ความรักทำตาบอด ปุ๊กกี้กับสามีคนล่าสุด

ความรักทำตาบอด ปุ๊กกี้กับสามีคนล่าสุด

Publish 2019-06-18 09:16:23


จากกรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. สนธิกำลังตำรวจ บช.ปส. เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านย่านรามอินทรา 65 หลังจากสืบทราบว่ามีการนัดส่งยาเคตามีนจำนวน 5.2 กก. โดยพบอดีตนักร้องชื่อดัง "ปุ๊กกี้" ปริศนา พรายแสง ภายในบ้านพร้อมของกลางยาเคตามีนดังกล่าว และอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมแฟนหนุ่มของปุ๊กกี้ และ ชายชาวไต้หวัน ได้ 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมกำลังเร่งสอบสวนขยายผลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไปนั้น

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องรวบ ปุ๊กกี้ ชาลาล่า

 




 


ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2557 เป็นกระแสข่าวดังเมื่อในโลกโซเชียลมีการแฉว่า "ไก่" สามีคนที่ 3 ของ ปุ๊กกี้ ปริศนา ซึ่งเป็นนักธุรกิจส่งออกเสื้อผ้า มีส่วนในคดียาเสพติด และยังเป็นมือรับพนันผิดกฎหมายมานานกว่า 30 ปี อีกทั้งยังมีคดีฟอกเงินและปั่นหุ้น โดยในขณะนั้นทางปุ๊กกี้ปฏิเสธทุกข่าวลือเกี่ยวข้องกับสามีของเธอ โดยระบุว่า "ตอนนี้ยังอยู่กับสามีปกติดี และตนยังไม่ทราบเรื่องอะไรทั้งสิ้น"

 

 



โดยในขณะนั้น ปุ๊กกี้ ปริศนา เคยเปิดใจว่า ตนรู้จักกับคนปล่อยข่าวลือเรื่องแฟนค้ายาเสพติด แต่คน ๆ คนนี้เหมือนสติไม่ดี และพยายามปล่อยข่าวเพื่อดิสเครดิต ด้านสามีทำธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าไม่เคยยุ่งเรื่องพวกนี้เลย 

 

- ถามว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องเป็นธุรกิจของทางฝ่ายสามี

"เป็นของนักธุรกิจกลุ่ม ๆ หนึ่ง ที่ตนรู้จัก แต่ตนไม่ทราบถึงเรื่องธุรกิจของเขาว่าจะเทา จะมืด หรือจะใส ตนรู้จักแค่ในฐานะพี่ ๆ แฟนตนก็รู้จัก แต่เหมือนคนที่มากล่าวหาหรือปล่อยข่าวเหมือนเขาระแวง ไม่ทราบว่าเกิดจากการที่เขาทำงานตรงนั้นหรือเปล่า เลยทำให้เขาคิดการใหญ่แบบนี้ เหมือนเราโดนผลกระทบมากกว่า เป็นโดมิโน่ เอฟเฟค ซึ่งตนไม่ได้เกี่ยวอะไรกับธุรกิจของผู้ใหญ่เลย เหมือนถูกใช้เป็นเครื่องมือให้ข่าวนั้นคนสนใจ"

 

 

- ถามว่าสามีทำธุรกิจอะไรอยู่?

"ทำเกี่ยวกับเสื้อผ้าส่งออก ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดคามที่มีกระแสข่าว และเรื่องบ่อนคาสิโนกลางเมือง ตนเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องลากไปนู้นไปนี่ จริงอยู่ว่าตนรู้จักในกลุ่มนี้ แต่ไม่ได้รู้ว่าเขาไปทำธุรกิจอะไรกัน"

 

- ถามว่าได้แจ้งความไว้หรือยัง?
"ไม่ได้ออกไปแจ้งความเพราะเสื่อมเสียชื่อเสียง ตนอโหสิกรรมให้ ต่างคนต่างไป เพราะเราไม่ได้ทำ ไม่ได้เป็นแบบนั้น เลยไม่จำเป็น และคิดว่ามันเสียเวลาที่จะต้องมานั่งขึ้นโรงขึ้นศาล"

 

- ถามว่าทุกอย่างโดนตีข่าวให้ใหญ่ขึ้น ทั้ง ๆ ที่เราไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องยังไงใช่ไหม?

"ปล่อยผ่าน ๆ ไป เพราะตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องตรงนั้นเลย และก็ไม่ทราบเกี่ยวกับอีหฝ่าย เพราะเหมือนตอนเขาประชุมกัน ตนก็ไปทานข้าว ซึ่งถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ดีเขาคงไม่มานั่งพูดให้ใคร ๆ รับทราบ ตนทราบว่าเป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับมูลนิธิบอกบุญ ซึ่งตนก็งงมากว่าเกี่ยวโยงกับบ่อนกลางเมืองได้ยังไงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น"

 

 

- สุดท้ายถามว่าเป็นการโปรโมทบริษัทอีกฝ่ายหรือเปล่า?

"ไม่ใช่ มันเป็นการดิสเครดิต เหมือนคน ๆ หนึ่งเขียนเรื่องหนึ่งมาโดยที่มีอะไรขัดแย้งไม่ทราบ แต่ใช้ปุ๊กกี้หรือเพื่อนๆ ที่อยู่ในกลุ่มทำให้เรื่องน่าสนใจ เพราะเหมือนเขาไปร้องเรียนทุกที่เลย แต่ไม่มีใครสนใจคดีนี้ ตนว่าเขาไม่ค่อยปกติ ระแวงไปหมดค่ะ คิดว่าคนจะทำร้ายเขา คิดว่าพวกเรามีโปรแกรมที่สามารถไปล้างสมองเขาได้โดยที่ใช้ดาวเทียวอะไรก็ไม่รู้ มันก็เลยโอเคค่ะ ก็ดัง ยอมรับว่าคุณทำสำเร็จ"

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;