กรณีที่  1. หลักฐานระดับในคน ตอบได้เลยว่าถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ไม่ทำให้เป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น ไม่เคยมีหลักฐานวิทยาศาสตร์ระดับงานวิจัยในคนแม้แต่ชิ้นเดียวที่บ่งชี้ไปในทางว่าการกินถั่วเหลืองหรือนมถั่วเหลืองจะมีความสัมพันธ์กับการเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม มีหลักฐานวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า

     1.1 การกินถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง สัมพันธ์กับการการลดอุบัติการณ์เป็นมะเร็งเต้านม งานวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้เป็นการทบทวนงานวิจัยแบบเมตาอานาไลซีสที่เอางานวิจัยคิดตามดูกลุ่มคนในเอเซียขนาดใหญ่รวมทั้งสิ้น 8 งานวิจัยมาวิเคราะห์ ซึ่งให้ผลสรุปว่าคนยิ่งกินถั่วเหลืองมาก ยิ่งมีอุบัติการณ์เป็นมะเร็งเต้านมต่ำ

     1.2 สำหรับคนที่เป็นมะเร็งเต้านมไปเรียบร้อยแล้ว การทบทวนงานวิจัยซึ่งติดตามดูผู้เป็นมะเร็งเต้านมโดยเปรียบเทียบผู้ที่กินกับไม่กินถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง พบว่าหญิงเป็นมะเร็งเต้านมที่กินถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองมีอัตรากลับเป็นมะเร็งเต้านมซ้ำหลังตัดออกแล้ว (recurrent rate) ต่ำกว่าหญิงที่ไม่กินถั่วเหลือง 29% และมีอัตราตาย(mortality rate) ต่ำกว่าหญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมแต่ไม่กินถั่วเหลือง 36%  ทั้งนี้นิยามว่าการกินถั่วเหลืองคือกินเทียบกับสารฟลาโวนอยด์หนัก 17 กรัมต่อวัน (เทียบเท่านมถั่วเหลืองหนึ่งแก้วต่อวัน)

     กรณีที่ 2. หลักฐานระดับในห้องทดลอง ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานระดับต่ำกว่าในคน เพื่อตอบคำถามว่าไฟโตเอสโตรเจนจากถั่วเหลือง ทำให้เป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้นเช่นเดียวกับเอสโตรเจนจากแหล่งอื่นเช่นยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนทดแทนหรือไม่ พบว่าหลักฐานเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ยังขัดแย้งกันอยู่ คือบางงานวิจัยสรุปว่าไฟโตเอสโตรเจนกระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้ บางงานวิจัยว่าไฟโตเอสโตรเจนเหมือนยาต้านมะเร็งเต้านม คือไปจับกับตัวรับเอสโตรเจนก็จริงแต่มีผลระงับการเกิดมะเร็งคล้ายกับการออกฤทธิ์ของยาต้านมะเร็งบางตัว(SERM) สรุปว่าโหลงโจ้งแล้วหลักฐานในห้องทดลองยังขัดกันเอง จนไม่สามารถสรุปอะไรได้ในตอนนี้ครับ

     ดังนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานที่ดีกว่าปัจจุบัน หมอสันต์แนะนำให้ท่านผู้อ่านถือเอาตามหลักฐานระดับระบาดวิทยาและผลการวิจัยตามดูกลุ่มคนในภาพใหญ่ ซึ่งเป็นหลักฐานระดับสูงกว่า และมีผลว่ากินถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง สัมพันธ์กับการลดอุบัติการณ์เป็นมะเร็งเต้านมครับ ลดนะ..ไม่ใช่เพิ่ม

 

 



   



 ประเด็นที่ 2. สารเคมีตกค้างในถั่วเหลืองทำให้เป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้นหรือไม่

     เรื่องนี้มีคนกระต๊ากขึ้นมา เพราะเป็นผลสืบเนื่องจากสงครามน้ำลายระหว่างบริษัทมอนซานโต้ผู้ผลิตถั่วเหลืองตัดแต่งพันธุกรรม(GMO) กับพวกเอ็นจีโอ. (NGO) กรุณาอ่านอย่างใจเย็นๆ และอย่าสับสนกับตัวย่อนะ จีเอ็มโอ.ไม่ได้เป็นญาติกับเอ็นจีโอ.

     เรื่องมีอยู่ว่าบริษัทมอนซานโต้ผลิตยาฆ่าวัชพืชออกมาตัวหนึ่งชื่อ Round up ready ซึ่งมีสารออกฤทธิ์ชื่อไกลโฟเสท (glyphosate) ยาฆ่าวัชพืชชนิดนี้เป็นรุ่นฆ่ารูดมหาราช คือมันเจ๋งขนาดที่ว่าไม่ว่าพืชชนิดไหนเป็นตายเรียบ แล้วมอนซานโต้ก็ผลิตถั่วเหลืองตัดแต่งพันธุกรรม(จีเอ็มโอ.)ออกมารุ่นหนึ่งชื่อ round up ready soy ถั่วเหลืองรุ่นนี้มันเป็นพืชชนิดที่ทนไกลโฟเสทได้ นั่นก็คือปลูกถั่วเหลืองยี่ห้อราวด์อัพ แล้วพ่นย่าฆ่าวัชพืชยี่ห้อราวด์อัพ ทุกอย่างฉลุย ถั่วเหลืองงาม วัชพืชไม่มี ชาวไร่ได้เงิน ขอบคุณมอนซานโต้

     ต่อมาพวกเอ็นจีโอ.ได้กระต๊ากขึ้นมาว่าสารเคมีไกลโฟเสทที่ตกค้างในถั่วเหลืองจีเอ็มโอ.อาจทำให้ผู้คนเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น โดยเผยแพร่ข้อมูลผลวิจัยการเอายาฆ่าวัชพืชราวด์อัพหรือสารไกลโฟเสทเหยาะลงในจานเพาะเลี้ยงเซลในห้องแล็บนะ ไม่ใช่ในร่างกายคน แล้วรายงานว่าไกลโฟเสทนี้ทำให้เซลมีอันเป็นไปต่างๆนาๆ อย่างน้อยก็ว่าไปกระตุ้นตัวรับเอสโตรเจนที่เซล ซึ่งตัวรับชนิดนี้เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่าหากถูกกระตุ้นมากจะทำให้อุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้ว่ากันในห้องแล็บล้วนๆนะ ไม่ใช้การทดลองในคนจริงๆ

     ข้างนักวิจัยของมอนซานโต้ก็โต้แย้งว่า จะบ้าเรอะ (หิ หิ พูดเล่น เขาไม่ได้ใช้คำว่าบ้าหรอก) นักวิจัยของมอนซานโต้โต้แย้งว่าความเข้มข้นของไกลโฟเสทที่นักวิจัยฝ่ายเอ็นจีโอ.ใช้หยอดในจานเพาะเลี้ยงเซลในห้องแล็บนั้นมันเข้มข้นมากกว่าความเข้มข้นของไกลโฟเสทที่ผู้บริโภคจะพึงได้รับจริงจากการกินถั่วเหลืองอย่างเทียบกันไม่ได้ จะมาโมเมว่ากินถั่วเหลืองเคลือบยา เอ๊ย ไม่ใช่กินถั่วเหลืองที่มีไกลโฟเสทตกค้างแล้วจะเป็นนั่นเป็นนี่จากงานวิจัยขี้หมาระดับนี้ได้ไง ซึ่งหมอสันต์ก็เห็นด้วยว่า..เออ จริงแฮะ

     สรุปและแปลไทยให้เป็นไทยได้ความว่า มอนซานโต้และชาวไร่ขายถั่วเหลืองจีเอ็มโอที่มียาฆ่าหญ้าไกลโฟเสทตกค้างอยู่ให้แก่ผู้บริโภค นี่เป็นความจริงและมีหลักฐาน แต่ที่เอ็นจีโอ.โวยวายว่าไกลโฟเสทที่ตกค้างในถั่วเหลืองจีเอ็มโอ.จะทำให้ผู้บริโภคเป็นมะเร็งมากขึ้นนั้น ไม่เป็นความจริง และไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ระดับเชื่อถือได้สนับสนุนเลย อย่างน้อยก็ ณ วันนี้

 

 

ขอบคุณ นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์

ติดตามข่าวอื่นๆ