โอ๊ค คอพาดเขียง?? งัดมือดีกฏหมายสู้คดีกรุงไทย เป็นถึงอดีตอัยการสูงสุด-ฟางเส้นสุดท้าย ก่อนบิ๊กตู่ยึดอำนาจ!! ชัยเกษม นิติสิริ

"โอ๊ค" คอพาดเขียง?? งัดมือดีกฏหมายสู้คดีกรุงไทย เป็นถึงอดีตอัยการสูงสุด-ฟางเส้นสุดท้าย ก่อน"บิ๊กตู่"ยึดอำนาจ!! "ชัยเกษม นิติสิริ"

Publish 2017-10-24 03:10:39

ลุ้นกันอยู่นานสำหรับความเคลื่อนไหวของ นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายยกรัฐมนตรี ว่าจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินพร้อมกับผู้ต้องหารายอื่นอีก 3 คน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากคดีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร  ซึ่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ ได้เห็นความเคลือนไหว อย่างชัดเจน เมื่อนายพานทองแท้ดอด เข้าพบดีเอสไอ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาก่อนกำหนด เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองตามขั้นตอนกฎหมาย   

       

   ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ เห็นคงจะเป็นทีมกฏหมาย  “ทนายความ” ในครั้งนี้ นายพานทองแท้เลือกที่จะไว้วางใจ "ชัยเกษม นิติสิริ" ซึ่งเคยเป็นถึง “อัยการสูงสุด” มาเป็นหัวหน้าทีมกฎหมาย ซึ่งถือว่าให้ความสำคัญ โดยเส้นทางปูมหลังของนายชัยเกษม  ไม่ธรรมดาเอาที่เดียว เพราะที่ผ่านแม้นายชัยเกษม จะเป็น ถึงอัยการสูงสุด ก็ได้ทำงานร่วมมือกับนายทักษิณ อย่างเต็มที่ และยืนหยัดอยู่ข้างระบอบทักษิณมา เพราะเมื่อพ้นจากอัยการสูงสุด นายชัยเกษม ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ ในทีมกฏหมายของพรรคเพื่อไทย ต่อมานายชัยเกษม ก็ได้รับความไว้วางใจ ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

 

มีการวิจารณ์จากสื่อมวลชนว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์  พยายามที่จะตอบแทนตำแหน่งให้เนื่องจากในสมัยที่นาย ชัยเกษม ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ  ฟ้องร้องนายทักษิณ และยังเป็นหนึ่งในฐานะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้ร่วมทำคำวินิจฉัยเรื่องเสร็จที่ 568-569/2549 เกี่ยวกับโครงการสลากพิเศษแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว รวมทั้งสั่งไม่ฟ้อง การทุจริตในโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากนายชัยเหษทได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และตำแหน่ง ประธานกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์  เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

 

ลักษณะส่วนตัวของนายชัยเกษม  ค่อนข้างที่จะเป็น "คนแข็ง" และหากจำกันได้ ตำนานที่เป็นเรื่องเล่าขานกันมา ซึ่งช่วงการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.บก. ในขณะนั้น คำพูดของนายชัยเกษม เปรียบเสมอ “ฟางเส้นสุดท้าย” ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจ ยึดอำนาจ !!



 

ย้อนกลับไปก่อนมีการยึดอำนาจปี57  รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศ ตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวยิ่งลักษณ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่ จากกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมปีเดียวกันแล้ว

แต่รัฐบาลรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ยังเป็นรักษาการอยู่ขณะนั้น โดยที่ได้ประกาศยุบสภาเมื่อปลายปี 2556 ขณะถูกมวลมหาประชาชน ”กปปส." จากทั่วประเทศชุมนุมขับไล่อย่างหนัก หลังจากออก "พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอย" 

โดยวันที่ 20 พ.ค.57 โดยได้จัดตั้ง กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (กอ.รส.) แล้วประกาศ "พ.ร.บ.กฎอัยการศึก" ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล) ตั้งแต่ 03.00 (ตี 3) จากนั้นประกาศวัตถุประสงค์ ให้ หัวหน้าส่วนราชการเข้ารายงานตัวประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง รวมทั้งเชิญคู่ขัดแย้งทั้ง 7 ฝ่าย เข้าประชุมพร้อมกันที่สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดี – รังสิต  ประกอบไปด้วย คณะองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือ กอ.รส. ,รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ,ตัวแทนพรรคเพื่อไทย ,ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ , ตัวแทนแกนนำกปปส. ,ตัวแทนนปช. และฝ่ายกกต

โดยให้แต่ละฝ่ายเสนอทางออกจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศ โดยบรรยากาศการประชุมทุกคนยังอยู่ในสภาวะที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ก็ยังตกลงร่วมกันไม่ได้ โดยมีการให้การบ้านสำคัญกลับไปให้ทุกฝ่ายกลับไปหารือ 5 ข้อ 

 

1. ปฏิรูปก่อน หรือเลือกตั้งก่อน 2. ทำประชามติ ว่าจะเลือกข้อไหนก่อน  3. การตั้งนายกฯ คนกลาง โดยยึดกรอบกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่
 4. การตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล โดยวุฒิสภา 5. ให้ กปปส. กับ นปช. ยุติการชุมนุม 

 

หลังจากนั้น เข้าสู่กระบวนการในวันที่ 2 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้ทุกฝ่ายนำการบ้านที่ให้กลับไปคิดมาหารือต่อ โดยตัวแทน ทั้ง 7 ฝ่าย ที่ต่างฝ่ายถือว่อว่ามีธงมาก่อนแล้ว ได้เข้าห้องประชุม พร้อมกับถูกยึดโทรศัพท์ของตัวแทนทั้ง 7 ฝ่าย


ซึ่งเสี้ยววินาทีก่อนการยึดอำนาจของ คสช. แหล่งข่าวระดับสูงจากที่ประชุมกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) สโมสรกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อการประชุมในวันนั้นซึ่งเป็นการประชุมวันที่ 2 เริ่มขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง ได้เสนอแนวทางตามที่ได้ให้การบ้านไปก่อนหน้านี้ โดยแต่ละฝ่ายก็ยังคงนำเสนอแนวทางในมุมของตัวเองซึ่งเห็นว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศแล้ว เมื่อแต่ละฝ่ายไม่มีจุดร่วมที่ตรงกัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอพักการประชุม และเชิญแกนนำฝ่าย นปช. และ กปปส. ไปหารือร่วมกันอีกห้องหนึ่ง ประมาณ 45 นาที เมื่อกลับมาที่วงหารือแล้วก็ยังได้เชิญเฉพาะ นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานนปช. และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ไปพูดคุยกันส่วนตัวประมาณ 1 นาที ก่อนที่จะกลับมาที่วงหารือ

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้สอบถาม นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรมในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาลว่า ตกลงรัฐบาลยืนยันจะไม่ลาออกทั้งรายบุคคล และทั้งคณะใช่หรือไม่ ซึ่งนายชัยเกษม ระบุว่า "นาทีนี้ไม่ลาออก" 

เหมือนฟางเส้นสุดท้ายจริง ๆ เมื่อชัยเกษมพูดจบ พล.อ.ประยุทธ์ ลั่นออกมาทันทีว่า “ถ้างั้นตั้งแต่นาทีนี้ ผมตัดสินใจยึดอำนาจการปกครอง พวกคุณอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหน” จากนั้นก็ได้เชิญ ตัวแทน ส.ว. และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกจากที่ประชุม โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้แต่ขอให้ยังอยู่ในพื้นที่สโมสรทหารบกเพื่อรอเคลียร์บุคคลไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากพื้นที่ก่อน ส่วนตัวแทนจากฝ่ายอื่นๆ ก็ได้ถูกควบคุมตัวไปยังสถานที่หนึ่ง

 

ตอนนั้นเวลาโดยมาณ 16.32 น. ของวันที่ 22 พ.ค. อย่างไรก็ตาม บางคนยังไม่รู้สึกอะไร เพราะคิดว่า ผบ.ทบ.พูดเล่น จน “พล.อ.ประยุทธ์” ต้องย้ำว่า "พวกคุณอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหน” และมีทหารพร้อมอาวุธครบมือเดินเข้ามาในห้องประชุม เพื่อควบคุมตัวทุกคนไว้ นั่นแหละทุกคนจริงรู้ว่า "เรื่องจริง" 

        

 ทั้งนี้เส้นทางและปูมหลังของ ชัยเกษม นิติสิริ และความชำนาญด้านกฏหมายต้องถือว่าไม่ธรรมดา และคราวนี้รับตำแหน่งมาทำหน้าที่เป็น “หัวหน้าทีมกฎหมาย” ให้กับ “พานทองแท้ ชินวัตร” เพื่อสู้คดีกรุงไทย ก็ย่อมถูกตั้งข้อสังเกตว่าการที่ส่งมือดี ด้านกฏหมาย มาสู้คดีในของนายพานทองแท้ จึงมีความเป็นไปได้สูงถึงความสำคัญของคดีนี้ อาจถึงขนาด คอพาดเขียงเลยก็เป็นได้ใช่หรือไม่ ??



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม

ติดตามข่าวอื่นๆ