สุดยอดของดีเมืองไทย ยาดีที่ถูกมองข้าม คนโบราณนิยมใช้แทนยาพารา

สุดยอดของดีเมืองไทย "ยาดีที่ถูกมองข้าม" คนโบราณนิยมใช้แทนยาพารา

Publish 2018-07-24 13:32:50


ถ้าพูดถึงยาสามัญประจำบ้านที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กันในยุคปัจจุบันนี้คงหนี้ไม่พ้น "ยาพารา" อย่างแน่นอน แต่คุณเคยรู้ไหมว่า "ยาพารา" มีผลเสียต่อตับมากกว่าผลดี และในต่างประเทศได้มีการณณรงค์ให้ประชาชนไม่ทานยาพาราพร่ำเพรือ ในขณะที่คนไทยไม่ว่าจะปวดหัว ปวดท้อง เป็นไข้ ต่างก็ทานยาพาราก็ลูกเดียว แต่วันนี้เรามีความรู้ดีๆจากเพจ สมุนไพรหมอศุภ ที่ได้ออกมาเปิดเผย สุดยอดยาที่คนไทยมองข้าม

 


 



และยานั้นก็คือ"ยาเขียว"นั้นเอง ในอดีตคนสมัยก่อนนิยมให้ลูกหลานทานยาเขียวกันอย่างแพร่หลาย เพราะยาเขียวมีช่วยในการรักษาและแก้อาการไข้ ตัวร้อน เป็นผื่น อิสุอิใส ที่้เห็นผลได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่าสมัยเด็กๆ หากบ้านไหนที่มีเด็กเป็นโรคอิสุกอิใส ผู้ใหญ่ในบ้านคงเลือกที่จะใช้ "ยาเขียว" มาจัดการกระตุ้นให้พิษไข้ออกมา เร่งผื่นให้ออกมาจนหมด เพื่อให้หายได้เร็วขึ้น

 

 

โดยสรรพคุณดั้งเดิมของยาเขียวนั้นแก้ได้ตั้งแต่เป็นไข้ ร้อนใน ง่ายๆว่าถ้ารู้สึกตัวรุมๆ เหมือนจะเป็นไข้ ตากฝน เพลียแดด ปวดหัวตึ้บๆ สามารถกินยาเขียวได้เลย ซองละ 5 บาทเท่านั้น แถมยังช่วยบำรุงตับ บำรุงร่างกาย ไม่สร้างผลเสียเหมือนยาทั่วไปที่เรากินกันอยู่ทุกวันล้านเปอร์เซ็นต์

 

 

นอกจากนี้ทางเพจ สมุนไพรหมอศุภ ยังบอกเคล็ดลับการแก้คัดจมูกมาด้วย วิธีง่ายๆ บ้านๆ คนเฒ่าคนแก่ใช้มานานนมนั่นก็คือการทุบหอมแดง 2-3 หัว ใส่แก้ว เติมน้ำร้อน แล้วเอามาดมแทนการกินยา ช่วยให้โล่งจมูกได้อย่างไม่น่าเชื่อ
 



รองศาสตราจารย์รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงความเป็นมาและเรื่องเล่าของตำรับยาเขียว อาจารย์ได้เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเองว่า

 

 

“เชื่อกันว่ายาเขียวน่าจะมีการใช้มาตั้งแต่ต้นสมัยรัตนโกสินทร์  แต่ก็ไม่พบหลักฐานการบันทึกไว้  ที่มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจน คือในคัมภีร์แพทยศาสตร์สงเคราะห์ ชาวบ้านในอดีตเมื่อลูกเป็นไข้ออกผื่น  แม่ก็จะอุ้มลูกไปหาหมอพื้นบ้าน แล้วหมอก็จะมีการสั่งจ่ายยา ให้เป็นยาปรุงเฉพาะราย ทั้งกิน และกวาดคอ สำหรับในหมอพื้นบ้านจะใช้โดยอาศัยประสบการณ์ของหมอพื้นบ้านเอง บางทีก็เรียกว่ายาผีบอก   และจะเป็นการสืบทอดตำรับกันผ่านคนในครอบครัวด้วยกันเอง”

 

 

ต่อมาเมื่อการแพทย์แผนไทยลดลง การใช้ยาเขียวก็ลดลงตามลำดับ กลับมานิยมกันมาขึ้นเมื่อเริ่มมีอุตสาหกรรมยาไทยในช่วงปลายรัชกาลที่ 7 – ต้นรัชกาลที่ 8  ชาวบ้านคุ้นเคยการใช้ยาเขียวมากขึ้น ในลักษณะที่เป็นผงยาบรรจุในซองกระดาษ  มีการนำเทคนิคการพิมพ์เข้ามา จึงทำให้มีการพิมพ์ซองมากขึ้น นำไปสู่การใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น เพราะว่ายาเขียวเป็นยาสำคัญสำหรับเด็ก ไม่กี่ตำรับที่ใช้ได้ผลดีในขณะนั้นจากแต่ก่อนแม่จะอุ้มลูกไปหาหมอพื้นบ้าน มาถึงตอนนี้ชาวบ้านก็สามารถหาซื้อยาเขียวมาใช้เองได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

 

รู้แบบนี้แล้วอย่าปล่อยให้ของดีของไทยถูกหลงลืมไป หันกลับมาใช้ของไทย เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองและคนที่เรารัก ของถูกและดีแบบนี้อย่ามองข้ามอีกเป็นอันขาด..

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก goodlife  , ชีวจิต , เพจ สมุนไพรหมอศุภ , รองศาสตราจารย์รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน