วายร้ายตัวจริง !! ตร.เมืองคอนปูพรมล่า..ปิดล้อมจับกุมคนร้ายชิงทองคาโรงแรมกลางดึก สารภาพสิ้นก่อเหตุ 5 จังหวัดโชกโชน!? (คลิป)

Publish 2018-01-27 13:45:03

เมื่อเวลา 01 .00 น.วันที่ 27 ม.ค. 2561  พ.ต.อ.ปรีชา ปัญญาเลิศ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับรายงานว่านายธวัชชัย รัตนพันธ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 0 หมู่ 5 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ คนร้ายชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำร้านทองเป้าเฮงหลี 2   ในตลาดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยศาลได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 38/2561 ลงวันที่ 23 ม.ค. 2561  ไว้แล้ว ซึ่ง ผบช.ภ.8 ได้ลงพื้นที่กำชับให้ตำรวจเร่งสอบสวนสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด  โดยล่าสุดผู้ต้องหารายนี้ได้ขับรถ จยย.ซูซูกิ สีเขียว ทะเบียน 1 กฎ 7706 ตรัง อยู่ในตลาดจันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช จึงรายงานให้ พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ทราบเพื่อวางแผนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

 



หลังจากได้รับรายงาน พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย พ.ต.ต.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล สว.ฝอ.3 ภ. 8 พ.ต.ท.ชัยภัทร ศรีเรือง รอง ผกก.สส.พ.ต.ต.สมนึก สุวรรณวงศ์ สว.สส. ร.ต.อ.รักธรรม ส้มเขียวหวาน ร.ต.อ.นนทวัช รัตนนิพนธ์ ร.ต.องธวัชชัย ยั่งยืน รอง สว.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ พร้อมฝ่ายสืบสวน และ อส.ตร.จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉวาง ก่อนเดินทางไปสมทบที่ตลาดจันดี ทำการปิดล้อมตรวจค้นเส้นทางเข้าออกตลาดทุกเส้นทาง จนพบว่านายธวัชชัย ขับรถ จยย.เข้าไปเช่าห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในตลาดจันดี เพื่อหลบซ่อนตัว เจ้าหน้าที่จึงตามเข้าไปปิดล้อมตรวจค้นและสามารถจับกุมนายธวัชชัย รัตนพันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับเอาไว้ได้โดยละม่อม

 

                เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายธวัชชัย ผู้ต้องหากลับไปสอบสวนที่ สภ.ทุ่งใหญ่ และทำการสอบสวนปากคำด้วยตัวเองแต่นายธวัชชัย ปากแข็งให้การปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับการก่อเหตุชิงทองร้านทองเป้าเฮงหลี 2 ในตลาดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รวมทั้ง ในพื้นที่ อ.เขาพนม จ.กระบี่  แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำภาพวงจรปิดมายืนยันแต่นายธวัชชัย อ้างว่าคนในภาพวงจรปิดแค่หน้าเหมือนตนเองเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเค้นสอบสวนอย่างหนักติดต่อกัน 5 ชม. ในที่สุดนายธวัชชัย ก็จำนนด้วยพยานหลักฐานให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

 

 

                                                                                

 

 

 

 


โดย พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์  เปิดเผยว่า ยอมรับว่านายธวัชชัย ผู้ต้องหารายนี้เป็นมิจฉาชีพมืออาชีพอย่างแท้จริงในบทที่ปากแข็งไม่ยอมรับสารภาพก็ยืนกรานเสียงแข็งไม่ยอมรับสารภาพใด ๆ ทั้งสิ้นแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำพยานหลักฐานมายืนยันก็ยังปากแข็งทำไม่รู้ไม่ชี้ปฏิเสธลูกเดียว ซึ่งในความจริงแม้จะให้การปฏิเสธตำรวจก็สามารถดำเนินคดีและเอาผิดได้อย่างแน่นอนเพราะพยานหลักฐานต่าง ๆ มัดแน่นดินไม่หลุดแน่  แต่ตำรวจก็พยายามเค้นสอบสวนเพื่อดูพฤติกรรมทั้งหมดของผู้ต้องหารายนี้

 

                “จนในที่สุดก็จนมุมด้วยพยานหลักฐานยอมรับสารภาพ นอกจากคดีชิงสร้อยคอทองคำ “ ร้านทองเป้าเฮงหลี 2 “  ในตลาดท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ยังรับสารภาพว่าเคยก่อเหตุ ฉก  ชิง วิ่งราว ลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ มาหลายครั้งในพื้นที่หลายจังหวัด เช่น จ.นครศรีธรรมราช จ.กระบี่ จ.ตรัง จ.พัทลุง และ จ.สงขลา ทรัพย์ที่ได้มาจะนำไปขายเอาเงินไปเที่ยวเตร่ตามร้านอาหาร พอเงินหมดก็จะลงมือวิ่งราวไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจับกุม ในคดีชิงทรัพย์ ที่ จ.สงขลา ต้องโทษติดคุกเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมาเมื่อปีที่แล้ว และไม่ทิ้งพฤติกรรมเดิม ๆ คือการตระเวนก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งมาถูกจับกุมดังกล่าว  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายและสอบสวนขยายผลพร้อมแจ้งไปยัง สภ.ต่าง ๆ ในพื้นที่  5-6 จังหวัดภาคใต้ที่นายธวัชชัย เคยก่อเหตุ เพื่ออายัดตัวไปดำเนินคดีในแต่ละท้องที่ต่อไป.”

 

 

                                                                                  

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว  ยุทธนะ เตมะศิริ   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ยุทธนะ เตมะศิริ