เริ่มจะกลายเป็นหมาหัวเน่า!! อ.เจษฎา ผู้ออกตัวว่าถือหางเนติวิทย์ สุดทนพฤติการณ์ศิษย์รัก แฉเองจงใจมาป่วน-อยากเป็นข่าว-ไว้ใจไม่ได้

เริ่มจะกลายเป็นหมาหัวเน่า!! "อ.เจษฎา" ผู้ออกตัวว่าถือหาง"เนติวิทย์" สุดทนพฤติการณ์ศิษย์รัก แฉเอง"จงใจมาป่วน-อยากเป็นข่าว-ไว้ใจไม่ได้"

Publish 2017-08-04 19:49:21

แก้ไขล่าสุด 5 ส.ค. 60 เวลา 15.24 น.


เริ่มจะกลายเป็นหมาหัวเน่า...เพราะขนาดพวกเดียวกันยังทนไม่ไหว!! "อ.เจษฎา" ยันเอง "ศิษย์รักสายลิเบอร่าน-เนติวิทย์" จงใจมาป่วน-อยากเป็นข่าว แถมไร้มารยาทไม่รู้จักกติกา เพราะหากไม่ชอบพิธีฯ ก็เดินออกด้านข้าง ไปยังเต็นท์ด้านข้างริมขอบสนาม เพื่อกลับตึกจุลฯ แต่เขากลับเดินตัดเข้ามาด้านหน้าของพิธี ไปยังพระรูป 2 รัชกาล (ตามที่เจษฎา ระบุเอง)  โดย อ. เจษฎา ระบุด้วยว่า ตนเป็นฝ่ายเดียวกับเนติวิทย์ แต่กรณีนี้ไม่เล่นด้วย แถมย้ำถ้าตนเองยังเป็นนิสิตอยู่ จะขอใช้สิทธิให้ถอดเนติวิทย์จากตำแหน่งประธานสภานิสิตด้วยซ้ำ พร้อมระบุ จุฬาฯ พลาดที่ "ไว้ใจเนติวิทย์" เกินไป...ขีดเส้นใต้ที่คำว่า "ไว้ใจเนติวิทย์" มากเกินไป โดยเจษฎาอ้างว่า ไว้ใจนักรณรงค์...อย่างเนติวิทย์ มากเกินไป???

 

ควันหลง กรณีนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ภาพเหตุการณ์ถวายสัตย์ปฏิญาณของนิสิตจุฬาฯ วานนี้ซึ่งมีการกระทบกระทั่งกัน จนกลายเป็นประเด็นลุกลามใหญ่โตในโลกออนไลน์ และมีบุคคลหลากหลายออกมาแฉความจริงอีกด้านว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่ เนติวิทย์ กล่าวอ้างสร้างภาพให้กลุ่มตัวเองดูดี และเป็นผู้ถูกกระทำเลยสักนิด กระทั่งมีผู้ออกมาตอบโต้ถึงข้อเท็จจริงต่างๆ อีกหลายราย 


ล่าสุด ต่อกรณีนี้ "ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์" อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งออกตัวเลยว่า เขาเป็นพวกเดียวกับ "เนติวิทย์" ได้ออกมาฟันธงเลยว่า ต่อกรณีนี้ลูกศิษย์-สายลิเบอร่ายของเขา เป็นฝ่ายผิด เพราะจงใจมาป่วน-และอยากเป็นข่าว แถมระบุถ้าตนเองยังเป็นนิสิตจะขอให้ถอดเนติวิทย์จากตำแหน่งประธานสภานิสิตด้วยซ้ำ

โดยรายละเอียดทั้งหมดที่ ดร.เจษฎา โพสต์แฉลูกศิษย์-สายลิเบอร่านของเขา คือ

 

ราโชมอน ตอน "ผมคิดว่า เนเน่ผิด จุฬาฯ พลาด (และอิมเมจรอด)" .. ยาวนะเรื่องนี้

 

มีเสียงถามมาหลายคนว่า ที่ผมโพสต์ย่อๆ ไปก่อนนี้ มีเหตุผลว่าอะไรบ้าง ... โพสต์นี้จะอธิบายรายละเอียด ตามที่ผมปะติดปะต่อข้อมูลจากสารพัด เท่าที่หาอ่านได้เมื่อคืนจนถึงเช้านี้ และมันก็ "ราโชมอน" มากๆ คือ แต่ละคน พูดจากคนละมุมเลย ซึ่งมันก็ขึ้นกับคติและอคติของแต่ละคนด้วย .... เลยขอประมวลมาดังต่อไปนี้ (ถ้ามีผิดข้อไหนชัวร์ๆ ก็บอกกันได้นะ)

