ยอมคาย?!? ธาริตขึ้นศาลฏีกานักการเมือง สารภาพคดีปปช.ชี้มูลรวยผิดปกติ จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ (รายละเอียด)

ยอมคาย?!? ธาริตขึ้นศาลฏีกานักการเมือง สารภาพคดีปปช.ชี้มูลรวยผิดปกติ จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ (รายละเอียด)

Publish 2017-12-01 13:34:00

จากกรณีนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะนัดสอบคำให้การผู้คัดค้านคดีหมายเลขดำ อม.177/2560 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้คัดค้าน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น



ทั้งนี้ข้อกล่าวหาของป.ป.ช.ที่แจ้งความผิดต่อนายธาริต คือ จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จฯ ซึ่งป.ป.ช.ได้มีมติเอกฉันท์ ชี้มูลความผิดกรณีนายธาริตร่ำรวยผิดปกติ โดยวันนี้ศาลอ่านและอธิบายคำร้องให้นายธาริตรับฟัง ซึ่งวันนี้นายธาริตได้ยื่นคำรับสารภาพเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งยื่นคำแถลงประกอบคำรับสารภาพไปก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยคดีนี้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. ภายหลังรัฐธรรมนูญใหม่มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ตามมาตรา 235 วรรคท้าย กำหนดว่า ความผิดเกี่ยวกับการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ จะต้องมีพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่ามีเจตนากระทำผิด

ศาลได้ตรวจคำร้องแล้วเห็นว่า ผู้ร้องไม่ได้บรรยายพฤติการณ์ดังกล่าวมาในคำร้อง จึงอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 26 วรรค 3 ให้ศาลสั่งแก้ฟ้อง หรือคำร้องให้ถูกต้องได้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องแก้คำร้องโดยบรรยายถึงพฤติการณ์ดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 15 วันตั้งแต่วันนี้ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้โอกาสนายธาริต ผู้คัดค้านต่อสู้คดีได้เต็มที่ จึงเห็นควรให้เลื่อนนัดสอบคำให้การไปเป็นวันที่ 19 ม.ค. 2561 เวลา 09.30 น.

 

ก่อนหน้านี้ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบทรัพย์สินของนายธาริต และชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 10 มี.ค.59 ด้วยมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติขณะดำรงตำแหน่ง อธิบดีดีเอสไอ รวมมูลค่ากว่า 346 ล้านบาท ซึ่งป.ป.ช.ได้อายัดทรัพย์ที่มีชื่อของนายธาริต , นางวรรษมล คู่สมรส และบุคคลที่เกี่ยวข้องถือครองแทนไว้ชั่วคราวก่อนหน้านี้กว่า 90 ล้านบาท แต่ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติบางส่วน มีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทำให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินได้ คงเหลือทรัพย์สินอีก 256,391,901 บาทที่ให้บังคับคดีเอาจากทรัพย์สินอื่นของนายธาริต และนางวรรษมล ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน


ขณะที่พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึง กรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะยื่นอุทธรณ์กรณีถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติและถูกอายัดทรัพย์ ตลอดจนฟ้องคณะกรรมการเพื่อเรียกค่าเสียหายทางแพ่งต่อศาลว่า เป็นสิทธิที่สามารถจะทำได้ การถูกฟ้องเป็นเรื่องปกติของการทำงาน จึงไม่มีความกังวลใดๆ และแม้จะมีการยื่นอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณา ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงโทษที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลไปแล้วได้ “ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งหากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทำผิดจริง ก็จะได้รับโทษ 2 เท่ามากกว่าข้าราชการทั่วไป”

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว

ติดตามข่าวอื่นๆ