ศาลตัดสินแล้วฤาษีตาไฟขืนใจสาว 17!

ศาลตัดสินแล้ว"ฤาษีตาไฟ"ขืนใจสาว 17!

Publish 2018-11-28 16:26:00


จากเหตุการณ์นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ หรือ ร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ถูกอ้างว่าเป็นคนข่มขืนสาววัย 17 ปีในวันที่ 26-27 ส.ค. 61 นายทวีอาสาขับรถมารับนายสุรสิทธิ์ และสาววัย 17 ปี จากนั้นก็พาทั้งหมดไปที่ จ.ศรีสะเกษ เปิดรีสอร์ตเพื่อทำพิธี ซึ่งเปิดห้องให้ตัวเองและลูก 1 ห้อง และให้ร่างทรงฤาษีกับสาววัย 17 ปีอีกห้อง เป็นเหตุให้ร่างทรงฤาษี ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนสาววัย 17 ปี หลังจากนั้นก็เป็นผู้พาทั้งนายสุรสิทธิ์และสาววัย 17 ปี กลับไปส่งที่บ้าน

ต่อมาวันที่ 28 ส.ค. 61 ครอบครัวของสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ พร้อมแจ้งว่าลูกถูกนายสุรสิทธิ์ข่มขืน ต่อมา 31 ส.ค. 61 นายสุรสิทธิ์ได้เข้ามอบตัวต่อสู้คดี และปฏิเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุข่มขืน

 

 

 

 

ต่อมา ในรายการทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ ได้ไปสัมภาษณ์ นายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ หรือ ร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ 26 ส.ค. 61 นายทวีกับสาววัย 17 ปี คุยกันในรถ ตนก็นั่งอยู่ จากนั้นเมื่อขับรถไปถึงรีสอร์ต นายทวีก็จัดการเรื่องห้องให้ โดยให้ตนอยู่ห้องเดียวกับสาว 17 ปี เพียงลำพัง ส่วนนายสุรสิทธิ์อยู่อีกห้อง กับลูกสาวที่พาไปด้วย

นายสุรสิทธิ์ บอกต่อว่า ในห้องตนนอนกับสาวอายุ 17 ปีจริง ส่วนเรื่องข่มขืนนั้น ตนพยายามบอกแล้วว่าอย่าทำ แต่ว่าหญิงสาวไม่ฟัง ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กันถึง 4 ครั้ง แต่ทุกครั้งตนพยายามห้าม ส่วนนายทวีก็ไม่ได้มีการจับเนื้อต้องตัวสาววัย 17 ปี หลังจากนั้น เช้าวันที่ 27 ส.ค. 61 นายทวีก็พาตนกลับมาส่งที่บ้าน

 

 




ต่อจากกรณีดังกล่าวนั้น ดราม่าของ “ฤาษีตาไฟ” ยิ่งทวีคูณความเดือดขึ้นไปอีกเมื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ) พี่สาวน้อขณะเกิดเหตุ นายสุรสิทธิ์ขู่เรื่องไสยศาสตร์ว่า “หากออกไปจากห้อง ครอบครัวจะอยู่ไม่สุข จะต้องตายทั้งครอบครัว” ซึ่งน้องสาวเป็นเด็ก ก็กลัว จึงไม่กล้าหนี อีกทั้งนายสุรสิทธิ์ขู่ว่า “ถ้าไปบอกใคร ก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะตัวเองพิการ” ทั้งนี้ ทางครอบครัวก้พยามติดต่อ โดยแม่โทรศัพท์หาน้องตอนดึก แต่ไม่มีคนรับสาย กระทั่งเกือบเช้า 04.00 น. ของวันที่ 27 ส.ค. 61 น้องก็ยังไม่รับสาย

ส่วนประเด็นที่นายสุรสิทธิ์อ้างว่า น้องตนเป็นคนขึ้นคร่อม แต่เจ้าตัวพยายามห้ามแล้ว น.ส.เอ ระบุว่า น้องสาวตนเล่าว่า นายสุรสิทธิ์เป็นคนขึ้นคร่อมเอง โดยใช้เข่า และเอว ด้วยความที่น้องโดนขู่ จึงไม่กล้าขัดขืนหรือหนี อีกทั้ง นายทวีที่อยู่อีกห้อง ก็ไม่ได้ เข้ามาช่วยเหลือ เพราะนายสุรสิทธิ์สั่งห้ามไว้ว่าไม่ให้เข้า

 



ล่าสุดเมื่อเวลา 15.56 น. ผู้พิพากษาศาลจังหวัดศรีสะเกษ ได้อ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว ว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องจริง จึงตัดสินจำคุกจำเลยเป็นเวลา 5 ปี ปรับ 60,000 บาท โดยการไต่สวนในชั้นศาลจำเลยให้การรับสารภาพ และจำเลยยอมจ่ายสินไหมเยียวยาผู้เสียหายเป็นเงิน 150,000 บาท จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 30,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 3 ปี

ทั้งนี้ ให้มารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง และมีบางข้อหาที่สามารถยอมความได้ ผู้เสียหายได้ถอนคำร้องแล้ว

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย

;