- ปีนี้ การจัดงานถวายสัตย์ ชัดเจนว่ามีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อน และค่อนข้างไปในแนวทางที่เนเน่ (เนติวิทย์) เรียกร้อง นั่นคือ ไม่ได้มีการหมอบกราบลงไปกับพื้นแล้ว (เน้น) แต่เป็นการถวายบังคมเท่านั้น คือ นั่งคุกเข่าบนส้นเท้า พนมมือ และยกมือขึ้นจรดหน้าผาก

- กิจกรรมนี้ ไม่ได้เป็นการบังคับให้นิสิตปี 1 ทุกคนต้องเข้าแต่อย่างไร สามารถเลือกที่จะไม่เข้าก็ได้ หรือถ้าอยากจะเข้าร่วมโดยอยู่ในเต้นท์ด้านข้างที่เสริมเข้ามาทั้ง 2 ข้างก็ทำได้ (เหมาะกับคนที่นับถือบางศาสนา ที่ไม่สะดวกใจในการทำพิธีเช่นนี้) .. ในมุมของทางจุฬาฯ บอกด้วยว่า จะมีจัดรอบต่างหากให้กับคนที่อยากทำความเคารพด้วยการถวายคำนับ (ยืน) แต่ผมไม่คอนเฟิร์มเพราะไม่มีขั้นตอนนี้เกิดขึ้น


- ไทม์ไลน์ของเรื่องนี้ ดูจากจังหวะที่ฝนจะตก นั่นคือ ตามกำหนดการเดิมจะต้องมีการซ้อมก่อน 3 รอบ ถึงจะทำพิธีจริง แต่เนื่องจากบรรยากาศฝนตั้งเค้ามาแต่วัน ทำให้พิธีถูกกระชับเข้ามา และดำเนินพิธีจริงอย่างรวดเร็ว "ก่อนฝนจะตกหนัก"


- ดูจากรูปประกอบ จะเห็นได้ชัดว่านิสิตปี 1 ได้ทำการถวายบังคมเสร็จตั้งแต่ฝนยังตกปรอยๆ แค่นั้น ยังไม่ใช่ช่วงฝนกระหน่ำหลังจากนั้น ... จะเห็นด้วยว่า มีการดำเนินกิจกรรมไปตามแผนฝนตกที่วางไว้ (ดูข้อสังเกตเรื่องแผนฝนตกนี้ ด้านล่าง) คือ ถ้าฝนปรอย ก็ให้ดำเนินต่อไป ถ้าฝนเริ่มลงเม็ด ให้แจกเสื้อฝน ถ้าฝนตกเม็ดใหญ่แล้ว ให้น้องใส่เสื้อฝน

 



- เสื้อฝน มีการแจกจ่ายได้ค่อนข้างทั่ว แม้จะไม่ครบทุกคนก็ตาม ซึ่งเป็นเสื้อฝนจริงๆ ไม่ใช่แค่แผ่นพลาสติกอะไร .. ขณะที่คณาจารย์ รวมถึงรุ่นพี่ด้านข้างนั้น แทบจะไม่ได้มีใครเตรียมร่มอะไรไป ส่วนใหญ่จะเปียกฝนกันทั่วหน้า


- จังหวะที่เนเน่และพวก ลุกขึ้นจากที่ของตน (เข้าร่วมอย่างเป็นทางการในฐานะสภานิสิตจุฬาฯ) เป็นช่วงหลังจากสัญญาณฆ้องครั้งสุดท้ายแล้ว หรือพูดง่ายๆ คือเสร็จพิธีแล้ว


- แต่ตามแผนเดิมของเนเน่และพวกนั้น ตั้งใจจะลุกออกตั้งแต่ตอนเสร็จการซ้อมรอบที่ 3 (ซึ่งก็คือ ระหว่างพิธีการทั้งหมด) เปรียบเทียบง่ายๆ ว่าคล้ายกับที่ลุกออกในปีที่แล้ว (แต่ปีก่อนนั้น เป็นในนามนิสิตปี 1 มาร่วมงาน ไม่ใช่ในนามตัวแทนองค์กรสำคัญเช่นนี้) 
... แต่เนื่องจากกำหนดการเปลี่ยนหมด ทางกลุ่มจึงเปลี่ยนเป็นนัดกันที่จะลุกออกตอนสัญญาณฆ้องสุดท้าย ดังที่เห็น


