ปลดเปลื้องหนี้กรรม เสริมดวงการเงิน!  ๖ เคล็ดวิธีปลดหนี้กรรม สำหรับผู้ติดขัดเรื่องการเงิน ทำกินไม่ขึ้น  ชีวิตตกต่ำ สะดวกแบบไหน ทำแบบนั้น!

ปลดเปลื้องหนี้กรรม เสริมดวงการเงิน! ๖ เคล็ดวิธีปลดหนี้กรรม สำหรับผู้ติดขัดเรื่องการเงิน ทำกินไม่ขึ้น ชีวิตตกต่ำ สะดวกแบบไหน ทำแบบนั้น!

Publish 2018-05-05 12:30:04


หลายคนที่ประสบเคราะห์กรรมจากการถูกโกงเงิน โกงทรัพย์สิน ถูกลักทรัพย์บ่อยครั้ง หรือทรัพย์สินที่เก็บหอมรอมริบมาแต่กลับเสียหายไปเพราะภัยต่างๆ จนแทบไม่เหลืออะไร? บางคนมีอุปสรรคด้านการเงินอย่างมาก ทำมาหากินไม่ขึ้น เก็บเงินไม่อยู่  และปัญหาอื่นอีกสารพัด!! คงสงสัยว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพราะตนเองก็รักษาศีล ทำบุญมาโดยตลอด ชาตินี้ไม่เคยคดโกงใคร ไม่เคยลักขโมยของๆใคร?!  หากแต่เรื่องในอดีตชาติที่เราไม่อาจจำได้ว่า เคยสร้างกรรมกับใครมาก่อนหรือไม่ จึงต้องมาชดใช้กรรมในรูปแบบเดียวกัน?!!



 

 



อย่างไรก็ดี ได้มีเคล็ดความเชื่อเกี่ยวกับ “วิธีปลดหนี้กรรม” ให้ผู้ที่มีความเชื่อความศรัทธาได้ปฏิบัติตาม เพื่อปลดหนี้กรรมให้เบาบางลง หนุนดวงการเงินให้ดีขึ้น คลี่คลายอุปสรรคทางการเงินทุกประการ โดยมีเคล็ดวิธีการปฏิบัติอยู่หลายรูปแบบดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ คือ

๑ . การสวดคาถาบริกรรมและปฏิบัติเพื่อปลดหนี้ต่อเจ้ากรรมนายเวร ตั้งแต่อดีตชาติ  ตามที่ปรากฎใน  “หนังสือ อินตก เทพทำนายและพระคาถามหาศักดิ์สิทธิ์”  จากเว็บไซต์  http://life1081009-intok.blogspot.com/search/label/7ปลดหนี้จากเจ้ากรรมนายเวร

“คาถาบริกรรมและปฏิบัติเพื่อปลดหนี้ต่อเจ้ากรรมนายเวร ตั้งแต่อดีตชาติ” มีดังนี้

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ  (สวด ๓ จบ)

 ท่านเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่ข้าพเจ้า (เอ่ยชื่อผู้กล่าว นาย นาง ฯลฯ .......) ได้ติดหนี้ท่านเท่าใด เวลาใด ตั้งแต่อดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ทั้งโดยเจตนาและโดยไม่เจตนา ข้าพเจ้าขอปวารณาว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าจะขอทยอยให้หนี้คืนให้ทุกบาททุกสตางค์ จนกว่าจะหมด และขออโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าเพื่อความสุขความเจริญของข้าพเจ้าและครอบครัวด้วยเทอญ (นั่งบริกรรมโดถือเหรียญ ๑ บาท ไว้ในมือ เสร็จแล้วเอาเหรียญหย่อนใส่กระปุกหรือถ้วยไว้ทุกๆ วัน จนครอบ ๔ เดือน แล้วเอาเหรียญทั้งหมดไปทำบุญทำทาน ห้ามนำไปใช้ซื้อของกลับมาใช้) ให้ท่านทำตอนเช้าก่อนที่จะใช้เงินต่างๆ ในทุกๆ วัน

๒. ชำระหนี้สงฆ์ ชีวิตที่ติดขัด มีอุปสรรคด้านการเงิน ทำกินไม่ขึ้น ไม่ว่าจะทำบุญมาหลากหลายรูปแบบ แต่ก็ไม่สามารถปลดเปลื้องวิบากกรรมนั้นได้ ก็ยังต้องพิจารณาอีกหนึ่งวิธี คือ การชำระหนี้สงฆ์   ซึ่งนอกจากการร่วมบุญบริจาคค่าน้ำค่าไฟให้กับวัดแล้ว วิธีชำระหนี้สงฆ์ที่ถือว่าได้ผลมาก ตามแนวทางของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ คือ การร่วมบุญสร้างพระพุทธรูปที่มีหน้าตักตั้งแต่ ๔ ศอกขึ้นไป ถ้าสามารถปิดทองได้ ก็จะยิ่งทำให้ชำระหนี้สงฆ์ได้มาก สำหรับการชำระหนี้สงฆ์ด้วยการสร้างพระพุทธรูปนั้น ปัจจุบันหลายต่อหลายวัดได้สร้างพระองค์ใหญ่ขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์เป็นการชำระหนี้สงฆ์โดยตรงก็มี เนื่องจากการสร้างพระพุทธรูปมีอานิสงส์มาก เท่ากับเป็นการสร้างองค์แทนของพระพุทธองค์ ให้สาธุชนได้กราบไหว้ และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งควรร่วมบุญตามกำลังศรัทธาตามที่มีโอกาสอยู่เรื่อยๆ

 

 

๓.สร้างแท่นหนุนพระพุทธรูป  อีกหนึ่งวิธีการทำบุญเพื่อเสริมดวงการเงิน ทำให้ฐานะทางการเงินดีขึ้น คือ การร่วมบุญสร้างแท่นหนุนพระพุทธรูป ซึ่งเป็นฐานอันมั่นคง ผลบุญนี้จะทำให้ผู้ที่สร้างฐานหรือแท่นหนุนพระพุทธรูปมีความมั่นคงและยกระดับฐานะทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น หนุนดวงชะตาชีวิตให้ดีขึ้น  เหมาะสำหรับคนที่ดวงตก อับโชค หรือชีวิตตกต่ำมาก

๔.ถวายอาสนะ-ถวายผ้ารับประเคน-ถวายบาตร  การถวายสังฆทานคือการถวายแด่สงฆ์โดยไม่จำเพาะเจาะจงว่าต้องเป็นพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง  ทำให้เกิดอานิสงส์แก่ผู้กระทำมาก ซึ่งต้องทำเป็นประจำ อย่างน้อยๆเดือนละ ๑ ครั้ง โดยเครื่องถวายสังฆทานนั้น ก็มีทั้งปัจจัย ๔ และในส่วนที่เพิ่มเติม ที่จะทำให้เกิดอานิสงส์ช่วยหนุนเรื่องการเงิน หนุนชีวิตให้ดีขึ้น คือ การถวาย “อาสนะ” มีความหมายว่า ที่นั่ง รวมถึงโต๊ะ เตียง ตั่ง ที่นอน เสื่อ สาดต่างๆ เป็นสังฆทานโดยถือคติว่า การถวายวัตถุที่มีลักษณะหนุนให้สูงขึ้น จะช่วยหนุนดวงชะตา ไม่ให้ตกต่ำ ทำให้ชีวิตดีขึ้น

ต่อมา คือ การ “ถวายผ้ารับประเคน”  เป็นอีกหนึ่งความเชื่อของคนที่ประสบวิบากกรรมเรื่องเงินขาดมือบ่อย หรือได้ทรัพย์มาไม่เต็มที่ โดยถือเอา กิริยาของการรับประเคนของซึ่งมีผ้าเป็นสายใยจากผู้ให้คือคฤหัสถ์และผู้รับคือสงฆ์มาเป็นเคล็ดความเชื่อว่า จะทำให้เงินทองไหลมาไม่ขาดสาย เงินทองไม่ขาดมือ

“ถวายบาตร”  อีกหนึ่งคติความเชื่อของการปลดเปลื้องหนี้กรรม  เพราะบาตรนั้นพระสงฆ์ใช้บิณฑบาตรโปรดสัตว์รับอาหารทุกๆวัน จึงเชื่อว่า หากถวายบาตรด้วยแล้วจะทำให้มีกินมีใช้ไม่ขัดสน ไม่อดอยาก  สามารถบรรเทาปัญหาด้านการเงินได้ … เมื่อถวายบาตรแล้ว ก็ควรใส่บาตรเป็นประจำ เพื่อลดความตระหนี่ถี่เหนียวของตนเอง  

“ถวายย่าม” ใครที่มีประสบปัญหา การเงินรั่วไหล เก็บเงินไม่อยู่ หรือไม่สามารถรักษาเงินทองไว้ได้  มีความเชื่อว่า ให้ถวาย “ย่าม” เป็นหนึ่งในสังฆทาน เพราะการถวายย่ามเป็นการให้กระเป๋าในการเก็บสิ่งของต่างๆของพระสงฆ์ ไม่ให้สูญหาย เมื่อเราได้ให้อย่างไร ก็ย่อมได้รับสิ่งนั้น คือ การเงินไม่รั่วไหล เก็บเงินอยู่ และสามารถรักษาทรัพย์สมบัติไว้ได้นั่นเอง

 

 

๕.ถวายสังฆทานเป็นข้าวสารให้มากกว่าน้ำหนักตัวของเรา ๑ กิโลกรัม โดยวิธีนี้นิยมปฏิบัติกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเชื่อว่าเป็นการใช้หนี้กรรมเก่าในอดีต เป็นผลให้บรรเทาวิบากกรรมด้านการเงินในปัจจุบันได้ โดยให้เตรียมสังฆทานซึ่งมีของใช้ทั่วไป ๑ ชุด พร้อมๆกับข้าวสาร เช่น หากเรามีน้ำหนัก ๔๐ กิโลกรัม ก็ให้ถวายข้าวสาร ๔๑ กิโลกรัม เป็นต้น และสามารถถวายได้เรื่อยๆโดยไม่จำเป็นว่า ต้องถวายครั้งเดียว  เช่น รอบนี้ถวายไป ๒ กิโลกรัม รอบหน้าและรอบต่อๆไปของการทำบุญก็ถวายไปเรื่อยๆจนกว่าจะครบ ๔๑ กิโลกรัม แต่มีข้อแม้ว่า ต้องถวายให้ครบตามจำนวนภายใน ๓ เดือน

 ๖.ทำบุญบริจาคโลงศพ  ด้วยความเชื่อว่าการปลดเปลื้องความทุกข์ใจ ความไม่สบายใจให้แก่ญาติของผู้ตายที่ต้องลำบากในการจัดพิธีศพ เพราะในบางครอบครัวนั้นอาจจะไม่มีเงินเพียงพอ การช่วยเหลือด้วยการทำบุญบริจาคโลงศพ จะช่วยให้ญาติมิตรของผู้ตายไม่เป็นทุกข์ ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ และส่งผลให้ผู้ทำบุญได้รับอานิสงส์ โดยเฉพาะการปลดเปลื้องความทุกข์ใจเรื่องเงินๆทองๆ ทำให้ฐานะทางการเงินดีขึ้นโดยลำดับ

 

 

ทั้งหมดเหล่านี้ อาจเลือกทำเพียงอย่างเดียวหรือหลายๆอย่างควบคู่กันไปได้ทั้งหมด เช่น หยอดเงินวันละ ๑ บาทไว้ในกระปุกจนครบ ๔ เดือนแล้วนำไปทำบุญ ในระหว่างนี้ก็ทำบุญใส่บาตรอย่างสม่ำเสมอ  ทำสังฆทานเดือนละครั้งโดยถวายข้าวสารด้วย หรือ หากสะดวกถวายย่าม ถวายบาตร ถวายผ้ารับประเคน หรือ ถวายอาสนะ เป็นบางครั้งคราวก็สามารถทำได้ ถ้ามีโอกาสเห็นการสร้างพระพุทธรูป และ แท่นหนุนพระพุทธรูป ก็สามารถร่วมบุญตามกำลังศรัทธาของตนเองได้

 ที่สำคัญยิ่งไปกว่าการประกอบบุญด้วยการให้ทาน คือ การรักษาศีล ซึ่งถือว่าจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีอุปสรรคด้านการเงิน ควรรักษาศีล โดยเฉพาะศีลข้อที่ ๒ คือให้ละเว้นจากการเอาสิ่งของที่ผู้อื่นไม่ได้ให้ การคดโกง การลักขโมย เพราะวิบากแห่งการกระทำผิดศีลข้อ ๒ นี้เอง เป็นวิบากกรรมให้ต้องประสบปัญหาเรื่องเงินๆทองๆ แม้ในชาติปัจจุบันตนเองไม่ได้ทำผิดศีล ไม่ได้กระทำชั่วในสิ่งเหล่านี้ แต่ในอดีตชาติเราไม่อาจทราบว่า ได้ทำกรรมเหล่านี้ไว้หรือไม่? จึงมาส่งผลให้ประสบปัญหาดังกล่าว… สิ่งที่ทำได้ในปัจจุบัน จึงควรสร้างบุญกุศลให้มีน้ำหนักมากกว่าบาป ซึ่งจะส่งผลให้บรรเทาวิบากกรรมลงได้

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : การสวดคาถาบริกรรมและปฏิบัติเพื่อปลดหนี้ต่อเจ้ากรรมนายเวร ตั้งแต่อดีตชาติ  หนังสือ อินตก เทพทำนายและพระคาถามหาศักดิ์สิทธิ์ http://life1081009-intok.blogspot.com/search/label/7ปลดหนี้จากเจ้ากรรมนายเวร

เครดิตภาพ : FB : phrathong watpanonvivek และ Napapawn

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นภาพร เครือชัยสุ