ทนายเดชา ลั่น โทษขี่รถบนทางเท้า 2 ข้อหาไม่พอ...คนเหล่านี้ถือว่าขาดสำนึก!

ทนายเดชา ลั่น โทษขี่รถบนทางเท้า 2 ข้อหาไม่พอ...คนเหล่านี้ถือว่าขาดสำนึก!

Publish 2018-11-27 18:04:18

จากกรณีผู้ใช้ทวิตเตอร์ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2561 ที่ผ่นมาเล่าเหตุการณ์ขณะพบเจอเหตุเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งถูกรถจักรยานยนต์ชนจนได้รับบาดเจ็บ ที่สำคัญคือรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวนั้นขึ้นมาวิ่งบนทางเท้าจนทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าตัวเป็นอย่างมาก

 

 

ไอเ....ย คือตอนนี้หัวร้อน เห็นมอไซค์ที่ขับบนทางเท้าอ่ะ ชนเด็กนักเรียนบดินทร3อ่ะ ไม่โอเคมากๆอ่ะ ชนต่อหน้าต่อตาอ่ะ หน้าปากซอยลาดพร้าว 69

 

 

จากนั้นได้โพสต์อีกครั้งว่า "ไม่โอเคมากๆ แล้วตอนนี้คือหงุดหงิดไม่หายเลยอ่ะ สงสารน้องผญคนนั้นมาก คือแบบน้องไม่ได้ทำไรผิดเลยอ่ะ ผิดที่มอไซกับบนทางเท้าอ่ะ"

ทั้งนี้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายอื่นๆเข้ามาแสดงความคิดเห็นไม่พอใจรถจักรยานยนต์ดังกล่าว เช่น

@MilkyNoey : ทางเท้ายังไม่ปลอดภัยเลยอะ แล้วที่ไหนจะปลอดภัย คือ เราก็โดนบีบแตรใส่บลาๆ เหมือนคนเดินทางเท้าผิด คือนร.ต้องมาโดนไรแบบนี้หรอ เราก็อยู่บดินทร 3 ตอนนั้นเพื่อนเล่าให้ฟังตกใจมาก หายไวๆ นะคะ 

@J OR J. : ถ้ามีรูปทะเบียนรถ ก็ทำเป็นหลักฐาน ส่งแจ้งความได้เลย ในฐานขับขี่บนทางเท้า1กระทง และให้เป็นหลักฐานในการขับขี่ประมาทจนผู้อื่นรับบาดเจ็บอีก 1

และมีชาวเน็ตคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนกับนักเรียนที่ถูกชนเข้ามาแจ้งข่าวว่าตอนนี้เพื่อนอาการดีขึ้นแล้ว

 

 

สำหรับบทลงโทษผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้านั้นย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2561 น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร ครั้งที่ 3 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุม โดยสำนักเทศกิจ ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากรณีรถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้าว่า สำนักเทศกิจได้มีหนังสือเวียนแจ้งให้สำนักงานเขตกวดขันไม่ให้มีการจอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ จัดทำป้ายข้อความติดตั้งในจุดที่ประชาชนมองเห็นได้อย่างชัดเจน และกระจายเสียงให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

 

 

ผู้ว่าฯ กทม.ยังได้สั่งการให้สำนักงานเขตกวดขันไม่ให้มีการจอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า โดยเคร่งครัด

โดยข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก พบว่าในกรุงเทพมหานครมีรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 ทั้งรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์สาธารณะ มีประมาณ 3,670,000 กว่าคัน โดยในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พบสถิติจับและปรับผู้กระทำผิดแล้วกว่า 8,000ราย

 

 

ในไอจี boompanadda โพสต์ข้อความระบุว่า มอเตอร์ไซค์ชนเด็กนักเรียนบดินทร3 บนทางเท้า มันใช่ใช่ไหมคะ??? ทำไมคนต้องระวังบนทางเท้า? ทำไมไม่เคยมีกฎหมายควบคุมดูแลจริงจัง? จำคุก ไม่รอลงอาญา ได้ไหมคะ?  บุ๋มเองก็เคยเจอ เดินบนทางเท้าอยู่ดีๆ เจอมอเตอร์ไซค์สวนมาบนทางเท้า บีบแตรให้เราหลบ คือจะให้เราหลบไปไหนฟระ? ขวาก็พงหญ้า ซ้ายก็ถนน งั้นข้างหน้า กระโดดถีบยอดหน้าคนขับได้ไหม? เจ๊อยากรู้!

 

 

 

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้น ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สน.โชคชัย
เบื้องต้น ทางพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ใน 2 ส่วน คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พ.ร.บ.ความสะอาดและความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของบ้านเมือง อัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

นอกจากนี้ รองโฆษก ตร. ยังอยากฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อเป็นการป้องกันอันตราย ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่นด้วย

 




ล่าสุด นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้เปิดเผยบทลงโทษทางกฎหมายเรื่องการขับขี่รถบนทางเท้า ว่า รู้ไหมขับขี่รถบนทางเท้าอาจติดคุกได้ ทุกวันนี้มีรถจักรยานยนต์ขับขี่ขึ้นไปบนทางเท้าจำนวนมากทั่วกรุงเทพมหานคร   มีการชนและทะเลาะกับคนเดินถนน ทั้งที่มีกฎหมายห้ามแต่คนไม่เชื่อ คนเหล่านี้ถือว่าขาดสำนึก บทลงโทษผู้ขับขี่บนฟุตบาทหรือทางเท้า มีดังต่อไปนี้

มีความผิดฐาน ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ,ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390โทษสูงสุด จําคุก ไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ผิดตาม ป.อาญา มาตรา 300 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  และยังผิดข้อหา ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(7) , 157 , พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 17 , 56 โทษสูงสุด ปรับไม่เกินห้าพันบาท

 


ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
มาตรา 43  ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ
(1) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
(2) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
(3) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
(4) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
(5) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย
(6) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
(7) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ
(8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
(9) ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนาโดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น
มาตรา 157  ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 35 มาตรา 43 (3) (4) (6) (7) หรือ (9) มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 53 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 125 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท

ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 300  ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 390  ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
มาตรา 17  ห้ามมิให้ผู้ใด
(1) กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ทางเท้าชำรุดเสียหาย
(2) จอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อน บนทางเท้า เว้นแต่เป็นการจอดหรือขับขี่เพื่อเข้าไปในอาคารหรือมีประกาศของเจ้าพนักงานจราจรผ่อนผันให้จอดหรือขับขี่ได้
มาตรา 56  ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง มาตรา 12 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง มาตรา 17 หรือมาตรา 18  ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย