"บิ๊กตู่" นั่งหัวโต๊ะ !! ประชุมเตรียมพัฒนา "เศรษฐกิจดิจิตอล" ให้สอดคล้องกับเเผนรัฐบาลวางไว้

Publish 2016-02-08 10:42:17

"นายกรัฐมนตรี" เป็นประธานประชุม "คกก." เตรียมความพร้อมด้าน "ดิจิทัล" เพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม คาดมีการนำเสนอเเม่บทพัฒนาของสำนักงาน ให้ดำเนินการสอดคล้องกับเเม่บทรัฐบาลที่ทำล่วงหน้าไว้กว่า 20 ปี

 

วันนี้(8 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2559 ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนต้นของการประชุมว่ายุทธศาสตร์เพื่อการเดินหน้าประเทศวันนี้ ขอให้ทุกกระทรวงกำหนดให้ชัดเจน ให้สอดคล้องกับแผนสภาพัฒน์ฉบับที่ 12 ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ 20 ปี เพราะเป็นการทำและแก้ไขปัญหาในช่วงปลายแผนที่ 11 และเมื่อมีการเลือกตั้้งแล้ว ทุกอย่างจะต้องเดินหน้าปฏิรูปต่อไป โดยรัฐบาลใหม่

 

สำหรับวาระการประชุมในวันนี้คาดว่า จะมีการนำเสนอแผนแม่บทพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลและสังคม แผนแม่บทสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA เพื่อดำเนินการให้สอดรับต่อแผนแม่บทรัฐบาลแห่งชาติที่ทำล่วงหน้าไว้ 20 ปี โดยให้แบ่งระยะเวลาในการทำแผนเป็นช่วงๆ ละ 5 ปี แต่ต้องมีโครงการที่เห็นผลเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2559 ถึงกลางปี 2560 หรือภายในหนึ่งปีครึ่ง โดยโครงการที่เกี่ยวข้องต่อ EGA อาทิ โครงการดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งชาติ ที่ได้สำรวจความต้องการใช้งานของภาครัฐกว่า 300 แห่ง ครบหมดแล้ว และเป็นโครงการที่ภาคเอกชนให้ความสนใจ

 

นอกจากนี้จะเสนอโครงการนำร่อง ที่กระทรวงไอซีที และกระทรวงศึกษาธิการจะบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายร่วมกัน โดยกระทรวงไอซีทีรับผิดชอบการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีความเสถียร จำนวน 10,000 จุด แบ่งเป็นติดตั้งที่ กศน.ตำบล จำนวน 7,424 แห่ง ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน 2,280 แห่ง และในพื้นที่ชายขอบ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายเพื่อประโยชน์สาธารณะ (Free Wi-Fi) และโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ (Smart Cityจังหวัดภูเก็ต) เป็นต้น ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล 8 ฉบับ คาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นปีนี้ โดยจะเริ่มทยอยนำกฎหมาย 2 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.การพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ร่างพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในไตรมาสแรกปีนี้