จับตาใกล้ชิด หุ้นโรงเรียนนานาชาติ “SISB” ทำ “หมอธีร์” สุดทน สิ่งที่ควรมีคือจริยธรรม

จับตาใกล้ชิด หุ้นโรงเรียนนานาชาติ “SISB” ทำ “หมอธีร์” สุดทน สิ่งที่ควรมีคือจริยธรรม

Publish 2018-12-02 15:41:41


 

   เรียกว่ายังคงป็นประเด็นที่ให้ต้องตามต่ออย่างใกล้ชิดกับกรณีเรื่องราวของหุ้น บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB เจ้าของโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ ที่ทำการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ถึงความเหมาะสมหรือไม่ที่จะนำสถานศึกษาเข้ามาในตลาดหุ้นเพราะจะดูเป็นการค้าที่หาผลเก็งกำไรมากกว่าทำเพื่อประโยชน์ของลูกหลานเยาวชนรุ่นหลังที่เข้ามาเรียนมากกว่า ในเรื่องนี้มีข้อถกเถียงจากนักวิชาการหลายท่านอาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช ที่ออกมาให้เหตุผล 7 ปมที่ทำให้เขานั้นอดรนทนไม่ไหวหาก บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) จะต้องเข้าในตลาดหลักทรัพย์ ( อ่าน "กรณ์ จาติกวณิช" อดรนทนไม่ไหว ถลกปม ร.ร. นานาชาติ หุ้นการศึกษาตัวแรก ฟันกำไรกับอนาคตชาติตาดำๆ EP.2 )

 


      โดยในเรื่องการพิจารณาถึงมูลค่าของหุ้นแล้ว คาดว่าราคาไม่น่าถูก โดยราคา 5.20 บาท เมื่อเทียบกับราคาพาร์ 50 สตางค์ อยู่ในข่ายเป็นราคาที่สูง ยิ่งมีค่า พี/อี เรโชระดับ 59 เท่า
 ยิ่งต้องพิจารณาอย่างหนัก เพราะเป็นราคาที่ต้องซื้อแบบวางแผนอนาคต ถึงจะคุ้ม ส่วนข้อมูลของหุ้นโรงเรียนตัวนี้มีน้อยมาก และไม่มีหุ้นในธุรกิจเดียวกันให้อ้างอิงความเหมาะสมของราคา 
เนื่องจากเป็นหุ้นตัวแรกของการศึกษา ที่จะเข้าตลาดหุ้นแม้จะมีการออกข่าวว่า หุ้น บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม แต่หุ้นใหม่ที่เข้าซื้อขายในปีนี้ 15 บริษัท ไม่เคยมีข่าวว่า หุ้นตัวใดขายไม่หมดมีแต่ขายเกลี้ยงหรือไม่พอขายทั้งสิ้น (อ่าน "SISB" ปลุกกระแสสังคม หุ้นโรงเรียนตัวแรกที่ถูกดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ เมื่อความรู้อนาคตของชาติถูกแปรค่าเป็นธุรกิจค้ากำไร EP.1 ) จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนหากต้องการซื้อหุ้นของ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB ต้องคิดพิจารณาให้ดีเสียก่อนตัดสินใจกับหุ้นทางการศึกษาตัวแรกนี้




  ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ก็เป็นอีกหนึ่งนักวิชาการที่ออกมากล่าวถึงกรณีของบริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB
ที่ว่าด้วยตามกฎหมายในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 นั้น ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่เรื่องดังกล่าวจะพิจารณาเฉพาะกฎหมายไม่ได้ต้องดูเรื่องจริยธรรมว่าถูกต้องหรือไม่  
ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบฝ่ายกฎหมายให้ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะใจตนนั้น มองว่าถ้าเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องเสียภาษี และไประดมทุน เพื่อให้ได้กำไรมากขึ้นและไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ ยิ่งในธุรกิจนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการศึกษา การจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำไปเพื่ออะไรหากไม่ต้องการกำไร อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่สามารถยุติบริษัทดังกล่าวไม่ให้นำโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ทันที แต่จะพยายามทำในส่วนที่ตนมีอำนาจสามารถทำได้

