สุดหลอน "ผีชุดแดงกองปราบ" !!! เฮี้ยนไม่หยุด...ขนาดคนงานทุบตึกเพื่อปิดตำนานยังเจอดี หวีดกันเป็นแถว !!!

สุดหลอน "ผีชุดแดงกองปราบ" !!! เฮี้ยนไม่หยุด...ขนาดคนงานทุบตึกเพื่อปิดตำนานยังเจอดี หวีดกันเป็นแถว !!!

Publish 2018-03-29 15:09:26

ตำรวจที่เคยปฏิบัติหน้าที่ดูแลการคุมตัวผู้ต้องหา ได้ระบุว่า ความอาถรรพ์ของห้องขังกองปราบปราม เกิดขึ้นตั้งแต่กรณี นายฉลาด เสนารัตน์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืนกระทำชำเราหลานสาววัย 11 ปี ก่อเหตุผูกคอตายภายในห้องขัง โดยสวมเสื้อสีแดง รวมทั้งกรณีของ นายศักดิ์ชัย อุตตะละ อายุ 50 ปี อาจารย์ระดับประถมศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จังหวัดสกลนคร ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหากระทำชำเราลูกศิษย์ตัวเอง พยายามผูกคอตายในห้องขังแห่งนี้ ซึ่งตำรวจช่วยไว้ได้ทัน แต่สุดท้ายก็กลับไปก่อเหตุผูกคอตายที่บ้าน ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ต้องหาที่ถูกคุมตัวในห้องขังหลายราย ได้พบเจอชายที่ไม่รู้จักใส่เสื้อสีแดง มาชักชวนให้ผูกคอตายหลายต่อหลายครั้ง กลายเป็นเรื่องเล่า ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ต้องขัง และตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่



ก่อนหน้านี้ ยังมีผู้ต้องหาอีกรายซึ่งเคยถูกคุมตัวในห้องขัง เล่าเหตุการณ์ประหลาดที่พบเจอ โดยระบุว่า ขณะที่นอนหลับรู้สึกเหมือนมีคนสะกิดที่ขา จึงหรี่ตาดู ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่ง มานั่งที่ปลายเท้าและพยายามพูดชักชวนให้ไปอยู่ด้วยกัน พร้อมทั้งสั่งให้ลุกไปอาบน้ำแปรงฟัน  แต่ระหว่างนั้นนึกขึ้นได้ว่า ในห้องขังไม่มีคนอื่นอยู่  จึงคิดว่าฝันไป แต่เมื่อล้มตัวลงนอนอีกครั้งก็ได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหูว่า ให้ไปนับซี่ลูกกรง เลือกเอาว่าจะเอาซี่ไหน ก่อนจะสอนวิธีการผูกคอตายเพื่อให้พ้นผิด จากคำบอกเล่านี้ทำให้ผู้ต้องขังหลายคนถึงกับหวาดกลัว  เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2552 เคยมีการนิมนต์สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม พร้อมคณะสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ และพรมน้ำมนต์ ห้องทำงานภายในอาคารเพื่อเป็นศิริมงคล รวมถึงห้องควบคุมผู้ต้องหาดังกล่าวด้วย  แต่แม้ว่าจะมีการทำพิธีไปแล้ว หลังจากนั้นก็ยังคงมีผู้ต้องหาอีกหลายรายที่เล่าว่าพบเจอเหตุการณ์อาถรรพ์อยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นนายประเสริฐ พรมมิ ผู้ต้องหารายล่าสุด

นายประเสริฐ เล่าประสบการณ์ขนหัวลุก ภายหลังถูกกักตัวครบ 7 วัน ว่า ตั้งแต่ถูกนำตัวมากักไว้เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ก็ได้พบกับวิญญาณของผู้ต้องขังที่เสียชีวิตในคุกกองปราบ และไม่ใช่แค่ตนคนเดียวที่เห็น นายแอ๊ดมือระเบิดที่ถูกตำรวจบช.ภ.1 จับในข้อหาเกี่ยวกับอาวุธสงครามก็เห็นแต่ไม่มีใครพูดอะไร ตนไม่กลัวเพราะเคยบวชเรียนมานานกระทั่งวันต่อๆ มา มีโอกาสได้คุยกับวิญญาณ ทำให้รู้ว่าเขาตายในห้องขังกองปราบฯหลายปีแล้ว ที่ไม่ยอมไปเกิดเพราะต้องการจะให้คนทั่วไปรับรู้ว่าเขาไม่ได้กระทำความผิด แต่ต้องมาถูกขังจนต้องฆ่าตัวตาย

โดย วิญญาณของชายคนดังกล่าวได้ขอร้องให้นายประเสริฐช่วยบอกกับผู้ต้องขังคนอื่น ๆ ว่าขอให้นอนเรียงหัวชนกัน อย่านอนขวางเป็นแถวยาวปิดช่องทางเดิน เพราะถ้าวิญญาณของตยเดินข้ามคนนอนจะทำให้มีบาปเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทุก ๆ คนในห้องขังก็ให้ความร่วมมือ นอกจากนี้ยังมีวิญญาณของผู้หญิงอีก 1 คน ที่วนเวียนเดินไปมาตอนเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ทุกคืน สวมใส่เสื้อผ้าชุดขาวดำไม่พูดจาอะไร พร้อมทั้งเผยว่าให้ลองมาสังเกตได้ว่าสุนัขในกองปราบฯจะพากันหอนรับเป็นทอด ๆ ทุกคืนตอน 4 ทุ่ม


ผลสุดท้ายได้มีการประมูล เพื่อทุบคุกกองปราบทิ้งแล้ว โดยที่คนงานของ บริษัท วรวุธ แทรคเตอร์ ลงมือตัดเหล็กห้องขังกองปราบปรามจุดที่ นายฉลาด เสนารัตน์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืนหลานตัวเอง ใช้เสื้อสีแดงผูกคอเสียชีวิต โดยก่อนลงมือทำ มีการซื้อพวงมาลัย และน้ำแดงมากราบไหว้ตามความเชื่อ แม้ได้ยินเรื่องราวผ่านสื่อมามากมาย แต่คนงานเหล่านี้บอกว่า ไม่รู้สึกกลัว เพราะมาทำตามหน้าที่เท่านั้น และก่อนลงมือตัดเหล็กก็ขอเจ้าที่เจ้าทางแล้ว

ต่างจาก เก๋ พรทิพย์ ศรีอักษร หัวหน้าคนงาน ที่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัว เล่าทั้งน้ำตาว่าสงสารวิญญาณคนนี้ เขาบอกว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารื้ออาคาร เค้าพบเจอชายลักษณะไว้ผมรองทรง สวมเสื้อกล้าม มาขอความช่วยเหลือ ตอนแรกไม่รู้ว่ามีคนผูกคอ เมื่อเจ้าของบริษัทนำภาพชายที่ผูกคอมาให้ดู ก็เป็นคนเดียวกับที่เขาเห็น

การรื้อถอน ทุบอาคารกองปราบปรามต้องแล้วเสร็จภายใน 45 วันนับจากที่ทำสัญญา 12 พฤศจิกายน คนงานเกือบ 20 ชีวิต กิน อยู่ หลับ นอนบริเวณชั้น 1 พวกเขาบอกว่าแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ แต่สิ่งที่พบเจอก็ทำให้เรื่องเล่าขานที่ได้ยินมามีน้ำหนัก และพวกเขาก็เชื่อว่าวิญญาณของผู้ที่ผูกคอ ยังอยู่ที่นี่ ทุกคืนจะได้ยินเสียงคนเดินเหยียบกระจกบ้าง ได้ยินเสียงคนรื้อกองหินบ้าง

หมิง ชาริสา ศิริบูรณ์ เจ้าของงานรับเหมา รู้สึกเป็นห่วงลูกน้องจึงอยากหาคนทำพิธีเชิญวิญญาณออกจากสถานที่ดังกล่าว เพราะเขาทำอาชีพนี้มาเกือบ 10 ปี จึงไม่สบายใจ หากไม่ได้ทำพิธี วันนี้เขาไปพบรักษาการผู้บังคับการกองปราบปราม ขออนุญาตตั้งศาลชั่วคราว เพื่อเชิญวิญญาณออกมาแล้ว ซึ่งท่านก็อนุญาตเพื่อให้เกิดความสบายใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน

สำหรับเหล็กจากห้องขังทั้งหมด รวมถึงเหล็กที่ผู้ต้องขังใช้ผูกคอ จากนี้นำไปเข้าเตาหลอม ไม่นำกลับมาใช้อีกต่อไป เพื่อความสบายใจ และสร้างบรรยากาศใหม่ของห้องขังกองปราบปราม

อ้างอิงข้อมูลจาก - www.sanook.com , www.mthai.com , th.wikipedia.org



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง