หนุ่มหัวร้อนที่จอดขวางหน้าบ้าน แล้วด่าตำรวจที่มายกรถ ลั่น ฟ้องกลับ!(คลิป)

หนุ่มหัวร้อนที่จอดขวางหน้าบ้าน แล้วด่าตำรวจที่มายกรถ ลั่น ฟ้องกลับ!(คลิป)

Publish 2018-12-02 09:43:21


จากกรณี ในเฟซบุ๊ก เมี่ยงปร๊ะ เต๊าะต๊ะ ตู้มต๊าม โพสต์ข้อความพร้อมคลิประบุว่า ประชาชนเค้าร้องเรียนมา รถขวางทางเข้าออกหน้าบ้านเค้า ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ

 

 



ทั้งนี้ในคลิป ประมาณว่าเกิดมีปากเสียงกันเมื่อรถคันแดงได้รับร้องเรียนจากประชาชนร้องเรียนมา ว่าจอดรถขวางทางเข้าออกหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงมาย้าย แต่ชายหัวร้อนบอกมันเสีย ทางเจ้าหน้าที่บอกผมจะย้ายให้แต่หนุ่มหัวร้อนบอกไม่ต้องเสือก

 

 

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการเจรจาทำไงก็ไม่ยอม จนนาทีท้ายๆทางหนุ่มหัวร้อนเหมือนจะปรี่เข้ามาหาเรื่องแต่ดีที่มีญาติห้ามไว้ 

 

 

 

ส่วนวิธีการจัดการตามกฎหมายอื่นๆ ผมจะมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2518

นายปรีชา ธนศิลป์ โจทก์ ร้อยตำรวจโทสุทธี กันตะเพ็ง ที่ 1 นางสุนีย์ กันตะเพ็ง ที่ 2 จำเลย ป.อ. มาตรา 1(3), 310, 397

จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุ เป็นเพียงขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น ส่วนตัวโจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยได้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 แต่เป็นการรังแกข่มเหงทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญแม้ซอยนั้นจะอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดขวางถนนซอยเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถนำรถยนต์ออกไปจากซอยได้ เป็นการหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภายในร่างกาย และเป็นการรังแกข่มเหงและก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310, 397 และ 83

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง มีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ให้จำคุกจำเลยคนละ 15 วัน และปรับคนละ 500 บาท โทษจำคุกให้ยกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยจอดรถขวางกั้นไม่ให้โจทก์ถอยรถออกไปจากซอยที่เกิดเหตุนั้น โจทก์ไม่ได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกายแต่อย่างใด โจทก์มีอิสระที่จะออกไปจากซอยนั้นได้ จำเลยเพียงแต่ขัดขวางไม่ให้โจทก์นำรถออกไปได้เท่านั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ดังโจทก์ฎีกา

ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยไม่ทราบว่าโจทก์จะถอยรถออกไปจำเลยมิได้มีเจตนาจะปิดกั้นไม่ให้โจทก์เอารถออก ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ยอมถอยรถให้โจทก์ออกเป็นการรังแกข่มเหงโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ แม้ซอยนั้นจะเป็นซอยในที่ดินของนางสวรรค์ สุวรรณเนตร ซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้านอยู่อาศัย แต่ประชาชนก็ชอบที่จะเข้าออกไปติดต่อกับผู้ที่อยู่ในที่ดินในซอยนั้นได้ ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397พิพากษายืน

มาตรา 397 #ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการ กระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำ นัลหรือเป็นการกระทำอันมีลักษณะส่อไปใน ทางที่จะล่วงเกินทางเพศต้องระวางโทษจำคุก

ไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นการ กระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชานายจ้างหรือผู้มีอำนาจเหนือประการอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
 

 



ล่าสุด นายกฤษณ์ สีมาพล หรือ นายเนท เจ้าของรถยนต์สีแดง เปิดเผยผ่านอัมรินทร์ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงก็เข้ามาพูดคุยกับพ่อตน ตอนนั้นตนยังไม่ตื่นนอน พอพ่อตนมาแจ้งว่าตำรวจจะยกรถไป ตนจึงรีบลงมาดู พบว่าตำรวจได้นำรถยกคันสไลด์มาเตรียมเคลื่อนย้ายรถตนออกจากหน้าบ้านไป ทำให้ตนรู้สึกโมโหมาก และได้อธิบายไปว่ารถตนยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เนื่องจากรถเสีย ซึ่งตนเองได้ขอเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนแล้วว่าขอเลื่อนรถเอง แต่ตำรวจกลับบอกว่ามีคำสั่งมาให้เลื่อนรถ ตนจึงเกิดอารมณ์โมโหเพราะภายในซอยมีรถจอดลักษณะนี้อีกหลายคัน แต่ทำไมจึงมายกรถตนอยู่เพียงคันเดียว ตนจึงสวนกลับไปว่า ผมขอร้องเรียนทั้งซอยได้ไหม เพราะคันอื่นในซอยก็จอดแบบนี้ แต่รถที่มาทางตรงก็ผ่านได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่บ้านตรงข้ามร้องเรียนไป เป็นเพราะรถของเขาต้องการถอยหลังเข้าบ้าน ไม่ได้เลี้ยวหัวรถเข้าแบบบ้านคนอื่น ทำให้เขาเข้าบ้านลำบาก เขาจึงไปร้องเรียน ซึ่งตรงนี้เขามาบอกกับตนส่วนตัวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปเรียกเจ้าหน้าที่มา แล้วหากเขามีน้ำใจสักเล็กน้อยมาช่วยตนจั๊มป์แบตเตอรี่รถยนต์ ให้รถตนสามารถเคลื่อนย้ายได้ ก็น่าจะไม่มีปัญหาจนถึงตอนนี้

นายเนท กล่าวด้วยว่า เมื่อคืนนี้ที่บ้านตรงข้ามมาคุยกับพ่อตน เขาก็มีการพูดด้วยว่า ถ้ายังไม่เลื่อนรถไปไหน จะเรียกรถตำรวจมายกเลย ซึ่งเช้าวันนี้ตำรวจก็มายกแต่เช้า ทำให้ตนคิดว่าเขามีอำนาจอิทธิพลที่มากพอที่จะให้ตำรวจมายกรถตน

 

 

นายเนท ยอมรับว่า ขณะเกิดเหตุตนโมโหมาก เพราะเขามาพร้อมกับรถยก ตนจึงนำมือถือขึ้นมาบันทึกภาพ แล้วเขาก็ถ่ายบ้าง โดยถ่ายตอนที่ตนเริ่มมีปากเสียงแล้ว แต่ตนยืนยันว่าขณะมีปากเสียงกัน ตนไม่เคยหยิบอาวุธออกมาเตรียมจะทำร้ายเขา ยอมรับว่าด่าด้วยคำพูดที่รุนแรงมาก เพราะบันดาลโทสะ ตื่นนอนมาด้วยความมึนงง ถ้าเป็นคนอื่นเขาก็คงโมโหเหมือนกันที่อยู่ ๆ จะมีคนมายกรถไปจากหน้าบ้านของตัวเอง แล้วจะต้องไปเสียค่าปรับอีก

ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหากับตนฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน ตนเองก็เตรียมแจ้งความกลับเช่นเดียวกัน ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ละเมิดสิทธิของตน ทำให้สายตาของสังคมมองตนเป็นคนผิด ตอนนี้ตนไม่ได้โกรธเจ้าหน้าที่ แต่ตนแจ้งความกลับแน่นอน และไม่ได้คาใจกับคนร้องเรียน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมบ้านใกล้เรือนเคียงถึงมาตกลงเจรจากันดี ๆ ไม่ได้ อีกทั้งตนเพิ่งมาจอดรถได้เพียง 3-4 วัน ไม่ได้จอดแบบนี้ทุกวัน โดยหลังจากนี้ตนเองก็คงไม่มาจอดให้กีดขวางเขาอีก ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเขามาก่อน ส่วนจะกล้ากลับมาจอดหน้าบ้านตัวเองอีกหรือไม่นั้น ตนก็อยากให้คิดบ้างว่านี่หน้าบ้านตน ตนก็ไม่ได้จอดล้ำไปบ้านใคร

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย