"สนธิญาณ"ตอกกลับ"สุรชัย"เหน็บนิ่ม!!"ทักษิณ"แสดงจุดยืน?? ให้เงินนักโทษม.112 ฐานะ"นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย "ต้องดูมีแนวคิด"ล้มเจ้า"หรือไม่??

Publish 2017-04-05 15:05:36

หลังจากกรณีที่"สุรชัย แซ่ด่าน ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊ค ตั้งคำถาม"ทักษิณให้เงินสุรชัยไม่เกี่ยวอะไรกับ ม. 112" นั้น โดยเนื้อหามีการพาดพิงไปถึงคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม "  โดยล่าสุดด้านคุณสนธิญาณได้โพสต์ข้อความตอบโต้เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ระบุว่า.....

ฝากแชร์วนไปให้ถึง"ทักษิณและสุรชัย แซ่ด่านวัฒนานุสรณ์"ด้วยครับ!!!
​ ผมกับคุณยุคลถาม"คุณทักษิณ"ว่าทำไมถึงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนล้มเจ้า หรือผู้ที่ประกาศตัวจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถามไปคุณทักษิณไม่เคยตอบ!! "คุณสุรชัย แซ่ด่าน"หรือด่านวัฒนานุสรณ์ ได้กรุณามาตอบแทน"คุณทักษิณ"ว่าทีนิวส์ของ"สนธิญาณ หนูแก้ว"(ตั้งใจจะย้ำนามสกุลเดิม)ตั้งคำถามย้ำแล้วย้ำเล่าหลายครั้ง ให้"ดร.ทักษิณ ชินวัตร" ตอบคำถามเรื่องการส่งเงินให้สุรชัย แซ่ด่าน นักโทษคดีหมิ่นตามมาตรา 112 ใช้ระหว่างอยู่ในคุก ในทำนองทักษิณสนับสนุนพวกหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ถือเป็นเรื่องไร้สาระ!!!แบบความคิดเด็กๆ ที่ทักษิณไม่ถือสาและติดใจที่จะตอบ ก็เอาเป็นว่าตัวผมที่ถูกกล่าวถึงจะตอบเสียเอง !!!! นั่นเป็นคำตอบของคุณสุรชัย


ผมยังยืนยันว่า"คุณทักษิณ"ต้องตอบเพราะกรณีของ"คุณสุรชัย"กับ"คุณทักษิณ"นี่แตกต่างกัน ท่ีผมต้องถามเพราะ"คุณทักษิณ"อ้าง!!เสมอมาว่าเป็นผู้ที่มี"ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์"ตนเองเรียนโรงเรียนเตรียมทหารมเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานมา สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้รับพระราชทานกระบี่ ได้รับราชการจนเจริญเติบโต ขึ้นมาเป็นรองผู้กำกับ ทำมาหากินอยู่ในแผ่นดินนี้จนร่ำรวย ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึง"สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ"
เพราะฉะนั้นคำถามต่อ"คุณทักษิณ"จึงแตกต่างกับบรรดาพวก"ล้มเจ้า"หรือพวกต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองทั้งหลาย!!!!
ถ้า"คุณทักษิณ"ประกาศตัวตั้งแต่ต้นว่า"คิดเหมือน"สุรชัย แซ่ด่าน เอนก ซานฟราน เหมือนกับจักรภพ เพ็ญแข ผมไม่ถาม"คุณทักษิณ"หรอกครับ ข้อเท็จจริงมันเป็นแบบนี้



มันถึงต้องให้"คุณทักษิณ"ตอบว่าเมื่อตนเองมี"ความจงรักภักดี"แล้วไปยุ่งทำไม???
แล้วพวกนี้อยู่ในเครือข่ายคนเสื้อแดง ทำไมถึงไม่ตำหนิติเตียน ทำไมถึงไม่ห้ามปราม ทำไมถึงไม่สั่งสอน!!! 
ส่วนการที่"คุณสุรชัย"มาบอกว่า"คุณทักษิณ"ให้เงินนิดหน่อยเนี่ย แต่ตอนคุณสุรชัยพูดเนี่ยไม่ได้พูดแบบนี้นะ(มีเสียงยืนยัน)แต่ไม่เป็นไรแม้จะให้มา"สองพัน"ให้ในฐานะเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย "คุณทักษิณ"ก็ต้องดูว่าคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยท่ีว่านั้นมีแนวคิด"ล้มเจ้า"หรือไม่??
แม้จะเดือนละพันสองพัน "คุณทักษิณ"ก็ไม่ควรจะให้ ไม่ควรจะข้องแวะ และควรจะตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์เสียด้วยซ้ำ!!!
ผมเองนั่นไม่เคย"ตำหนิ"คุณสุรชัยเลยที่คิด"ล้มเจ้า"รวมทั้งคนอื่นๆด้วย!!! 
ผมกับ"คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข" เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ เรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นเพื่อนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกันอุดมการณ์เดียวกันมาเมื่อ 40 ปีก่อน "คุณสมยศ" ติดคุกตามมาตรา 112 และเป็นคนที่"ไม่ยอมขอพระราชทานอภัยโทษ"ด้วยเพราะเคารพต่อแนวทางการต่อสู้ของตนเอง  
ในขณะที่คนอื่นๆนั้นเมื่อโดนคดีมาตรา 112 มักจะรับสารภาพแล้วไปขอ"พระราชทานอภัยโทษ" ทั้งๆ ท่ีจิตใจไม่ได้คิดแบบนั้นเพียงแต่เห็นว่าเป็นวิธีที่จะได้ไม่ต้องติดคุกนาน เพราะผู้ขอพระราชทานอภัยโทษทุกคน จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสมอ
ผมเคารพ"จุดยืน"เพื่อนผมคนนี้เสมอและถ้าสังเกตุจะเห็นได้ว่าผมไม่เคยด่าว่าหรือให้ร้าย"โกตี๋"หรือกับ"อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล"เลย เขาประกา"จุดยืน"ของเขาชัดเจน ซึ่งแตกต่างจาก"คุณทักษิณ"และคนอื่นๆอีกหลายคนท่ี"ไม่กล้าหาญ" ไม่เคารพตัวเอง 
คนที่เขาแสดง"จุดยืน"ของเขาชัดเจนเราต้อง"เคารพความคิด"เขา แม้จะคิดไม่เหมือนกัน แล้วก็ต้องมาต่อสู้กัน 
ทำไม???ผมต้องเรียนแบบนี้ก็เพราะว่าเมื่อ 40 ปีก่อน ผมก็เคยคิดแบบ"คุณสุรชัย"แบบ"สมยศ"แบบ"อาจารย์สมศักดิ์ นี่แหละ แล้วทำไม????
"ผมเปลี่ยนความคิดไป" 
ผมเปลี่ยนความคิดไปก็เพราะผมมี"สติและปัญญา"มากยิ่งขึ้น 
ผมได้เห็นความจริง ตามคำสอนของ"องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ผม เชี่อในกฎแห่งกรรม เชื่อในเรื่องของการกระทำความดี ที่จะนำพาชีวิตตัวเองไปสู่ สิ่งที่ดีกว่าทั้งในชาตินี้และชาติหน้า  
ผมก้าวพ้นความคิดและการกระทำในการที่ดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพราะผมคิดไกลไปถึงโลกหน้าไปถึง"พระนิพพาน" 
วันนี้เราจึงคิดไม่เหมือนกัน!!! 
ดังนั้นจะเห็นว่าผมหรือทีนิวส์ไม่เคยด่าว่าด้วยคำหยาบหรือกล่าวร้าย แต่เอาข้อเท็จจริงมาโต้แย้งกันว่าอะไรเป็นอะไร เรื่องจริงมันเป็นแบบไหน การที่เรามีความคิดแตกต่างกันมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เพียงแต่"ความคิดและการกระทำ"ของคุณนั้นมัน"ผิดกฎหมาย"ของประเทศนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อผิดกฎหมาย กฎหมายก็ต้องดำเนินการไปตาม กระบวนการ !!! 
แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นคนชั่วคนเลว!!!
คุณกล้าหาญกล้าเปิดเผยความคิดของตัวเองเป็นเรื่องที่"น่านับถือ"แตกต่างจากพวกอีแอบทั้งหลาย!!! 
"คุณสุรชัย"ผมให้ ความนับถือในจุดยืนการต่อสู้ของคุณตั้งแต่คุณไปปราศรัยที่สนามหน้าเมืองหน้าจวนผู้ว่าราชการนครศรีธรรมราช ในปัญหานำ้ท่วม จนเข้ามาสังกัดพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แม้ผมไม่ได้เข้าป่าไปต่อสู้กับคุณ แต่เราก็ถือว่าเป็นคนใน"พรรคเดียวกัน" ผมอยู่ในเมืองต่อสู้ก็ต่อสู้ไป ญาติพี่น้องผมมากมายที่เสียสละไประหว่างการต่อสู้ พวกเขาล้วนเป็น"คนดี"ท่ียืนหยัดเคียงข้างประชาชนตามความคิดของเขาในขณะนั้น!!!
ผมเองก็ไม่เคยรู้สึกว่า"ตัวเองผิด" ในการตัดสินใจ ณ เวลานั้น 
แต่เมื่อมาถึงเวลานี้ผมก็รู้ว่า"ผมคิดผิด" ผม ตัดสินใจเรื่องราวต่างๆด้วย "ข้อมูลอันน้อยนิด" ขาดประสบการณ์ทั้งชีวิตตัวเองและกระบวนการของสังคม!!!
ผมจะ"ไม่โง่"ที่ไปคิดแบบนั้นอีกเป็นอันขาด เพราะจะทำให้"จิตใจ"จมอยู่กับความเลวร้ายโกรธเคืองเกลียดชัง !!!!และก็จะทำให้ผมประสบกับ"ผลแห่งกรรม "ที่จะเกิดขึ้นตามคำสอนในพระพุทธศาสนาซึ่งผมพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นสัจจะเป็นความจริง 
คุณสุรชัย ยังตั้งประเด็นเรื่องส่วนตัว ท่ีผมควรต้องตอบให้ชัดเจน!!! 
คุณสุรชัยถามว่า"คุณสนธิญาณ หนูแก้ว "ทำไมเปลี่ยนนามสกุล หรือว่าลืมกำพืดตัวเอง น่าจะเปลี่ยนเป็นชื่นฤทัยในแก้ว เพราะจะตาย อย่างสุรชัย ยังไงก็ไม่ลืมแซ่"ด่าน "วัฒนานุสรณ์ 
คุณสุรชัยเปลี่ยนนามสกุลด้วยเหตุผลอะไรผมไม่ทราบ แต่ผมชัดเจนว่าเป็นเรื่องของ"ความกตัญญู" ผมเป็นลูกกำพร้า ยายเลี้ยงผมมา "ยายผมชื่อชื่น" ก่อนยายตายผมก็ พยายามดูแลยายอย่างดีเพื่อตอบแทนที่เลี้ยงผมมา หลังจากยายตายไปแล้ว ผมรู้สึกว่าผมยังตอบแทนบุญคุณยายไม่เต็มที่ ผมก็พยายาม"สร้างบุญกุศล"เพื่อที่จะอุทิศให้กับยาย!!!!
ผมจึงจัดตั้ง"มูลนิธิชื่นฤทัยในธรรม สำนึกรักบ้านเกิด นครศรีธรรมราช"ขึ้น โดยไปซื้อที่มา 50 ไร่ แล้วก็ลงมือสร้าง"สถานปฏิบัติธรรม" ที่ตำบลปากพูน อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช 
ต่อมาญาติพี่น้องผมเห็นพ้องต้องกันว่า เราควรจะ"เปลี่ยนนามสกุล" เพื่อเชิดชู"ยาย ชื่น"ผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งที่เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานมา จนมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถอุทิศตัวเองทำงานให้กับส่วนรวมและตอบแทนแผ่นดินเกิดโดยเฉพาะท่ีจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ให้ผมได้เกิด ได้อยู่อาศัยและเติบโตมา 
เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนนามสกุลผมไม่ใช่เรื่องความเท่นะครับ ไม่ใช่เรื่องท่ีมีแซ่แล้วดูเป็นจีนจึงต้องเปลี่ยนให้เป็นไทยๆ 
ผมกระทำด้วยการกตัญญูและรู้สำนึกต่อผู้มีพระคุณของผม!!!!
สุดท้ายที่ต้องตอบ และจะต้องตอบอย่างชัดเจน คือเรื่องท่ีคุณสุรชัยถามผมว่า"ทีนิวส์ได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" โดยเอ่ยอ้างพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์หนึ่ง????


ผมเรียนคุณสุรชัยดังนี้ครับ "ทีนิวส์ไม่เคยได้เงินสนับสนุนจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" เพียงแต่ผมเอง"เคยทำงาน"อยู่ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นพนักงานลูกจ้างนอกกิจการปกติโดยสำนักงานทรัพย์สินฯได้ตั้งองค์กรชั่วคราวขึ้นมาองค์กรหนึ่ง ชื่อว่า"สำนักงานพัฒนาชุมชมเมือง" เมื่อปี2534 แล้วก็ชักชวนผมซึ่งเห็นว่ามีประสบการณ์ในการทำงานเพื่อคนยากคนจนมาก่อน ให้ได้เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่แออัดของสำนักงานทรัพย์สินฯเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นับตั้งแต่วันที่ผมเข้าไปทำงานเมื่อปี พ.ศ.2534 เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ท่ีผมได้ลาออกมาแล้วนะ จะเห็นได้ว่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินที่มีชุมชนแออัดอยู่นั่นได้รับการพัฒนาดูแลทั้งทางด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของผู้คน จนได้รับรางวัลจากองค์กรระหว่างประเทศ แต่ที่สำคัญก็คือการยืนยันจากผู้คนที่อยู่ในชุมชนนั้นนั้น 
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะ "พระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ " 
ต่อมาเมื่อมีประเด็นทางการเมืองเกิดขึ้น ผมก็"ลาออก"จากสำนักงานทรัพย์สินฯเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ!!!!
คุณสุรชัยจะกล่าวหา"สำนักงานทรัพย์สิน ฯ" แล้วไปเอ่ยพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ แสดงให้เห็นว่าคุณสุรชัยไม่เคยศึกษาข้อเท็จจริงในเรื่องที่คุณสุรชัยได้กล่าวหาเลย ซึ่งนั่นน่าจะรวมไปถึงเรื่องอื่นๆที่คุณสุรชัย"หลงทาง"อยู่ในขนาดนี้ 
ข้อเท็จจริงคือสำนักงานทรัพย์สินฯบริหารโดย"คณะกรรมการ" ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ส่วน"ผู้อำนวยการ"มาจากการโปรดเกล้าของ"พระมหากษัตริย์"
ส่วนการใช้จ่ายหรือการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดนั่นต้องเป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมาย มี"สตง."หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็น"ผู้ตรวจสอบ"และไม่มีเจ้านายพระองค์ไหนสามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้
รู้ไม่จริงแบบนี้ "รบร้อยชาติ ก็แพ้ร้อยชาติ"!!!!
ส่วน"ทีนิวส์"นั้นไปศึกษาประวัติการทำสื่อของผมเสียก่อน ทุกองค์กรทุกสื่อที่ผมทำมาประสบความสำเร็จในความคิดที่ล้ำหน้าทำให้สามารถขายโฆษณามาเลี้ยงตัวเองจนมีกำไรได้ อย่าว่าแต่"สำนักงานทรัพย์สิน"เลย แม้แต่"คสช."หรือ"รัฐบาลพลเอกประยุทธ์"ที่ถูกคนเสื้อแดงโจมตีว่า"ทีนิวส"ทำงานเหมือนเป็นโฆษกนั่น ผมก็ไม่เคยไปขอเงินหรือขอโฆษณาจากหน่วยงานรัฐเสียด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือ"การสูญเสียจุดยืน"ที่ผมจะทำอะไรได้ตามความคิดของผม
"สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม"
๕ เมษายน ๒๕๖๐

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม

ติดตามข่าวอื่นๆ