แก้เคล็ด เสริมมงคล ได้บุญ แวะไหว้พระ ๙ วัดดัง หมดเคราะห์ หมดภัย เป็นมงคลแก่ชีวิต มีวิธีแนะนำอย่างถูกต้อง..

Publish 2017-05-11 09:51:52


คู่มือไหว้พระ ๙ วัด 

๑. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

คติ “เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย”
เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกไม้

วัดพระแก้ว เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง กรุงเทพฯ ตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ ๑ เป็นวัดในมหาราชวัง โดยที่เป็นที่ประดิษฐานของ พระแก้วมรกต ด้วย

เดิม พระแก้วมรกต ถูกค้นพบทางภาคเหนือ (ตำนานเล่าว่า จ. เชียงราย) ตั้งแต่สมัยเป็นที่ อาณาจักรล้านนา ต่อมา ได้รับการอัญเชิญไปยังอาณาจักรล้านช้าง (ลาว) ก่อนที่จะได้รับอัญเชิญมายังกรุงเทพในสมัยรัชกาลที่ ๑

ความ แปลกของ พระแก้วมรกต คือ เนื้อแก้วมรกต (หยก) เป็นการแกะสลักที่ปราณีต และยากมาก เพราะใช้โลหะแกะสลักไม่ได้ จะต้องใช้ไม้ไผ่ฝนน้ำเท่านั้น จึงเชื่อว่า ฝีมือของช่างแกะสลักช่างวิเศษนัก และทำด้วยแรงศรัทธามากๆ

และฐานของ พระแก้วมรกตไม่เรียบ จึงไม่สามารถตั้งบนที่ราบได้ และนั่นเป็นตำนานที่บอกว่า พระแก้วมรกต ต้องประดิษฐานบนบุษบกเท่านั้น

๒. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

คติ “ร่มเย็นเป็นสุข”
เครื่องสักการะ ธูป ๙ ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว ๑๑ แผ่น

วัดโพธิ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ เช่นกัน เป็นวัดที่มีความมงคลอย่างสิ่ง เช่น เจดีย์น้อยใหญ่มีทั้งหมด ๙๙ องค์ มีรูปปั้นจีน เครื่องอับเฉา (สำหรับถ่วงเรือสำเภาในสมัยโบราณ) มีรูปปั้นฤาษีดัดตน ซึ่งปัจจุบันมีการแพทย์แผนโบราณภายในวัดโพธิ์ด้วย

และ อีกสิ่งหนึ่งก็คือ พระนอนวัดโพธิ์ ซึ่งมีความยิ่้งใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ ที่พระบาทของพระพุทธรูป มีมงคล ๑๐๘ ประการ และสามารถทำบุญหยอดเหรียญ ๑๐๘ บาตร

๓. วัดสระเกศวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)
คติ “เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล”
เครื่องสักการะ ธูป ๙ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๓ ดอก

เดิมที เป็นวัดตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ รัชกาลที่ ๑ ทรงโปรดให้บูรณะ และรัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดให้สร้าง บรมบรรพต เป็นมงคลแบบอย่างตามอยุธยา



๔. วัดสุทัศน์เทพวราราม (ติดกับ เสาชิงช้า)
คติ “วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป”
เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม

ที่พระวิหารมี “พระศรีศากยมุนี” เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วย สำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยาบานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ

ด้านหน้า คือ ศาลากลางกรุงเทพ และ เสาชิงช้า

หลัง จากสักการะในวัดสุทัศน์ฯแล้ว แนะนำให้เดินมาที่เสาชิงช้า เพื่อ สรงน้ำพระพักตร์เทวรูปที่ซุ้ม และข้ามไปที่ศาลากลางเพื่อสรงน้ำ พระพุทธสิหิงค์ ซึ่งปีนี้ย้ายสถานที่จากสนามหลวงเป็นที่หน้าศาลากลาง บริเวณลานคนเมือง

๕. วัดบวรนิเวศวิหาร
คติ “พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต”
เครื่องสักการะ ธูป ๙ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๓ ดอก


วัดบวรฯ เป็นวัดอารามหลวง ที่มีพระสังฆราชพำนักอยู่หลายพระองค์ด้วยกัน และยังเป็นที่พำนักของพระราชวงศ์ที่ผนวช ภายในบริเวณกว้างใหญ่ มีพระประธานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระไพรรีพินาศ (ซึ่ง ตามตำนานเล่าว่า รัชกาลที่ 3 ได้รับการถวายประพุทธรูปที่มีศิลปกรรมแบบ มหายาน อินโดนีเซียมา เป็นช่วงที่พระองค์ ได้ขจัดเสี้ยมหนามต่อความมั่นคง จึงทรงตั้งนามของพระพุทธรูปว่า ไพรรีพินาศ)

๖. วัดชนะสงคราม
คติ “มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง”
เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๑ ดอกสำหรับพระประธานในโบสถ์

ธูป ๕ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๑ ดอกสำหรับรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวัง บวรมหาสุรสิงหนาท


เป็นมงคลต่อการมีชัยชนะและ ก็เป็นวัดที่ ได้รับการคัดเลือกให้ทำน้ำมนต์ให้กับราชสำนักเสมอมาจนถึงปัจจุบัน จึงเชื่อว่า น้ำมนต์แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ขอแนะนำให้คุณนำ ขวดน้ำตรงน้ำมนต์ข้างๆ พระประธานเพื่อนำไปประพรม กิน อาบ ให้เกิดสิริมงคล



๗.วัดระฆังโฆสิตาราม
คติ “ชื่อเสียงโด่งดัง คนนิยมชมชอบ”
เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว

วัดระฆังฯ โด่งดัง จาก พระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี พระเถระสมัย รัชกาลที่ ๓-๔ คือ ซึ่งมีพุทธคุณแก่กล้า และเป็นต้นกำเนิดของบทสวด ชินบัญชร ซึ่งเป็นการกล่าวถึง พระอรหันต์ระดับเอกทัตคะ (ผู้เป็นเลิศในด้านนั้นๆ) ให้มาสถิตตามร่างกายของเรา บังเกิดเป็นมงคล แคล้วคลาดภยันตราย

ดัง นั้น หากสักการะ ณ วัดระฆังฯ ก็แนะนำให้คุณหยิบบทสวด ชินบัญชร ที่โต๊ะบริการเครื่องสักการะ และกล่าวบทสวดเป็นสิริมงคลแก่ตัวท่านเอง

๘. วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง)
คติ “ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน”
เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียนคู่

เป็น วัดฝั่งธนบุรี (สามารถนั่งเรือข้ามมา) ซึ่ง เป็นวัดสมัย พระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากกอบกู้เอกราชแล้ว ซึ่งอธิษฐานว่า หากเดินทางตามน้ำแล้ว “แจ้ง” (เช้าพระอาทิตย์ขึ้น) ณ ที่ใด จะสร้างวัดตรงนั้น และพบกับวัดมะกอก(นอก) [“มะกอกนอก” หมายความว่า ติดกับแม่น้ำ ในสมัยนั้น] จึงบูรณะแล้ว ตั้งชื่อใหม่เป็น “วัดแจ้ง

ตามตำนานที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า ยักษ์วัดแจ้ง (ยักษ์ทศกัณฑ์ และ สหัสเดชะ เฝ้าโบสถ์จนเมื่อย แล้วเดินทางข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปเที่ยว เจอกับ ยักษ์วัดโพธิ์ เจ้าถิ่น จึงตีกันกลายเป็น ตำนานพื้นที่ราบ ที่เรียกว่า ท่าเตียน)

ภายใน โบสถ์น้อยเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อรุ่ง (สมัยอยุธยา) และรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน พระองค์มีพระคุณในการกอบกู้เอกราชไทยจากพม่า

๙. วัดกัลยาณมิตร (หลวงพ่อโต ซำปอกง)
คติ “เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี”

เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียนแดงคู่ ดอกไม้พวงมาลัย

เป็น วัดที่สร้างโดยคนจีน ดังนั้น การบูชา จึงเป็นแบบจีน คือ ไหว้ธูปกำใหญ่ และเทียนจีน ๒ อัน อธิษฐาน ณ กระถางธูปประตูฟ้าดิน แล้วจึงนำธูปเทียนไปปัก ตามเทวรูปต่างๆ (ซึ่งบางส่วนเป็นเทวรูปจีน)

หลวงพ่อโต (ซำปอกง) ที่ชาวบ้านเรียกตาม ขนาดใหญ่โตของพระพุทธรูปที่มีทางการว่า พระพุทธไตรรัตนนายก เป็นที่นับถือของทั้งคนไทยและคนจีน เชื่อว่า การบูชาหลวงพ่อโตจะทำให้ มีความก้าวหน้าเป็นใหญ่เป็นโต

ส่วนชื่อวัดก็เป็นมงคล คือ ได้มิตรที่ดี

ที่มา travel.mthai.com



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี

ติดตามข่าวอื่นๆ