ต้องสำเหนียก!!! คนไทยเบื่อนักการเมืองขี้ฉ้อ หนุนแจก "ใบเหลือง-ส้ม-แดง-ดำ" จะได้เข็ดหลาบเสียที

Publish 2016-09-17 13:19:19


 

ต้องสำเหนียก!!! คนไทยเบื่อนักการเมืองขี้ฉ้อเต็มทีแล้ว เมื่อ "สวนดุสิตโพล" เผยผลสำรวจคนส่วนใหญ่หนุน กกต.แจก "ใบเหลือง-ใบส้ม-ใบแดง-ใบดำ" หวังนักเลือกตั้งจะรู้สึกเข็ดหลาบ-ช่วยลดปัญหาโกงเสียที

 

เมื่อวันที่ (17 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,143 คน ระหว่างวันที่ 13-16 ก.ย.ที่ผ่านมา เรื่อง "กกต.กับการแก้ปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง" เนื่องจากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ฉบับปรับปรุงตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ โดยมีการบัญญัติการลงโทษรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมีการแบ่งโทษความผิดไว้ 4 ระดับ คือ ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง และใบดำ เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง


โดยพบว่าประชาชนร้อยละ 74.8 เห็นว่าเป็นมาตรการที่ดี น่าจะช่วยแก้ปัญหาการทุจริตให้ลดลงได้  ร้อยละ 69.29 มองว่าผู้สมัครทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด มีจิตสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี  ร้อยละ 62.99 เห็นว่ากกต. ควรชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้สมัครให้ชัดเจน  ร้อยละ 54.07 เห็นว่าควรหาวิธีอื่นหรือมี 2 ใบเหมือนเดิม แต่ต้องครอบคลุมทุกการกระทำผิด  ร้อยละ 53.81 กังวลว่าจะไม่เป็นธรรม อำนาจในการพิจารณาตัดสินใจขึ้นอยู่กับกกต. ฝ่ายเดียว  

 

 

เมื่อถามว่าประชาชนเห็นด้วยกับวิธีการลงโทษตามที่กกต. เสนอหรือไม่ โดยจะให้แจกใบเหลืองก่อนหรือในวันเลือกตั้งนั้น พบว่าประชาชนร้อยละ 81.1 เห็นด้วย เพราะเป็นขั้นตอนแรกในการป้องกันการทุจริต ไม่ให้ผู้กระทำผิดได้ลงสมัคร ช่วยคัดกรองได้ในระดับหนึ่ง  ร้อยละ 11.55 ไม่แน่ใจ เพราะการพิจารณาตัดสินต้องใช้ระยะเวลา ต้องมีความละเอียดรอบคอบ ปัญหาการทุจริตแก้ไขได้ยาก  ร้อยละ 7.35 ไม่เห็นด้วย เพราะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ กระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่พอใจ สำหรับการแจกใบส้มหลังวันเลือกตั้ง พบว่าประชาชนร้อยละ 79.79 เห็นด้วย เพราะผู้สมัครมีความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎระเบียบมากขึ้น เป็นแบบอย่างให้กับผู้อื่น ถ้ามีหลักฐานชัดเจนควรตัดสิทธิทันที 

 

ขณะที่ร้อยละ 10.76 ไม่เห็นด้วย เพราะควรมีเพียง 2 ใบ การมีหลายใบทำให้เกิดความซ้ำซ้อน อาจเป็นการใช้อำนาจมากเกินไป  ร้อยละ 9.45 ไม่แน่ใจ เพราะยังไม่เคยมีมาก่อน ยังไม่แน่ใจว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ไม่ทราบรายละเอียดชัดเจน  

ส่วนการแจกใบแดงหลังประกาศผลเลือกตั้ง พบว่าประชาชนร้อยละ 76.9 เห็นด้วย เพราะเป็นการลงโทษที่รุนแรง จะได้คัดคนไม่ดีออกไป ผู้กระทำผิดจะได้เกรงกลัว ช่วยป้องกันการทุจริตได้  ร้อยละ 14.7 ไม่แน่ใจ เพราะปัญหาการทุจริตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันเลือกตั้ง ต้องพิจารณารายละเอียดการกระทำผิดให้ชัดเจนก่อน ยังไม่รู้รายละเอียดของการให้ใบแดง  แต่ร้อยละ 8.4 ไม่เห็นด้วย เพราะควรให้เป็นหน้าที่ของศาล และให้กฎหมายตัดสิน กกต.อาจพิจารณาได้ล่าช้า

 


หากมีการกระทำผิดก็ควรตัดสินตั้งแต่วันเลือกตั้ง การเลือกตั้งใหม่เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ  ขณะที่การแจกใบดำ กรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนั้น ประชาชนร้อยละ 87.4 เห็นด้วย เพราะเป็นการลงโทษขั้นเด็ดขาด เป็นการขุดรากถอนโคน บทลงโทษรุนแรงเหมาะสมดี จะได้เกรงกลัว ไม่กล้ากระทำผิด ทำให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใสมากขึ้น  ร้อยละ 8.92 ไม่แน่ใจ เพราะควรพิจารณาเป็นรายกรณี ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินของ กกต.บ่อยครั้ง ไม่น่าจะช่วยแก้ปัญหาการทุจริตได้ ขณะที่ 3.68 ไม่เห็นด้วย เพราะควรลงโทษด้วยวิธีการอื่น บทลงโทษหนักเกินไป ขั้นตอนการพิจารณาความผิดอาจไม่โปร่งใส ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน อาจตัดสินคนผิดได้

 

เมื่อถามว่าวิธีการตามที่กกต.เสนอจะช่วยแก้ปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งได้หรือไม่ พบว่าประชาชนร้อยละ 68.5 คิดว่าช่วยได้ เพราะเป็นการป้องกันการทุจริต น่าจะช่วยแก้ปัญหาให้ลดลงได้ในระดับหนึ่ง เป็นบทลงโทษที่รุนแรง ทำให้ผู้ที่คิดจะทุจริตเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้ากระทำผิด  ร้อยละ 22.83 ไม่แน่ใจ เพราะที่ผ่านมาแม้มีมาตรการป้องกัน แต่ยังมีการทุจริต การเลือกตั้งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ยังไม่รู้รายละเอียดว่ามีขั้นตอนการพิจารณาตัดสินอย่างไร  ร้อยละ 8.67 เห็นว่าช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาที่มีมานาน แก้ไขได้ยาก กกต.อาจดูแลไม่ทั่วถึง เกิดความยุ่งยาก