ฝันเป็นจริง ! สมาคมสื่อเมืองคอนจับมือพันธมิตรจัด”คาวาวานบุญ”สานฝัน “น้องมุข”สาวน้อยยอดกตัญญูเรียนต่อ ปวช.และช่วยซ่อมแซมบ้านใหม่ (ชมคลิป)

Publish 2018-03-18 17:48:30

                เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 มี.ค.2561 สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดยนายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราชนายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. นายสิวะ พันธภาค อุปนายกสมาคม ฯ ได้ร่วมกันชมรมออฟโรดจังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดย นายวัฒนา สินธะ กรรมการสมาคม และประธานชมรมออฟโรดจังหวัดนครศรีธรรมราช และกลุ่มบริษัทเดอะบีโฮม ออกแบบตกแต่งภายใน และร้านสุขแก้ว ค้าวัสดุก่อสร้าง ได้ร่วมจัดกิจกรรม “คาราวานบุญ” เดินทางเยี่ยมบ้าน  น.ส. คนางค์ทิพย์  ทองดี หรือ “น้องมุข” อายุ 15 ปี ที่บ้านเลขที่  175 หมู่ 6 ต ปากพูน อ เมือง จ นครศรีธรรมราช หนูน้อยยอดกตัญญูที่ปรนนิบัติดูแลแม่ที่เป็นอัมพฤกษ์นาน 8 ปี จนแม่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา  โดยน้องมุขต้องการจะเรียนต่อในระดับ ปวช. แต่เนื่องจากฐานะทางครอบครัวยากไร้  แม้แต่บ้านก็ไม่มีบานประตู หน้าต่าง นายวีระ ทองดี อายุ 41 ปี พ่อของน้องมุข จึงขอให้ออกมาทำงานหลักจบ ม. 3  จนกระทั้งสื่อมวลชนนำเสนอเรื่องราวของน้องมุข ทำให้มีผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยน้องมุขเป็นจำนวนมาก

                โดยเมื่อไปถึงพบนายวีระ และน้องมุข พร้อมญาติ ๆ จำนวนหนึ่งรอต้อนรับ โดยทางสมาคมสื่อมวลชน ฯและชมรมออฟโรด ได้มอบเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคผ่านสมาคมสื่อมวลชนและชมรมออฟโรด เบื้องต้นรวม  15,000 บาท เพื่อช่วยเหลือนายวีระ และน้องมุข นอกจากนี้บริษัทแม็กนาโน ไทยแลนด์ จำกัด ผลิตภัณฑ์สารเคลือบรถยนต์ โดย “เมฆ มังกรบิน”มอบหมายให้นายวัฒนา สินธะ บริจาคเงินสดสมทบอีก 3,000 บาท และนายจิระศักดิ์ ไชยเสน ช่างภาพ สทท. 11 นครศรีธรรมราช มอบโกศทองเหลืองให้น้องมุขใช้บรรจุกระดูกแม่ที่ห่อผ้าข่าววางบนจานกระเบื้อง




ในขณะที่นายเริ่มเขตร์ ดวงยิหวา และนายเอกวุฒิ สุขแก้ว ต่ากบริษัทเดอะบีโฮม และร้านสุขแก้วค้าวัสดุก่อสร้าง ได้นำทีมช่างเข้าสำรวจดูบ้านว่ามีจุดไหนของบ้านที่จะต้องปรับปรุงซ่อมแซม นอกเหนือจากติดตั้งบานประตู หน้าต่าง  โดยทางทีมช่างสรุปเบื้องต้นว่าจะทำการรื้อโครงหลังคาไม้ที่ปลวกกินจนชำรุด ทรุดโทรมจะพังมิพังเหล่ และจะสร้างใหม่โดยเป็นโครงหลังคาเหล็ก พร้อมทำการก่อสร้างห้องน้ำ 1 ห้อง และกั้นห้องนอนให้น้องมุขเป็นการส่วนตัวอีก 1 ห้อง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จใช้เวลาประมาณ 2  อาทิตย์

                น.ส. คนางค์ทิพย์  ทองดี หรือ “น้องมุข” กล่าวว่า ในช่วงที่ตนอายุ 7-8 ขวบแม่ป่วยเป็นอัมพาตตนรับหน้าที่ปรนนิบัติดูแลแม่มานานถึง 8 ปีเต็ม ๆ ทั้งการเช็ดทำคามสะอาดร่างกายให้แม่ เปลี่ยนแพมเพิส ล้างแผลกดทับพร้อมใส่ยารักษาแผล จนแม่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเสื่อปูนอนของแม่คือที่นอนของตนในปัจจุบัน  แต่ในระยะหลังช่วงกลางคืนญาติ ๆ และชาวบ้านไม่ยอมให้ตนนอนที่บ้านเพราะบ้านไม่มีประตูจึงเสี่ยงอันตราย ตนจึงไปนอนบ้านญาติ ๆ ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร ตนสงสารพ่อที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวแต่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย เมื่อเก็บเงินได้หลักพันพ่อก็จะไปซื้ออิฐ ซื้อปูนมาก่อเสริมในจุดที่ผุพังทีละเล็กละน้อย

                  “ตอนแรกพ่อบอกว่าเมื่อตนจบ ม. 3 ก็ให้ออกมาหางานทำ  แต่ตนอยากเรียนต่อในระดับ ปวช. จึงไปสมัครเรียนในแผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจที่วิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 10 กม.  แต่หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวจนได้รับธารน้ำใจช่วยเหลือเข้ามาจำนวนหนึ่ง โดยมีคนที่ทราบข่าวทางสื่อมวลชนนำหม้อหุงข้าวใหม่มามอบให้ 1 ใบ เงินสด 1,000 บาท และทราบจากสื่อมวลชนว่ามียอดบริจาคผ่านสมาคมสื่อ ฯและชมรมออฟโรดอีกจำนวนหนึ่ง พ่อจึงตกลงให้ตนเรียนต่อในระดับ ปวช.แล้ว โดยตนจะเก็บเงินที่ได้รับบริจาคไว้เป็นทุนการศึกษาและจะใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุด ส่วนบ้านที่จะมีผู้ใหญ่ใจดีมาปรับปรุงซ่อมแซมให้ตนดีใจเป็นอย่างมาก  ซึ่งตนจะมีห้องนอนเป็นการส่วนตัวแล้ว  ขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกคน น้องมุขกล่าว


ทางด้านนายวีระ ทองดี กล่าวว่า ตนเป็นน้องสุดท้องได้รับมรดกบ้านหลังใหญ่ที่พ่อแม่เคยอยู่อาศัย เป็นบ้านเก่าอายุน่าจะกว่า 50 ปีแล้ว ในช่วงที่ภรรยาของตนเป็นอัมพาเมื่อ 8 ปีก่อนตนต้องนำภรรยาไปรักษาตัวที่ที่ รพ.รัฐและแพทย์แผนไทยอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ได้ทำงานหารายได้เลย เงินที่เก็บออมไว้ถูกนำออกมาใช้จ่ายจนหมด บ้านที่ตนเอาไปค้ำประกันเงินกู้ธนาคารก็ถูกยึดขายทอดตลาด ยังดีที่พี่สาวไปไถ่คืนมาให้และให้ตนอยู่อาศัยกับน้องมุขบุตรสาว แต่ก็ไม่มีปัญญาปรับปรุงซ่อมแซมจนบ้านชำรุด ทรุดโทรม ผุพังเหลือเฉพาะส่วนตรงกลางที่พอจะอยู่อาศัยได้  โดยในช่วง 3-4  ปีหลังที่ผ่านน้องมุข เริ่มโตเป็นสาวและรับภาระปรนนิบัติดูแลแม่ ตนก็พอมีเวลาไปทำงานหารายได้บ้าง จนภรรยามาเสียชีวิตไปเมื่อ 2 เดือนเศษที่ผ่านมา

                “ตอนนี้ผมจึงทุ่มเทสุดชีวิตในการทำงานเพื่อหาเงินมาปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ผมทำงานทุกอย่างที่มีคนจ้าง ทั้งรับจ้างทาสี ฉีดหญ้า ตัดทะลายปาล์ม ตัดอ้อย เก็บมะพร้าวจ้าง เป็นต้น แต่รายได้ก็เพียงอยู่รอดไปวัน ๆ เท่านั้น โดยผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทั้งปวง ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ผมขอบพระคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสานฝันให้น้องมุขบุตรสาวของผมได้เรียนต่อในระดับ ปวช. และช่วยปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้ตน ผมยืนยันว่าจะเป็นคนดีของสังคมตลอดไป นายวีระ กล่าวในที่สุด.

ภาพ/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ยุทธนะ เตมะศิริ
HASTAG :