      ทั้งนี้หากบริษัทนี้ทำสำเร็จ บริษัทอื่นอาจจะทำตามหรือไม่ ตนคิดว่าต้องมาศึกษาข้อกฎหมายให้ดี ต้องดูว่าเป็นช่องว่างทางกฎหมายหรือไม่ อีกทั้งในอดีตมีบริษัทเอกชนที่จะทำแบบนี้หรือไม่และหากทำไม่สำเร็จก็ต้องมาดูว่าเป็นเพราะอะไร เนื่องจากเรื่องนี้ถ้าเป็นบริษัททั่วไปอยู่หรือไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ต้องเสียภาษี แต่บริษัทที่เป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนจะไม่เสียภาษีตามนโยบายของรัฐที่ไม่ต้องเสียภาษี เพราะถือเป็นการจัดการศึกษา ดังนั้น หากบริษัท และโรงเรียนเอกชนได้กำไรมากขึ้น เป็นแบบนี้อาจจะเข้าข่ายธุรกิจการศึกษา



 นอกจากนี้ทางนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ก็ได้ออกมาเผยถึงกรณีเรื่องของโรงเรียนนานาชาติ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เช่นกัน ว่า เรื่องการเก็บภาษี กับเรื่องการระดมทุนคนละอย่างกันเพราะฉะนั้นไม่ว่าสถานศึกษาจะอยู่ในสถานะอย่างไร ก็สมควรที่จะต้องส่งเสริมในเรื่องของภาษี เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าคุณอยู่สถานะหนึ่งต้องส่งเสริม และอีกสถานะหนึ่งไม่ส่งเสริม มันทำไม่ได้ สำหรับเรื่องการระดมทุน ปัจจุบันมีหลายช่องทาง ซึ่งส่วนใหญ่สถานศึกษาก็ลงทุนกันเอง ส่วนพวกไม่มีทุน ก็ไปกู้มาบ้าง ซึ่งปกติก็ต้องบอกว่าหากู้ยาก เพราะสถาบันการเงินค่อนข้างเข้มงวดกับการปล่อยให้กับโรงเรียนเวลาเกิดปัญหา มันไปเรียกคืนไม่ได้ เพราะมันเกี่ยวกับสังคมเยอะ สถาบันการเงินจึงไม่ค่อยให้

    ขณะที่การระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ ก็ถือเป็นวิธีการระดมทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งการให้เอกชนระดมทุนและเข้าตลาดได้หรือเข้าไม่ได้ คนที่จะตอบได้ดีที่สุด ต้องเป็น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า อนุญาตให้เขาเป็นมหาชน มีความเห็นอย่างไร ซึ่งอาจจะมีแผนงานที่ดีก็ได้ เป็นเรื่องที่เราไม่รู้ คงต้องไปดูแผนงานเขาคืออะไร เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนอย่างไร อันนี้คงต้องไปดูแต่จะไปตัดสินด้วยว่าเป็นโรงเรียน และไประดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ อย่างเดียวคงไม่ใช่

  " ส่วนจะมีข้อห้ามเรื่องการนำสถานศึกษาเข้ามาระดมทุนในตลาดหรือไม่นั้น ต้องถาม ก.ล.ต. กฎเกณฑ์คืออะไร และถ้ามีคงเข้าไม่ได้แล้ว คงต้องไปดู และการระดมอย่างนี้ ทำให้ส่วนรวมเสียหายไหม หากไม่เสียหายก็ไม่เป็นไร ส่วนกรณีที่ รมว.ศึกษาธิการ มองว่าไม่เหมาะสมนั้น ต้องมองอีกด้านว่า แล้วมันทำให้ใครเสียหายหรือไม่ " 

      อนึ่งเรายังคงต้องจับตากันต่อไปว่าทิศทางของหุ้น SISB จะเป็นไปในทิศทางใดต่อไปเกี่ยวกับหุ้นการศึกษาตัวแรกที่มีขึ้นนี้ ว่าหลังจากนี้ไปจะส่งผลดีหรือผลเสียกันแน่ต้องให้เวลาเป็นผู้กำหนดกับหุ้น SISB นี้  




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย

;