กรรมติดจรวด? ศรีวราห์ ลั่นเปรมชัยเบี้ยวศาลพรุ่งนี้โดนหมายจับแน่ ขณะชุดพญาเสือยันเจอกระดูกขาขวาเสือดำ คาดต้มกินจนเกลี้ยงหม้อแล้วโยนทิ้ง

กรรมติดจรวด? "ศรีวราห์" ลั่น"เปรมชัย"เบี้ยวศาลพรุ่งนี้โดนหมายจับแน่ ขณะ"ชุดพญาเสือ"ยันเจอกระดูกขาขวาเสือดำ คาดต้มกินจนเกลี้ยงหม้อแล้วโยนทิ้ง

Publish 2018-02-15 14:49:34

 

กรรมติดจรวด?! " พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล"  รอง ผบ.ตร." ลั่น "เปรมชัย" เบี้ยวรายงานตัวต่อศาลพรุ่งนี้โดนหมายจับแน่ ขณะ"ชุดพญาเสือ" เจอกระดูกขาขวาเสือดำแหล่งน้ำใกล้แคมป์พัก คาดแก๊งพรานบรรดาศักดิ์ต้มกินจนเกลี้ยง จากนั้นจึงโยนทิ้ง

 

วันนี้ (15 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงการดำเนินคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) คดีลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ทุ่งใหญ่ฯ จับได้คาหนังคาเขาว่า ตามกำหนด นายเปรมชัย จะต้องมารายงานตัวต่อศาลในวันพรุ่งนี้ (16 ก.พ.) เนื่องจากครบรอบ 12 วัน หลังจากศาลให้ประกันตัว ถ้าหากไม่มาตามนัดก็จะริบเงินประกัน และจะขอศาลอนุมัติหมายจับตามขั้นตอน ซึ่งคาดเดาไม่ได้ว่าจะมาหรือไม่มา แต่ได้มีการกำชับไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกด่านให้เฝ้าระวังป้องกันการหลบหนี ขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของนายเปรมชัย

 



พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังระบุด้วยว่า สำหรับการสืบสวนขยายผลกรณีบุกรุกป่า 6,000 ไร่ ใน อ.ภูเรือ จ.เลย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ขณะนี้ได้ตรวจยึดสิ่งปลูกสร้างไว้หมดแล้ว อยู่ระหว่างขยายผลว่า มีการบุกรุกพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ สำหรับกรณีที่พบสิ่งปลูกสร้างใกล้สนามบินจังหวัดเลย ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็มีการตรวจสอบในประเด็นนี้ด้วย โดยที่ นายเปรมชัย มีชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนล จะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้นต้องตรวจสอบ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่านายเปรมชัยเซ็นเอกสารใดใด เมื่อยังไม่เซ็นก็ไม่มีหลักฐานไปร้องทุกข์กล่าวโทษ

 

“ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามความช่วยเหลือให้นายเปรมชัยพ้นผิด ยืนยันเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ เป็นความไม่เข้าใจในหลักกฎหมายมากกว่า ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐานไม่สามารถช่วยเหลือใครได้อยู่แล้ว บางคนไม่เข้าใจข้อกฎหมายจึงไปวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความเสียหาย ความจริงก็คือความจริง รับประกันตำรวจไม่มีมั่ว ไม่มีกลั่นแกล้งใคร ไม่ช่วยเหลือด้วย บังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่เต็มที่” พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยัน

 


อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือ (กรมอุทยานฯ) เปิดเผยในเรื่องเดียวกันวานนี้ว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งค้นหาพยานหลักฐานในคดียิงเสือดำในพื้นที่เกิดเหตุ โดยดำเนินการใน 3 เป้าหมายด้วยกัน คือ

 

1. พิสูจน์จุดตั้งกล้องดักถ่ายของสถานีวิจัยสัตป่าเขานางรำ ซึ่งมีข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 ได้ถ่ายเสือดำเพศผู้เอาไว้ได้นั้น พบว่า จุดที่ถ่ายภาพได้อยู่ห่างจากจุดที่มีการชำแหละซากเสือดำ เพียงแค่ 100 เมตร และจะได้พิจารณาว่า ซากที่พบจะใช่เสือดำตัวเดียวกันหรือไม่ และอยู่จุดไหน

 

2. ค้นหาแนววิถีกระสุนปืนลูกซองที่ใช้ยิงเสือดำ และค้นหาร่องรอยที่เป็นแนว และเชื่อมโยงไปหาจุดที่สามารถยิงได้ว่าอยู่บริเวณใด 

 

และ 3.ค้นหากระดูกสะโพกขวา ขาหลัง ซึ่งเบื้องต้น สันนิษฐานว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาอาจจะนำไปปรุงเป็นอาหาร หลังจากกินหมดแล้วก็ได้โยนซากกระดูกทิ้งลงไปในลำห้วย สำหรับเป้าหมายที่ 3 ที่ต้องลงไปค้นหาหลักฐานใต้น้ำเราได้ใช้อุปกรณ์เสริมคือ “สนอกเกอร์” ที่สามารถทำให้เจ้าหน้าที่มองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน นี่คือเป้าหมายที่เราจะพิสูจน์ค้นหาหลักฐาน


โดยเฉพาะการค้นหาหลักฐานจุดเป้าหมายที่ 3 คือ การค้นหาวัตถุพยานอื่นๆ ที่อยู่ข้างเต็นท์พัก และที่สันนิษฐานว่า ขาขวาหลังซึ่งเป็นส่วนที่เป็นเนื้อสะโพกนั่นหายไปหนึ่งขา น่าจะถูกกินไปแล้วนั้น นายชัยวัฒน์  ระบุว่า กระดูกจะต้องทิ้งไว้ หรืออาจขว้างลงน้ำไปนั้น จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ลงงมหาวัตถุพยานทุกชนิดที่คาดว่าจะอยู่ในน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำน้ำลงไปค้นหาได้ประมาณ 20 นาที ก็พบชิ้นส่วนเป็นลำไส้ใหญ่ ชิ้นนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นชิ้นส่วนของสัตว์ชนิดใด ดังนั้น จึงต้องส่งไปพิสูจน์ ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาใต้น้ำพบกระดูกชิ้นสะโพกติดกับเชิงกราน เบื้องต้น เชื่อว่าเป็นกระดูกของเสือดำตัวดังกล่าว และใกล้กัน พบกระดูกอีกชิ้นเป็นกระดูกขาที่ต่อกันได้ เป็นขาขวาสะโพกหลังพอดี


จากนั้นจึงนำหลักฐานที่พบใต้มาประกอบเข้าหากันเพื่อดูลักษณะว่าเป็นกระดูกชิ้นเดียวกันหรือไม่ ติดกัน ปรากฏว่าใช่ จึงมั่นใจว่าหลักฐานที่ได้มาเป็นหลักฐานที่สำคัญ ที่จะใช้เป็นหลักฐานประกอบ ในหลักวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกเป็นหนังสือ นำส่งมอบวัตถุพยานที่สำคัญทั้งหมดให้แก่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ เพื่อนำส่งตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเป็นพยานในหลักฐานคดีต่อไป

 

อ่าน สุดอำมหิต!! "ชุดพญาเสือ" เจอหลักฐานสำคัญใน"ลำห้วย"..ใกล้เเคมป์ล่าสัตว์"เปรมชัย"..ชำเเหละกิน??!! โยนทิ้งน้ำ?!?!สุดสงสาร"เสือดำ" (รายละเอียด)



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า