- เมื่อเนเน่และพวกลุกออก แทนที่จะเดินออกด้านข้าง ไปยังเต็นท์ด้านข้างริมขอบสนามเพื่อกลับบ้านหรือกลับตึกจุลฯ แต่กลับเดินตัดเข้ามาด้านหน้าของพิธี ไปยังพระรูปสองรัชกาล ซึ่งรวมถึงคณาจารย์ผู้บริหารและสื่อมวลชนยืนอยู่ด้านนั้น ... อันนี้จึงชัดเจนว่า ต้องการประท้วง หรือพูดง่ายๆ ว่า ป่วนการจัดงาน และต้องการให้เป็นข่าว


- ตรงนี้ผมขอเสนอความเห็นว่า "เนเน่ผิด ที่เล่นเกมส์ป่วนงานจุฬาฯ"


- จังหวะที่เนเน่และพวก เดินผ่านหน้าคณาจารย์นั้น ปรากฏว่า อาจารย์ชายท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายกิจการนิสิต ได้เข้ามาดึงตัวนิสิตกลุ่มดังกล่าว ซึ่งคนที่โดนดึงและล็อคคอตามภาพที่ปรากฏคือ รองประธานสภานิสิต ส่วนเนเน่และคนอื่นๆ แยกย้ายกันออกไปอย่างรวดเร็ว ... ตามมาด้วยเรื่องการกล่าวคำไม่สุภาพของอาจารย์ท่านนั้น รวมทั้งการขอโทรศัพท์มือถือของสื่อโดยอาจารย์หญิงอีกท่านหนึ่ง ดังปรากฏในคลิปที่เห็นกัน


- สังเกตว่า มีภาพถ่ายจากตรงบริเวณนั้นเผยแพร่อย่างรวดเร็ว ซึ่งน่าจะเป็นเพื่อนหรือทีมของเนเน่ที่รอถ่ายภาพตรงนั้น และน่าจะคาดหวังเพียงแค่เป็นภาพเนเน่และพวก เดินออกไปผ่านหน้าคณาจารย์ ... แต่กลับแจ็กพ็อต ได้เป็นภาพล็อกคอแทน


- ตรงนี้ผมขอเสนอความเห็นว่า "จุฬาฯ พลาดที่ตามเกมส์ป่วนของเนเน่ไม่ทัน" ด้วยความที่ผมไม่รู้ว่าทีมงานคณาจารย์ได้วางแผนรับมืออะไรกันไว้ล่วงหน้าบ้าง แต่น่าจะเดากันล่วงหน้าได้ไม่ยากนี้ว่าเนเน่ต้องลุกออกเหมือนปีก่อนแน่ๆ ... คือ ถ้าไม่วางแผนรับมือไปเลย (อย่างที่อ้างกันว่า "ได้ตกลงกันแล้ว") ก็พลาดแล้วล่ะที่ไว้ใจ "นักรณรงค์" อย่างเนเน่เกินไป ... แต่ถ้าวางแผนว่า ให้เข้าไปล็อกตัว นี่ยัง "พลาด" หนักเข้าไปอีก เพราะสื่อมวลชนอยู่เพียบ เข้าทางเค้าแน่ๆ

 


- แน่นอนว่า ที่ผมบอกว่าจุฬาฯ พลาดนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อาจารย์ท่านนั้น "ผิด" จริงๆ ที่ทำกริยาและพูดไม่สุภาพเช่นนั้น แม้ว่าจริงๆ ผมจะค่อนข้างคุ้นเคยกับท่าน แต่ก็ไม่คิดว่ามหาวิทยาลัยควรจะเพิกเฉย ไม่ดำเนินการใดๆ แม้ว่าท่านจะเจตนาดีต่อจุฬาฯ ก็ตาม


- แต่สำหรับใครที่คิดว่าอาจารย์ท่านสำออย แกล้งเข้าโรงพยาบาล อันนี้ขอบอกเลยว่า ท่านมีโรคประจำตัวเช่นนี้ คือ เกิดอาการ hyperventilation เมื่อเครียด มานานมากตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แม้จะดูตัวใหญ่ก็ตาม แต่เวลาเป็นที ก็อันตรายมากนะ

