อย่าเอาของหลวงหนีบไปด้วย!! "ม.จ.จุลเจิม ยุคล" ซัดแรงหลัง "ยิ่งลักษณ์" หนีออกนอกประเทศ เหลืออีกอย่างที่เป็นของหลวงคืนหรือยัง หวั่นโดนคดีเพิ่ม

Publish 2017-08-28 14:00:20

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในคดีโครงการรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งต่อมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เดินทางมาศาล โดยให้ทนายแจ้งว่ามีอาการป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ จึงขอเลื่อนการฟังคำพิพากษา แต่โจทก์คัดค้านไม่เชื่อว่าจำเลยป่วยจริงเนื่องจากไม่มีใบรับรองแพทย์ และอาการป่วยที่อ้างไม่ถึงขนาดที่จะเดินทางมาศาลไม่ได้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ป่วยถึงขนาดมาศาลไม่ได้ พฤติการณ์มีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลย และปรับนายประกันเต็มสัญญา (30 ล้านบาท) และให้เลื่อนไปฟังคำพิพากษาอีกในวันที่ 27 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.นั้น 

ล่าสุดวันนี้ (28 ส.ค.60) หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อ Chulcherm Yugala ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยได้พูดถึงบุคคลสำคัญอีกหนึ่งคนที่จะเห็นกันได้บ่อยๆ เมื่อปรากฏตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่นก็คือ พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย เป็นบอดี้การด์คนสนิทของตระกูลชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยได้ระบุว่า... "อย่าเอาของหลวงหนีบไปด้วยครับ ผู้กองหนุ่ย "พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย" ยังอยู่มั้ยครับ? คุณยิ่งลักษณ์ เมื่อไม่อยู่ในประเทศนี้ ช่วยเอาของหลวงคืนด้วยครับ เดี๋ยวโดน สตช แจ้งข้อหาขโมยของหลวงอีกคดีหนึ่ง ม.จ. จุลเจิม ยุคล"

 



โดยประวัติ พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย เริ่มจากนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 49 บรรจุครั้งแรกในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ต่อมาได้มาอยู่ในสำนักงาน พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. ระยะหนึ่ง จากนั้นจึงได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาร่วมทีมอารักขาบุคคลสำคัญ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีพล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร รองผบก.ส.3 เป็นหัวหน้าทีม ซึ่ง พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ มีความสัมพันธ์อันดีกับ พ.ต.อ.วทัญญู ตั้งแต่สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งในกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกทำรัฐประหารยึดอำนาจ พ.ต.อ.วทัญญู ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร.ในขณะนั้น เซ็นคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 91/2551 ลงวันที่ 6 ก.พ.2551 ให้ไปเป็น สว.สป.สภ.กรงปินัง จ.ยะลา

แต่ในเวลาไม่นานนักก็มีคำสั่งจากพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. ขณะนั้น ให้มาช่วยราชการสำนักงาน รองผบ.ตร. เมื่อพรรคพลังประชาชนคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู จึงได้กลับเข้ามานั่งในตำแหน่ง สว.ฝขว.10 บก.ส.1 (บก.น.7) พร้อมทั้งทำหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัย "บ้านจันทร์ส่องหล้า" และดูแลรักษาความปลอดภัยของคนในตระกูลชินวัตร ถัดมาจึงได้โยกย้ายอีกครั้งให้ไปดำรงตำแหน่ง สว.(ร้อยเอ็ด) กก.2 บก.ส.1


 

 


ในปี พ.ศ.2555 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. จึงได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งนอกวาระการแต่งตั้งประจำปีให้ พ.ต.อ.วทัญญู อีกครั้งให้ขึ้นเป็น รองผกก.ในตำแหน่ง ผู้ช่วยนายเวร (สบ.3) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.  แต่ในขณะนั้นการทำหน้าที่ของ พ.ต.อ.วทัญญ ยังคงทำหน้าที่เป็นทีมอารักขา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้น เรียกได้ว่าเป็นเงาตามตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปทุกที่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ซึ่งขณะที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยนั้น  ยังทำหน้าที่เป็นช่างภาพส่วนตัวระดับเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่ออัพเดทสถานการณ์การทำงานของอดีตนายกฯขึ้นส่งโลกโซเซียลมีเดียในทุกแขนง อีกทั้งยังทำการร่วมบริหารจัดการ ประสานสื่อมวลชน ทั้งเรื่องสถานที่การให้สัมภาษณ์ ที่ยืน มุมกล้อง รวมถึงการควบคุมการให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกฯ เมื่อเห็นว่าการตอบคำถามของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เริ่มยาว และจะส่งผลเสีย ก็จะรีบตัดบท เคลียร์ทางให้อดีตนายกฯ เดินออกจากวงสัมภาษณ์สื่อมวลชนทันที

 

ขอบคุณ : Chulcherm Yugala


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน

ติดตามข่าวอื่นๆ