โคตรเก่ง!!! "พิชัย-ลิ่วล้อหางแถวแม้ว" ชี้รปห.ทำปท.พัง 6เรื่อง ลืมมองตอนตัวเองเป็นรมต.ผลงาน "ห...ไม่เห่า"

Publish 2016-11-23 11:44:37

 

โคตรเก่ง!!! "พิชัย-ลิ่วล้อหางแถวระบอบแม้ว" ผู้อ้างตัวว่าเป็นกูรูทางเศรษฐกิจของเพื่อไทย ชี้รัฐประหารทำประเทศพังถึง 6 เรื่อง แต่ทว่าลืมมองตอนตัวเองเป็น รมต.พลังงานผลงานแทบจะ "สุนัขไม่รับทาน" คือคิดอะไรไม่ได้เลย นอกจาก "บัตรเครดิตพลังงาน" เพื่อแจกให้กับพวกแท็กซี่ ซึ่งเป็นฐานเสียงของตัวเองในเมืองกรุง และกลายเป็นหนี้เสีย...จนต้องยกเลิกไปเอง...แบบนี้มีผลงานอะไร แถมโวพร้อมท้าขึ้นเวทีแลกหมัดสมคิด

 

วันนี้ (23 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 ปัจจุบันเป็นคณะทำงานทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ออกมาตำหนิการแก้ปัญหาเศรษฐกิจรัฐบาล คสช. ว่า เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวได้เพียง 3.2% เท่านั้น ทั้งที่สภาพัฒน์พยายามจะเบ่งตัวเลข ถึงขนาดได้เปลี่ยนคนรับผิดชอบแต่ก็ได้เท่านี้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้จะโตได้ไม่ถึง 3.5% ตามที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ออกมายืนยันก่อนหน้านี้ ซึ่งรัฐบาลเองก็ไม่ควรจะดีใจกับตัวเลข 3% กว่า เพราะถ้าโตได้เท่านี้ไปเรื่อยๆ ประเทศไทยจะไม่มีทางก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางได้เลย ขนาดฟิลิปปินส์ยังโต 7.1% ในไตรมาส 3 นี้

นายพิชัย กล่าวว่าการที่นายสมคิด บอกว่าประเทศไทยกำลังปรับฐาน ก็อยากให้นายสมคิด ได้แยกให้ออกระหว่างการปรับฐานกับฐานเสื่อมหรือฐานทรุด เพราะการปรับฐานหมายถึงประเทศจะก้าวหน้าไปต่อจากฐานใหม่ แต่ในปัจจุบันยังไม่เห็นจะเกิดฐานใหม่หรือว่าจะมีเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวไหนที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวต่อไปได้เลย ทั้งการลงทุนที่หดหายไปเกือบหมด ยอดการขอบีโอไอก็มีแต่ตัวเลขแต่ไม่มีการลงทุนจริง การส่งออกทั้งปีก็ยังคงติดลบ นักท่องเที่ยวปลายปีก็ลดลงมาก รายได้ประชาชนก็ลดลงถ้วนหน้า

"อยากให้นายสมคิดไปทบทวนสิ่งที่ได้พูดไว้เองเรื่องเสาหลักเศรษฐกิจที่เสื่อมว่าได้พัฒนาแก้ไขอะไรไปบ้าง เหตุใดถึงยิ่งแย่กว่าเดิมมาก ผมไม่ได้เป็นการโจมตีแต่อยากให้ข้อมูลในเชิงวิชาการว่าการรัฐประหารได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่ประเทศอย่างมาก"นายพิชัยกล่าว


นอกจากนี้ นายพิชัยกล่าวว่าผลกระทรบจากการรัฐประหาร 1. การลงทุนภาคเอกชน ตลอด 2 ปี ทั้งจากนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนในประเทศ หายไปเกือบหมด ซึ่งปกติจะมีประมาณ 2 ล้านล้านบาทต่อปี 2. การส่งออกทรุดลงตลอด 19 เดือน พึ่งมาฟื้น 2 เดือนหลัง ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี สาเหตุหนึ่งมาจากการไม่สามารถเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆได้ เพราะเงื่อนไขที่ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย

3. นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีฐานะดี จะไม่เดินทางมาประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย อีกทั้งการจัดสัมมนาของบริษัทข้ามชาติใหญ่ๆทั่วโลกก็ไม่มาจัดเช่นกัน ซึ่งรายได้เข้าประเทศจากนักท่องเที่ยวระดับนี้ที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูงได้หายไป 4. ความสามารถแข่งขันของประเทศลดลง 2 ปีติดกัน จากการจัดอันดับของ WEF เหตุผลหลักมาจากการทำรัฐประหาร

5. การที่เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพมาก ตามที่ ไอเอ็มเอฟ และ เวิร์ลแบงค์บอกไว้ และ รมว. คลังเองก็ยอมรับ ซึ่งสาเหตุใหญ่มาจากความไม่เป็นประชาธิปไตย 6. รายได้ของประชาชนหดหาย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย เช่น เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน คนหาเช้ากินค่ำ แม้กระทั่งคนชั้นกลาง ตั้งแต่มีการทำรัฐประหาร ทำให้การบริโภคภายในประเทศลดลง

คณะทำงานทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่าเมื่อรายได้ของประเทศเหล่านี้หายไปจากระบบเศรษฐกิจ จะทำให้ตัวคูณทางเศรษฐกิจซ้ำเติมทำเศรษฐกิจหดหายไปเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ไม่อยากให้คิดว่าเป็นการโจมตีแต่เป็นการให้ข้อมูลที่แท้จริงที่ ตนได้เคยเตือนไว้นานก่อนหน้านี้หลายครั้ง ซึ่งหากรัฐบาลและนายสมคิดไม่เห็นด้วยก็สามารถนำเหตุผลมาหักล้างได้

"ผมยินดีไปร่วมชี้แจงในเวทีไหนก็ได้ เพื่ออยากให้ประเทศไทยก้าวหน้าต่อไปได้ ไม่ใช่อยู่แบบซึมๆกันต่อไปแบบนี้ จนประเทศไทยล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านหมด อยากให้เร่งกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว ประเทศจะได้เริ่มเดินหน้าได้ แล้วที่ขอบีโอไอกันไว้จะได้เริ่มลงทุนกันจริงๆซะที ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูประเทศจากความเสียหายนี้อีกหลายปี"คณะทำงานทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย กล่าว.