 

- หลังจากจังหวะนั้นผ่านไป ฝนก็ตกกระหน่ำอย่างหนักแบบเป็นพายุเลย ซึ่งจะเห็นได้จากคลิปว่ามีการประกาศให้นิสิตทุกคนแยกย้ายได้โดยทันที คณาจารย์และรุ่นพี่ส่วนใหญ่จะเปียกโชกหมด ส่วนน้องๆ คนที่มีเสื้อฝนก็รอดไป


- เรื่องหลักๆ ก็มีอยู่เท่านั้น ... แต่อยากจะขอตำหนิเรื่อง "แผนฝนตก" ว่าใครเป็นคนคิดเนี่ย แย่มากๆๆ ... สมัยผมทำกิจกรรมเนี่ย เราห่วงใยสุขภาพของน้องๆ มาก พอฝนเริ่มตก ก็ต้องไลน์น้องออกจากพื้นที่แล้ว ไม่ใช่บอกว่าพายุเข้าแล้วค่อยออก (สมัยก่อน ไม่มีตังค์แจกเสื้อกันฝนเหมือนตอนนี้ด้วย .. ซึ่งก็ควรจะแจกเลยตั้งแต่ปรอยๆ ไม่ใช่รอให้ลงเม็ดแล้วค่อยแจกตามแผนนี้) .. นี่น้องจะมีสอบวัดถัดมาด้วย ถ้าใครป่วยแม้แต่คนเดียว คะแนนไม่ดีหรือขาดสอบ บาปกรรมตกกับคนจัดงานทั้งหมดนะ


- เคยให้ข้อมุลไปแล้วว่า งานนี้มันไม่ได้เก่าแก่อะไรมาก แค่ 20 ปี จึงควรจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทของยุคสมัย อย่างเมื่อก่อน จัดงานตอนเดือนพฤษภา ฝนมันยังไม่มา ก็ไม่ต้องห่่วงมาก แต่เดี๋ยวนี้จัดเดือนกรกฏา เสี่ยงฝนตกสูงมากๆ ควรจะพิจารณาปรับเปลี่ยนได้แล้ว ไม่ใช่เอาแต่จะให้งานมันสวย เอาใจผู้บริหาร


- ถ้าเป็นผม ผมจะย้ายทั้งหมดไปจัดที่อาคารสนามกีฬาในร่ม ฝั่งครุฯ ซึ่งน่าจะจุน้องทั้งหมดได้ และทำพิธีการได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวเปียกหรือแม้แต่กลัวเสือผ้าเลอะ (น้องผุ้ชายใส่ชุดขาวนี่ น่าสงสารมากๆๆ) อย่าไปคิดมากแบบจุล้า จุฬา ว่าต้องหน้าพระรูปเท่านั้นถึงจะขลัง ถ่้าจัดดีๆ จัดที่ไหน มันก็ขลังได้


- ยาวและ ใครอ่านจบถึงนี้ เก่งมาก

- หรือว่า ทั้งหมดคือแผนที่เนเน่จะช่วยอิมเมจ  

- สำหรับเนเน่ แม้ว่าใครๆ ก็รู้ว่าผมเป็นฝ่ายสนับสนุนเค้า แต่งานนี้ (รวมทั้งงานปีก่อนด้วย) ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเรานะ ...และที่เราต้องคำนึงให้มาก คือ ปีนี้ เรามีตำแหน่งอันทรงเกียรติคือประธานสภานิสิตอยู่ด้วย จะทำอะไร ควรคิดถึงชื่อเสียงระยะยาวขององค์กรด้วย

 

 


- สิ่งที่ผมสงสัยคือ สิ่งที่ทำไปทั้งหมดนั้นเป็นมติของสภาฯ มาก่อนหรือเปล่า (เช่น มีมติว่า ถ้างานไม่ออกมาดังใจ จะลุกออก) ถ้าไม่เคยมีมติ และถ้าผมเป็นสมาชิกสภาฯ อยู่ ผมจะขอใช้สิทธิตั้งกระทู้ถาม ไปจนถึงขอตั้งอนุกรรมการสอบเรื่องนี้ และถ้าพบว่าทำให้สภาฯเสียหาย ผมจะใช้สิทธิขอถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานสภาฯ ด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เฟซบุ๊ก "Jessada Denduangboripant"


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน