โธ่ถัง.ถึงบางอ้อ!เสวนา"ก้าวผ่านฯ" ที่ให้"แดงหน.แท็กซี่" สำรากต้อง"นิรโทษสุดซอย-นายใหญ่ต้องได้ด้วย" ที่แท้คนจัดอดีต"ส.ส.พท.-ลิ่วล้อครือกัน"  

Publish 2017-02-15 12:04:37

 

อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews
 


โธ่ถัง!!! เสวนา"ก้าวผ่านวันวาน สมานรัก วาเลนไทน์” ที่อ้างเป็นของสถาบันพระปกเกล้า" และให้ "ชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำแดงสายแท็กซี่" ขึ้นมาสำรากแบบไม่แยแสคนไทยว่า หากจะปรองดองต้อง "นิรโทษสุดซอย-นายใหญ่ต้องได้ด้วย" ที่แท้คนจัดคือ นายฉลาด ขามช่วง อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย-ลิ่วล้อนายใหญ่ครือ ๆ กัน ในฐานะประธานนักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) สถาบันพระปกเกล้า รุ่น 7

 

โดยเขาอ้างแบบสวยหรู (คิดว่าคนไทยโง่ เหมือนคนบางกลุ่มบางสีที่พวกเขาหลอกได้ตลอดเวลา) ว่า การจัดเสวนาครั้งนี้ มีเจตจำนงที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ความสามัคคีปรองดอง ลักษณะของเวทีเสวนา วิทยากรจะไม่มาทะเลาะหรือโต้คารมกล่าวหาชี้หน้าด่ากัน แต่จะมาสะท้อนแนวคิดอย่างสร้างสรรค์ว่าทำอย่างไรสังคมไทยจะเกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน 


"ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา วิกฤตความรุนแรงได้สร้างความเสียหายกับประเทศชาติอย่างมหาศาล ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายและสังคมไทยจะหันหน้ามาพูดคุยกัน หาทางก้าวข้ามกับดัก หรือหลุมดำเสียที" อดีต ส.ส.เพื่อไทย-ลิ่วล้อนายใหญ่ ระบุ


อย่างไรก็ตาม วิทยากรหลายคนบนเวที ทั้งนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หรือนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ก็ดูจะให้ข้อคิดหนทางแห่งการปรองดองแบบผู้มีปัญญาพึงกระทำ 


ทว่าเมื่อมาถึงคิวของ "นายชินวัฒน์ หาบุญพาด" แกนนำแดงสายแท็กซี่ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เขากลับพูดในสิ่งที่ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับคอนเซ็ปต์การเสวนาที่นายฉลาดกล่าวอ้าง


พูดกันตามตรงคำสำรากของเขาบนเวที เหมือนเป็นการเหยียบตีนกับคนจัด คือรู้เห็นเป็นใจกันแบบให้ "นายใหญ่ทักษิณ" ได้ประโยชน์ในการเสวนาครั้งนี้ โดยไม่แยแสสังคม และความถูกผิดทางกระบวนการยุติธรรมในการค้นหาความจริงเลยสักนิด เพราะสิ่งที่นายชินวัฒน์ ระบุ คือ 

 



"การที่จะปรองดองได้ไม่ใช่แค่การจัดเวทีหารือแล้วเลิกกัน แต่ต้องเกิดจากใจ ทุกคนต้องตั้งใจว่าจะทำเรื่องการปรองดอง และต้องทำใจลืมเรื่องที่ควรลืม และจำเรื่องที่ควรจำ หากจะปรองดองโดยไม่ค้นหาเหตุก็จะกลายเป็นปัญหา โดยเฉพาะเรื่องความไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม มองว่าหากมีแค่ ป.ย.ป.ทำเรื่องปรองดองอย่างเดียวนั้นไม่สำเร็จ แต่ต้องมีภาคประชาชนร่วมเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ ทั้งนี้เรื่องนิรโทษกรรมนั้นตนมองว่าต้องนิรโทษกรรมแบบสุดซอยเลย เหมือนกรณีคำสั่ง 66/23 โดยเฉพาะการนิรโทษกรรมในส่วนของคดีที่มีเหตุจูงใจทางการเมือง รวมถึงคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นยังรวมถึงคดี 112 ที่มีแรงจูงใจจากการเมือง เพราะจริงๆแล้วคนไทยทุกคนจงรักภักดี แต่คนที่ทำให้สถาบันมัวหมองคือคนที่ต้องการผลประโยชน์ทางการเมือง"

สรุปคือ...เขาอ้างแบบสวนทางกับข้อเท็จจริงว่า ทุกคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้อื้อฉาว รวมถึงคดี 112 ทั้งหมดมีแรงจูงใจมาจากการเมือง แถมยังอ้างว่า "เพราะจริงๆแล้วคนไทยทุกคนจงรักภักดี แต่คนที่ทำให้สถาบันมัวหมองคือคนที่ต้องการผลประโยชน์ทางการเมือง"


 


เมื่อพิจารณาจากคำพูดของเขา...และที่มาของประธานจัดงานซึ่งก็เป็นลิ่วล้อนายใหญ่ด้วยกันทั้งคู่...ทำให้สังคมถึงบางอ้อว่า...เสวนาอันจอมปลอมนี้...มีจุดมุ่งหมายอะไร...เรื่องนี้คงไม่ต้องตีความอีก...เพราะทุกอย่างมันแจ่มชัดโดยตัวเองอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผู้เขียนยังขบไม่แตกคือ...ทำไม "ชินวัฒน์" ไม่เข็ดที่ถูกคนไทยลุกขึ้นมาขับไล่ทั้งประเทศ...จากนิรโทษกรรมแบบสุดซอย...ยุคนารีปู


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า