พ่อเด็ก 10ขวบ แจงแล้ว แค่ตะโกนบอก ลูกกูจบแต่กูไม่จบ ลั่น! อยากคุย เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม?

"พ่อเด็ก 10ขวบ" แจงแล้ว แค่ตะโกนบอก "ลูกกูจบแต่กูไม่จบ" ลั่น! อยากคุย เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม?

Publish 2018-11-26 18:19:02

จากกรณี เด็กชาย 10 ขวบ ไม่พอใจหลังถูกคนแก่อายุ 62 ปี ตักเตือนเรื่องขี่จักรยานยนต์เร็วในเขตชุมชน ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงยืนกำหมัดใส่คนแก่และตะโกนสั่งให้มากราบเท้า จนเกิดทะเลาะกันขึ้น ซึ่งแม่ของเด็กก็ได้เข้ามาห้ามปรามและเหมือนจะเข้าข้างลูกตัวเองว่า เด็กมันเป็นแบบนี้จะให้ทำอย่างไรได้ สั่งสอนแล้วแต่ไม่ฟัง

 

 



ต่อมาเมื่อกลางดึกวานนี้ (25/11/2561) เมื่อเวลา 21.30 น – 22.00 น. นาย นพดล ทับเปลี่ยน อายุ 40 ปี บิดาของเด็กวัย 10ขวบ ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียนมาหาลุงต๋อยซึ่งเป็นทำงานเป็น รปภ รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน โดย นาย นพดล ได้ขี่รถจักรยานยนต์มารอบแรกตะโกนมาแต่ไกลว่า(ลูกกูจบแต่กูไม่จบ)เมื่อลุงต๋อยได้ยินดังนั้นด้วยสัญชาตญาณจึงวิ่งหนีออกจากป้อมเข้าไปหลบในหมู่บ้านเพราะกลัวว่าจะถูกนายนพดลทำร้าย ประกอบกับนายนพดล เองยังคงขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่ทางเข้าหมู่บ้านหลายครั้งซึ่งตัวเองดูแล้วเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาก็เลยนำภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ (หญิง) บุญสิตาหาสิน รอง.สว.สอบสวน.สภ.เมืองชลบุรี ในข้อหาพยายามข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย 


ขณะที่ช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 59/2 หมู่บ้านกรีนแลนตำบลหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายนพดลบิดาของเด็กวัย 10 ขวบพบป้ายไวนิวเขียนข้อความว่าประกาศขายบ้านทิ้งโดยไม่พบตัวนายนพดลและคนในครอบครัวแต่อย่างใดแต่ไปพบขวดสุราเป็นจำนวนมากตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้านซึ่งคาดว่าเป็นของนายนพดลที่ชอบมีพฤติกรรมดื่มสุราจนเมาแล้วเกิดอาการขาดสติจึงไปหาเรื่องลุงต๋อยดังในภาพกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงโทรศัพท์ไปเชิญตัวนายนพดลให้มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ยังสถานีตำรวจเมืองชลบุรีถ้ายังไม่มาก็จะออกหมายเรียกสองครั้งและจะออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


โดยล่าสุดนั้น  รายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ ได้รายงานข่าวว่า นายบรรพต และนายนพดล ทับเปลี่ยน อายุ 40 ปี พ่อของเด็ก ได้เดินทางไปกับ ร.ต.อ. (หญิง) บุญสิตา หาสิน รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เพื่อทำการไกล่เกลี่ย โดยลุงต๋อยก็ยืนยันว่าตนเองนั้นเลยถูกนายนพดลข่มขู่จริง

ด้านนายนพดล เล่าว่า ตนเองมานั่งดูคลิปดังกล่าว รู้สึกไม่เป็นธรรมต่อครอบครัว ทำให้ครอบครัวถูกคนในสังคมคมประนามถึงพฤติกรรมของลูกชายตนเองว่าเป็นเด็กก้าวร้าว จึงได้ตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ไปหาลุงต๋อย เพื่อจะสอบถามพูดคุย โดยไม่มีเจตนาที่ข่มขู่แต่อย่างใด จึงอยากให้ลุงต๋อยให้อภัยตนเอง

ส่วนเรื่องของทางคดีนั้น นายนพดล ถูกเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท รับสารภาพเหลือปรับ 500 บาท ในข้อหาข่มขู่ทำให้ตกใจหวาดกลัว และนายนพดลก็ให้สัญญากับลุงต๋อยว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ส่วนลุงต๋อยเองก็พร้อมที่จะให้อภัย และไม่ติดใจเอาความอีก และสามารถเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน