จำนนต่อหลักฐาน-แถไม่ออก?! ธาริต โผล่ในรอบหลายเดือน-คอตกรับปกปิดทรัพย์สินจริง อ้างที่ไม้แจ้ง เพราะหลงลืมบัญชีบางเล่ม

จำนนต่อหลักฐาน-แถไม่ออก?! "ธาริต" โผล่ในรอบหลายเดือน-คอตกรับปกปิดทรัพย์สินจริง อ้างที่ไม้แจ้ง เพราะหลงลืมบัญชีบางเล่ม

Publish 2017-12-01 14:20:10

 

จำนนต่อหลักฐาน-ดิ้นไม่หลุด?! "ธาริต" โผล่ในรอบหลายเดือน-คอตกรับปกปิดทรัพย์สินจริง ด้านทนาย อ้างลืม เพราะอาจมีบัญชีบางเล่มหลงหูหลงตา ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งอัยการ ไม่มีความเคลื่อนไหวและมียอดในบัญชีหลักไม่เกินหมื่นบาท จึงไม่ได้สนใจ
 

 

วันนี้ (1 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรุงเทพฯ "นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์" ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนนัดสอบคำให้การคดีหมายเลขดำ อม.177/2560 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI  ที่พ้นจากราชการฐานจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินอันเป็นเท็จ หลังป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ ชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติ


โดยวันนี้ศาลได้อ่าน และอธิบายคำฟ้องให้นายธาริตฟัง ซึ่งนายธาริตได้ยื่นคำรับสารภาพเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งยื่นคำแถลงประกอบคำรับสารภาพไปแล้วก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยคดีนี้ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.2560 หลังรัฐธรรมนูญใหม่มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 235 วรรคท้าย กำหนดว่าความผิดเกี่ยวกับการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ จะต้องมีพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่ามีเจตนากระทำผิด

 

ทั้งนี้ ศาลได้ตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า คำฟ้องไม่ได้บรรยายพฤติการณ์ดังกล่าวมาในคำร้อง จึงอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 26 วรรคสาม ให้ศาลมีอำนาจสั่งแก้ฟ้องให้ถูกต้องได้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องแก้ฟ้องโดยบรรยายถึงพฤติการณ์ดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้โอกาสผู้คัดค้านต่อสู้คดีได้เต็มที่ จึงเห็นควรให้เลื่อนนัดสอบคำให้การไปเป็นวันที่ 19 ม.ค. 2561 เวลา 09.30 น.

 



อย่างไรก็ตาม สำหรับนายธาริต หลังพ้นจากอธิบดี DSI ตามคำสั่ง คสช.ที่ 8/2557 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2557 และให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ ตามคำสั่งดังกล่าว ต่อมาได้ถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบทรัพย์สิน และมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิดนายธาริต เมื่อต้นเดือน มี.ค.59 ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ขณะดำรงตำแหน่ง อธิบดี DSI รวมมูลค่ากว่า 346 ล้านบาท ซึ่งป.ป.ช.ได้อายัดทรัพย์ที่มีชื่อของนายธาริต , นางวรรษมล คู่สมรส และบุคคลที่เกี่ยวข้องถือครองแทนไว้ชั่วคราวก่อนหน้านี้กว่า 90 ล้านบาท แต่ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติบางส่วน มีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทำให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินได้ คงเหลือทรัพย์สินอีก 256,391,901 บาทที่ให้บังคับคดีเอาจากทรัพย์สินอื่นของนายธาริต และนางวรรษมล ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน 


ขณะที่ตัวนายนายธาริต ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลตีราคาประกัน 5 แสนบาท กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศก่อนได้รับอนุญาต ส่วนด้านทีมทนายของนายธาริต อ้างหลังศาลอ่านคำฟ้องวันนี้ว่า เหตุที่บัญชีทรัพย์สินที่ไม่ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. ไม่ได้มีเจตนายื่นเท็จ เนื่องจากมีสมุดบัญชีบางเล่มตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งอัยการ ไม่มีความเคลื่อนไหวและมียอดในบัญชีหลักไม่เกินหมื่นบาท จึงไม่ได้สนใจ และลืมยื่นแสดงบัญชีต่อ ป.ป.ช. ดังกล่าว

ติดตามข่าวอื่นๆ