โอ้โห...นี่สิเด็ดจริง!!! ครม.ยุคเผด็จการ ห้าม คนหนีคดี ยื่นอุทธรณ์ เรื่องนี้...สะเทือนใครเต็มๆ?!

โอ้โห...นี่สิเด็ดจริง!!! "ครม.ยุคเผด็จการ" ห้าม "คนหนีคดี" ยื่นอุทธรณ์ เรื่องนี้...สะเทือนใครเต็มๆ?!

Publish 2016-09-13 18:59:10

 

โอ้โห...นี่สิเด็ดจริง!!! "ครม.ยุคเผด็จการ" ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา 3 ประเด็น เหนืออื่นใดที่เด็ดดวงก็คือห้าม "คนหนีคดี" ยื่นอุทธรณ์...เรื่องนี้สะเทือน...บางคนเต็มๆ 
 

วันนี้ (13 ก.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน เรื่องร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยโฆษกรัฐบาลระบุว่า ครม.มีมติเห็นชอบ ตามที่ศาลยุติธรรมเสนอ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยมีหลักการสำคัญ 3 เรื่องได้แก่ 1.การใช้ทนายความในขั้นตอนพิจารณาคดี และขั้นไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ระบุว่า หากจำเลยคนใดที่ไม่มีทนายความคอยช่วยเหลือ ให้สามารถร้องขอทนายความได้ โดยรัฐจะเป็นผู้จัดหาให้ เพื่อให้กระบวนการไต่สวนมูลฟ้องนั้นได้ข้อมูลที่ชัดเจน


2.อนุญาตให้ศาลพิจารณาไต่สวนลับหลัง จำเลยได้ เนื่องจากที่ผ่านมา หากจำเลยไม่อยู่ หรือ หนีคดี ศาลจะไม่สามารถไต่สวนได้ ทำให้มีคดียังคงค้างอยู่ในศาลเป็นจำนวนมาก แต่ต่อไปนี้ได้อนุญาตให้ศาลสามารถสืบลับหลังจำเลยได้


3.ในขั้นของการอุทธรณ์และฎีกานั้น หากตัวจำเลยไม่อยู่ ที่ผ่านมาจำเลยสามารถให้ทนายความเดินทางมายื่นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ แต่กฎหมายฉบับนี้ระบุว่า หากจะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา ตัวจำเลยจะต้องอยู่ในพื้นที่ เพราะถือว่า หากตัวจำเลยไม่อยู่หมายความว่า ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ

 

พร้อมกันนี้ ยังมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากอัยการ ที่เสนอว่า โดยปกติกระบวนการยุติธรรมจะตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะยังไม่ผิดจนกว่าจะมีการตัดสินของศาลในขั้นฎีกา เพราะฉะนั้น การที่เจ้าตัวไม่มายื่นอุทธรณ์หรือฎีกานั้นสามารถทำได้ โดยไม่ขัดหลักการ แต่ไม่ได้รวมถึงการหนีคดี แต่หมายถึงกรณีที่จำเลยเกิดเจ็บป่วย จนไม่สามารถมาแสดงตัวต่อศาลได้ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง รับประเด็นดังกล่าวไปหาถ้อยคำที่รัดกุม เพื่อให้ผู้ที่เจ็บป่วยสามารถส่งตัวแทนมายื่นอุทธรณ์และฎีกาได้

 

“กฎหมายฉบับนี้ ทำให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ ซึ่งสังคมเรียกร้องเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน และขอยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้จงใจที่จะแกล้งใคร” โฆษกรัฐบาล ระบุทิ้งท้าย